• icon-facebook
  • icon-twitter
  • icon-google
  • icon-linkedin

กระบก สรรพคุณและประโยชน์ของกระบก 25 ข้อ ! (มะมื่น)

icon-calendar 8 ต.ค. 2013
icon-view 1,454 ครั้ง
กระบก

advertisements

กระบก

กระบก ชื่อสามัญ Barking Deer’s Mango, Wild Almond ต้นกระบก ชื่อวิทยาศาสตร์ Irvingia malayana Oliv. ex A. Benn. จัดอยู่ในวงศ์ RVINGIACEAE และกระบกยังมีชื่อท้องถิ่นอื่นๆ อีก เช่น มะลื่น หมักลื่น (สุโขทัย, นครราชสีมา), ซะอัง (ตราด), หลักกาย (ส่วน-สุรินทร์), มื่น มะมื่น (ภาคเหนือ), บก หมากบก หมากกระบก (ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ), กะบก กระบก จะบก ตระบก (ภาคกลาง), จำเมาะ (เขมร)[1], ไม้มื่น (ขมุ), เปรียวด้องเดี๋ยง (เมี่ยน), สือมั่วลื้อ(ม้ง)[4] เป็นต้น มีเขตการกระจายพันธุ์อยู่ทั่วทุกภาคของประเทศ ตามป่าดิบแล้ง ป่าชายหาด ป่าเบญจพรรณ ป่าหญ้า และป่าแดง[2] และยังจัดเป็นต้นไม้ประจำจังหวัดร้อนเอ็ดด้วย

ลักษณะของกระบก

  • ต้นกระบก เป็นไม้ยืนต้นขนาดกลางถึงขนาดใหญ่ เป็นไม้ผลัดใบ ทรงเรือนยอดเป็นพุ่มแน่นทึบ มีความสูงของต้นประมาณ 10-30 เมตร ลำต้นเปลา เปลือกต้นมีสีเทาอ่อนปนสีน้ำตาลค่อนข้างเรียบ โคนต้นมักขึ้นเป็นพูพอน เจริญเติบโตได้ดีในสภาพดินทุกชนิด ในที่กลางแจ้ง และต้องการน้ำและความชื้นปานกลาง ขยายพันธุ์ด้วยวิธีการเพาะเมล็ด[1]

ต้นกระบกต้นหมากบก

รูปกระบก

  • ใบกระบก มีใบเป็นใบเดี่ยวติดเรียงสลับกัน ลักษณะของใบเป็นรูปไข่ หรือรูปรีแกมรูปขอบขนานจนถึงรูปใบหอก ใบกว้างประมาณ 2-9 เซนติเมตร และยาวประมาณ 8-20 เซนติเมตร เนื้อใบหนาเกลี้ยงทั้งสองด้าน ขอบใบเรียบ โคนใบมนแหลมหรือเว้าเล็กน้อย สอบเรียวไปทางปลายใบ ปลายใบแหลมทู่ขอบใบเรียบ มีเส้นแขนงใบประมาณ 8-14 คู่ และมักมีเส้นแขนงปลอมแซมระหว่างกลาง เส้นใบย่อยเป็นแบบขั้นบันได เห็นได้ชัดจากด้านท้องใบ เมื่อใบแห้งะเห็นเส้นร่างแหชัดทั้งสองด้าน ปลายใบเป็นติ่งมน มีหูใบ หูใบมีลักษณะพิเศษคือ ม้วนหุ้มยอด เรียวแหลม โค้งเล็กน้อยลักษณะเป็นรูปดาบ ยาวประมาณ 3 เซนติเมตร[1]

ใบกระบก

  • ดอกกระบก ออกดอกเป็นช่อตามซอกใบและปลายกิ่ง ดอกมีสีเขียวอมเขียวอ่อน มีกลีบเลี้ยง 5 กลีบ กลีบดอก 5 กลีบ มีเกสรตัวผู้อยู่ 10 อัน[1] และจะออกดอกในช่วงเดือนมกราคมถึงเดือนมีนาคม

