• icon-facebook
  • icon-twitter
  • icon-google
  • icon-linkedin

กวาวเครือแดง สรรพคุณและประโยชน์ของกวาวเครือแดง 26 ข้อ !

icon-calendar เผยแพร่: 16/10/2013 (แก้ไขล่าสุด: 7/09/2014)
icon-view 6,152 ครั้ง
ดอกกวาวเครือแดง

advertisements

กวาวเครือแดง

กวาวเครือแดง ชื่อวิทยาศาสตร์ Butea superba Roxb. จัดอยู่ในวงศ์ LEGUMINOSAE หรือวงศ์ FABACEAE และอยู่ในวงศ์ย่อย PAPILIONOIDEAE เช่นเดียวกับ กวาวเครือขาว กวาวเครือดำ (Pueraria candollei Graham ex Benth. var mirifica) และกวาวเครือแดงยังมีชื่ออื่นๆ อีกเช่น กวาวเครือ กวาวหัว ตานจอมทอง จานเครือ จอมทอง ไพมือ ไพ้ตะกุ เป็นต้น โดยกวาวเครือแดงจะมีหัวอยู่ใต้ดิน ลักษณะของหัวเป็นรูปทรงกระบอก มีหลากหลายขนาด เมื่อสะกิดที่เปลือกจะมียางสีแดงข้นลักษณะคล้ายเลือดไหลออกมา[1]

กวาวเครือแดงจัดเป็นไม้เถายืนต้นขนาดใหญ่ อายุยิ่งมากเท่าไหร่เถาก็จะยิ่งใหญ่และกลายเป็นต้น แต่ยังส่งเถาเลื้อยไปพาดพันตามต้นไม้ที่อยู่ในบริเวณใกล้ๆ ลักาณะของใบคล้ายใบทองกวาว แต่ใบจะใหญ่กว่ามาก แต่ถ้าเป็นใบอ่อนจะมีมีขนาดเท่ากับใบพลวงหรือใบของต้นสัก ส่วนต้นหากใช้มีดฟันจะมียางสีแดงคล้ายโลหิตออกมา หากขุดโคนต้น ก็จะพบรากขนาดใหญ่เท่าน่องขาเลื้อยออกมาจากต้นโดยรอบ มีความยาวประมาณ 2 วา ขึ้นอยู่กับอายุและขนาดของลำต้น สมุนไพรชนิดนี้จะพบได้มากทางภาคเหนือและภาคตะวันออกของประเทศ ไล่ตั้งแต่ชายแดนไทย-หม่าตรถึงภาคเหนือ เป็นไม้ที่ชอบขึ้นตามภูเขาสูง และในช่วงเดือนมกราคมถึงกุมภาพันธุ์ จะออกดอกเป็นดอกสีส้มเหลืองคล้ายดอกทองกวาว บานสะพรั่งอยู่บนยอดดอย แต่ในปัจจุบันใช่ว่าจะหาได้ง่ายนัก เพราะมีไม่มากเท่ากวาวเครือขาว[8]

ลักษณะกวาวเครือแดง

ต้นกวาวเครือแดง

ใบกวาวเครือแดง

รูปดอกกวาวเครือแดง

สมุนไพรกวาวเครือแดง เป็นสมุนไพรสำหรับเพศชายอย่างแท้จริง เพราะมีสรรพคุณในการบำรุงร่างกาย เป็นยาอายุวัฒนะ และที่สำคัญที่สุดยังช่วยเพิ่มสมรรถภาพทางเพศ ช่วยเพิ่มจำนวนของอสุจิ มีฤทธิ์เพิ่มความแข็งตัวของอวัยวะเพศ เช่นเดียวกับยาไวอากร้า