ดอกกระบก

  • ผลกระบก หรือ ลูกกระบก ลักษณะของผลเป็นรูปกลมรี หรือค่อนข้างเป็นรูปไข่ ลักษณะแบนเล็กน้อย คล้ายกับผลมะม่วงขนาดเล็ก โดยผลอ่อนจะมีสีเขียว แต่เมื่อแก่แล้วจะเปลี่ยนเป็นสีเหลือง ในผลมีเมล็ดและมีเนื้อหุ้มเมล็ดเละๆ เหมือนมะม่วง ในผลกระบกมีเมล็ด

ผลกระบก

  • เมล็ดกระบก หรือ เม็ดกระบก เมล็ดโตเป็นรูปไข่ เป็นเมล็ดเดี่ยวมีเปลือกแข็ง เนื้อในเมล็ดมีสีขาวอัดแน่นอยู่ (ลักษณะเป็นเนื้อแป้ง) และมีน้ำมัน[1] มักติดผลในช่วงเดือนกุมภาพันธ์ถึงเดือนเมษายน[2]

เมล็ดกระบกกระบกคั่ว

สรรพคุณกระบก

  1. น้ำมันเมล็ดกระบก สรรพคุณช่วยบำรุงสมอง (น้ำมันจากเมล็ด)[8]
  2. เนื้อไม้กระบก สรรพคุณช่วยทำให้เจริญอาหาร (เนื้อไม้)[5]
  3. ช่วยบำรุงหัวใจ (น้ำมันจากเมล็ด)[8]
  4. ช่วยรักษาริดสีดวงจมูก (น้ำมันจากเมล็ด)[8]
  5. ช่วยบรรเทาอาการหอบหืด (น้ำมันจากเมล็ด)[8]
  6. เม็ดกระบก สรรพคุณช่วยให้ความอบอุ่นแก่ร่างกาย (เมล็ด)[5]
  7. ลูกกระบก สรรพคุณใช้เป็นยาระบาย ด้วยการผลกระบกอ่อนประมาณ 1 กำมือ นำมาตมผสมกับพริกเกลือ แล้วใช้รับประทานสัปดาห์ละครั้ง (หากใช้เยอะมีฤทธิ์เป็นยาถ่าย) (ผล)[8]
  8. ช่วยฆ่าพยาธิในท้อง (เนื้อในเมล็ด)[4] ช่วยขับพยาธิในเด็ก (เนื้อไม้)[5] สามารถใช้ได้ทั้งคนและสัตว์ หากเป็นคนให้ใช้ผลกระบกไม่แก่หรืออ่อนมากเกินไป ประมาณ 3 ลูก ใช้ตำผสมกับน้ำซาวข้าว 1 ถ้วยตาไก่ขนาดกลาง แล้วกรองเอาแต่น้ำมาดื่มกินก่อนนอนวันละครั้ง ติดต่อกัน 3 วัน ส่วนถ้าเป็นสัตว์เลี้ยงโดยเฉพาะเช่นสุนัขที่เป็นขี้เรื้อน ก็ให้ใช้สูตรเดียวกับคน แต่ให้เพิ่มปริมาณของผลกระบกเป็นเท่าตัว ใช้กินไม่เกินสามหายขาด (ผล)[8]
  9. กระบกสรรพคุณ ทางยาช่วยบำรุงไต (เนื้อในเมล็ด)[4],[5]
  10. ใบกระบก สรรพคุณช่วยแก้อาการคันตามผิวหนัง (ใบ)[5]
  11. เนื้อในเมล็ดมีรสร้อน ช่วยบำรุงเส้นเอ็น แก้เส้นเอ็นพิการ บำรุงไขข้อกระดูก แก้ข้อขัดได้ (เนื้อในเมล็ด)[4],[5]
advertisements

ประโยชน์กระบก

  1. ประโยชน์ของกระบก ต้นกระบกมีประโยชน์ในด้านภูมิสถาปัตย์ เหมาะใช้ปลูกเป็นกลุ่มในพื้นที่โล่งๆ ตามสวนสาธารณะต่างๆ หรือสวนรุกขชาติ หรือในสวนสัตว์เปิดให้เป็นที่อยู่อาศัยและเป็นแหล่งอาหารของสัตว์ป่าได้[9]
  2. ไม้กระบก กระบกเป็นไม้เนื้อแข็งและหนัก มีเสี้ยนตรงแข็งมาก ไม่แตกแยกเมื่อแห้ง เลื่อยผ่าตบแต่งได้ง่าย สามารถนำมาใช้ทำเป็นเครื่องมือกสิกรรมต่างๆ เช่น ครก สาก เครื่องสีข้าว รวมถึงสิ่งปลูกสร้างที่อยู่ในร่ม และยังนำมาทำเป็นฟืน หรือถ่านที่ให้ความร้อนสูงได้ เป็นต้น[1],[9]
  3. ประโยชน์ของเมล็ดกระบก เนื้อในเมล็ดมีรสหวานมัน นิยมนำมาคั่วรับประทานเป็นของว่าง มีรสคล้ายกับถั่วลิสง หรือที่เรียกว่า “กระบกคั่ว[1]
  4. มีการใช้น้ำมันจากเมล็ดกระบกมารับประทาน[1]
  5. ประโยชน์เมล็ดกระบก เนื้อในเมล็ดเป็นแหล่งอุดมของแคลเซียมและเหล็กชั้นดี จึงช่วยบำรุงกระดูกและฟันได้เป็นอย่างดี[6]
  6. ใบอ่อนใช้รับประทานเป็นผัก หรือรับประทานกินกับลาบ (ม้ง)[4]
  7. นอกจากจะเป็นอาหารคนแล้ว ผลสุกของกระบกที่ร่วงหล่นลงมา ยังสามารถนำไปใช้เป็นอาหารสำหรับเลี้ยงสัตว์ของวัว ควาย รวมไปถึงสัตว์เคี้ยวเอื้องอื่นๆ[7]
  8. ผลสุกของกระบก สัตว์ป่าจำพวกเก้ง กวาง และนกชอบกินเป็นอาหารมาก โดยสัตว์เหล่านี้จะช่วยพาเมล็ดไปงอกในที่ไกลๆ จึงเป็นช่วยขยายพันธุ์ต้นกระบกได้เป็นอย่างดี[9]
  9. น้ำมันจากเนื้อในเมล็ดสามารถนำมาใช้สบู่และเทียนไขได้[1],[5]
  10. ผลกระบกเป็นแหล่งเลี้ยงจุลินทรีย์ชั้นดี พืชชนิดไหนที่อยู่ใกล้ต้นกระบกก็เหมือนกับได้ปุ๋ยชั้นดีไปด้วย[8]
  11. เนื้อในไขกระบกมีความทนทานต่อการเกิดปฏิกิริยาทางเคมีได้ดี ในทางอุตสาหกรรมจึงมีศักยภาพในการนำมาพัฒนาเป็นอาหารที่ช่วยเพิ่มคุณค่าได้[6]
  12. เนื้อในผลกระบก นอกจากจะนำมาเคี้ยวกินเล่นแล้ว ยังสามารถนำมาใช้พัฒนาเป็นเครื่องสำอาง และยาเหน็บทวารได้อีกด้วย[6]
  13. เนื้อในเมล็ดกระบก ต่อ 100 กรัม ประกอบไปด้วย ไขมัน 66.78%, โปรตีน 3.40%, คาร์โบไฮเดรต 9.07%, ความชื้น 2.08%, ธาตุแคลเซียม 103.30 มิลลิกรัม, ธาตุเหล็ก 61.43 มิลลิกรัม[6]
  14. น้ำมันเมล็ดกระบก ประกอบไปด้วย กรดไขมันอิ่มตัว ซึ่งได้แก่ กรดปาล์มมิติก 4.52%, กรดลอริก 40.11%, ไมริสติก 50.12%, และกรดสเตียริก 0.55% ส่วนกรดไขมันไม่อิ่มตัว ได้แก่ กรดไลโนเลอิก 1.46%, กรดโอเลอิก 3.12% และกรดปาล์มมิโตเลอิก 0.12%[3]