ว่านกวาวเครือแดง

สรรพคุณของกวาวเครือแดง

  1. หัวกวาวเครือแดง มีรสเย็นเบื่อเมา สรรพคุณช่วยบำรุงสุขภาพร่างกาย และใช้เป็นยาอายุวัฒนะ (หัว)[1]
  2. กวาวเครือ เป็นสมุนไพรที่ช่วยทำให้เซลล์ต่างๆ ในร่างกายมีอายุยืนยาวขึ้น ช่วยทำให้ร่างกายและเนื้อเยื่อเสื่อมช้าลง[4]
  3. ผลกวาวเครือแดง สรรพคุณช่วยเจริญธาตุไฟในร่างกาย (ผล)[3]
  4. ช่วยบำรุงผิวพรรณ บำรุงสุขภาพเนื้อหนังให้เต่งตึง (หัว)[1]
  5. ช่วยทำให้หน้าอกโต (หัว)[1]
  6. ช่วยบำรุงกำหนัด หรือเพิ่มความต้องการทางเพศ ช่วยเพิ่มจำนวนของอสุจิ มีฤทธิ์เพิ่มความแข็งตัวของอวัยวะเพศ เช่นเดียวกับฤทธิ์ของซิลเดนาฟิล ซิเตรต (Sidenal Citrate) ของยาไวอากร้า (Viagra) (หัว)[1],[2]
  7. กวาวเครือแดง คุณสมบัติช่วยบำรุงหลอดเลือด ทำให้เลือดหมุนเวียน (หัว)[4]
  8. ใบและรากกวาวเครือแดง สรรพคุณช่วยทำให้นอนหลับและเสพติด (ราก,ใบ)[3]
  9. ช่วยบำรุงสายตา (ไม่ระบุส่วนที่ใช้)[5]
  10. สรรพคุณกวาวเครือแดง รากและต้นช่วยแก้โลหิต (ราก[1], ต้น[3])
  11. กวาวเครือแดง สรรพคุณของรากช่วยแก้ลมอัมพาต (ราก[1], ต้น[3])
  12. ช่วยแก้อาการปวดฟัน (เปลือก)[3]
  13. ช่วยแก้ไข้ (เปลือก,ทั้ง 5 ส่วน)[3]
  14. ช่วยแก้อาการร้อนในกระหายน้ำ (ทั้ง 5 ส่วน)[3]
  15. ช่วยขับเสมหะ (เปลือก)[3]
  16. ช่วยแก้อาการจุกเสียด แก้อาการลงท้อง แก้สะพั้น (ผล)[3]
  17. ช่วยแก้ตัวพยาธิ (ผล)[3]
  18. สมุนไพรกวาวเครือแดง สรรพคุณช่วยแก้ปวดเมื่อยตามร่างกาย (หัว)[1]
  19. เปลือกเถากวาวเครือแดง มีรสเย็นเบื่อเมา มีสรรพคุณช่วยแก้พิษงู (เปลือกเถา)[1]
  20. กวาวเครือแดงจัดอยู่ในตำรับยาสมุนไพร “พิกัดเนาวโลหะ” ซึ่งประกอบไปด้วย รากกวาวเครือแดง รากขันทองพยาบาท รากทองกวาว รากทองพันชั่ง รากทองโหลง รากทองหลางหนาม รากทองหลางใบมน รากใบทอง และรากจำปาทอง โดยเป็นตำรับยาที่มีสรรพคุณช่วยแก้เสมหะ แก้ลม ลมที่เป็นพิษ ดับพิษ ช่วยชำละล้างลำไส้ สมานลำไส้ แก้โรคดี แก้โรคตับ แก้ริดสีดวงทวาร และขับระดูร้าย[1]
  21. ฤทธิ์ทางเภสัชวิทยา ระบุว่ากวาวเครือแดงมีฤทธิ์เหมือนเอสโตรเจน ช่วยกดการทำงานของหัวใจ ทำให้หลอดเลือดหดตัว เพิ่มความดันโลหิต และช่วยกระตุ้นการหายใจ[3]
  22. สำหรับสรรพคุณอื่นๆ ของกวาวเครือแดง ซึ่งเป็นข้อมูลจากผู้จำหน่ายสมุนไพรกวาวเครือแดงสำเร็จรูป ได้แก่ สรรพคุณปรับสมดุลของฮอร์โมนเพศชาย (Testosterone) ลดความอ้วน ลดไขมันในเส้นเลือด ช่วยรักษาเส้นโรคเลือดอุดตัน จึงช่วยรักษาโรคหัวใจบางชนิดได้ เพราะไปช่วยลดไขมันในเส้นเลือด ช่วยทำให้ผมดกดำ[8] ทำให้ผมขาวกลับมาเปลี่ยนเป็นสีเทาและสีดำตามลำดับ ช่วยบำรุงประสาทและสมอง ช่วยป้องกันโรคอัลไซเมอร์ ช่วยเสริมสร้างแคลเซียมในการสร้างกระดูก ช่วยป้องกันโรคต่อมลูกหมากโต ป้องกันมะเร็งในต่อมลูกหมาก และยังช่วยลดเลือนริ้วรอยเหี่ยวย่นบนใบหน้า นอกจากนี้ยังระบุด้วยว่าหัวกวาวเครือแดงมีสาร Flavonoids (วิตามินพี) ในปริมาณสูง ซึ่งมีประโยชน์ในด้านเป็นสารต่อต้านอนุมูลอิสระ ช่วยเสริมการทำงานของหลอดเลือดในร่างกาย และช่วยต่อต้านเซลล์มะเร็ง (ซึ่งส่วนนี้ผู้เขียนยังหาข้อมูลทางวิชาการมาสนับสนุนไม่ได้ว่ามีสรรพคุณเช่นนั้นจริงหรือไม่ เพราะอย่าลืมว่ากวาวเครือมีอยู่ด้วยกันถึง 4 ชนิด จึงมีความเป็นไปได้ว่าอาจจะเกิดการสับสนในเรื่องสรรพคุณและทำให้เข้าใจผิดได้ ดังนั้นคุณควรใช้วิจารณญาณกันเอาเองนะครับ)
advertisements