ลูกกระบก

แหล่งอ้างอิง

  1. สำนักงานโครงการอนุรักษ์พันธุกรรมพืชอันเนื่องมาจากพระราชดำริ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ. [ออนไลน์]. เข้าถึงได้จาก: www.rspg.or.th. [8 ต.ค. 2013].
  2. ฐานข้อมูลพรรณไม้ องค์การสวนพฤกษศาสตร์. อ้างอิงใน: หนังสือพรรณไม้สวนพฤกษศาสตร์สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ เล่ม 3, ไม้ต้นในสวน Tree in the Garden2. [ออนไลน์]. เข้าถึงได้จาก: www.qsbg.org. [8 ต.ค. 2013].
  3. คณะทรัพยากรธรรมชาติมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสาน วิทยาเขตสกลนคร. อ้างอิงใน: การสกัดน้ำมันจากเมล็ดกระบก, พิเชษฐ เทบํารุง. [ออนไลน์]. เข้าถึงได้จาก: natres.skc.rmuti.ac.th. [8 ต.ค. 2013].
  4. หนังสือสารานุกรมสมุนไพร : รวมหลักเภสัชกรรมไทย. วุฒิ วุฒิธรรมเวช.
  5. หนังสือพืชสมุนไพรในสวนป่าสมุนไพรเขาหินซ้อน ฉบับสมบูรณ์. พงษ์ศักดิ์ พลเสนา.
  6. งานประชาสัมพันธ์ กองกลาง สำนักงานมหาวิทยาลัย มหาวิทยาลัยเชียงใหม่. “ประโยชน์จากมะมื่น เพื่อเป็นสารช่วยทางยา อาหาร และเครื่องสำอาง” ภกญ.รศ.ดร.พาณี ศิริสะอาด คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่. [ออนไลน์]. เข้าถึงได้จาก: www.prcmu.cmu.ac.th. [8 ต.ค. 2013].
  7. กลุ่มงานความหลากหลายทางชีวภาพด้านป่าไม้ กรมป่าไม้. “เม็ดกระบก ขนมขบเคี้ยวในป่าใหญ่”. [ออนไลน์]. เข้าถึงได้จาก: fbd.forest.go.th. [8 ต.ค. 2013].
  8. เกษตรพอเพียงดอทคอม. “สมุนไพรวันละต้น หมากบก”. newfarmer_53. [ออนไลน์]. เข้าถึงได้จาก: www.kasetporpeang.com. [8 ต.ค. 2013].
  9. สวนพฤกษศาสตร์โรงเรียนดอยสะเก็ดวิทยาคม. “ต้นไม้ประจำโรงเรียน”. [ออนไลน์]. เข้าถึงได้จาก: www.doisaket.ac.th. [8 ต.ค. 2013].

ภาพประกอบ : วิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี, www.prcmu.cmu.ac.th, www.flickr.com (by phil.lees, viengsamone, Ahmad Fuad Morad, Terentang, Leopoldo Meozzi, tawai thonglor)

advertisements

  • เกษตรภูพาน

    เป็นประโยชน์มากครับ ขอบคุณครับ

    • http://frynn.com/ Greenerald Health

      ขอบคุณมากครับที่ติดตาม

Disclaimer : บทความที่มีเนื้อหาเกี่ยวเนื่องกับสุขภาพทั้งหมด ทางเว็บไซต์ได้รวบรวมไว้เพื่อเสริมสร้างความรู้ความเข้าใจแก่ผู้อ่านเท่านั้น จึงไม่สามารถนำไปใช้อ้างอิงหรือใช้แทนการวินิจฉัยของแพทย์ได้ หากมีการนำข้อมูลในเว็บไซต์ไปใช้ ทางเว็บไซต์จะไม่รับผิดชอบต่อความเสียหายที่อาจจะเกิดขึ้นได้ โปรดอ่านเพิ่มเติมหน้านโยบายและเงื่อนไขการใช้งานเว็บไซต์