ข้อมูลทางเภสัชวิทยาของกวาวเครือแดง

  • ข้อมูลทางเภสัชวิทยาของสมุนไพนกวาวเครือแดง มีฤทธิ์เหมือนเอสโตรเจน ช่วยกดการทำงานของหัวใจ ช่วยทำให้หลอดเลือดหดตัว เพิ่มความดันโลหิต และช่วยกระตุ้นการหายใจ[3]
  • จากการศึกษาทางเภสัชวิทยา ของฤทธิ์ต่อระบบสืบพันธุ์ในสัตว์ทดลอง พบว่าหนูแรทตัวผู้ที่ได้รับกวาวเครือแดงในรูปแบบผงป่นละลายน้ำเข้มข้น 0.5 และ 5 มก./มล. ติดต่อกัน 3 สัปดาห์ พบว่าหนูแรทมีน้ำหนักตัวและปริมาณของอสุจิเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ ส่วนหนูแรทที่ได้รับกวาวเครือแดงในรูปแบบสารสกัดเอทานอล พบว่าความยาวขององคชาติเพิ่มขึ้น ทำให้หนูมีพฤติกรรมการสิบพันธุ์เพิ่มมากขึ้น และเมื่อศึกษาต่อไปถึง 6 สัปดาห์ พบว่าหนูที่ได้รับกวาวเครือแดงแบบผงป่นละลายน้ำ มีน้ำหนักสัมพัทธ์ของ Seminal Vesicles ต่อมลูกหมาก ความยาวขององคชาติ และพฤติกรรมการสืบพันธุ์เพิ่มมากขึ้น ส่วนหนูที่ได้รับกวาวเครือแดงในรูปของสารสกัดเอทานอล กลับมีน้ำหนักสัมพัทธ์ของ Seminal Vesicles ลดลง และเมื่อศึกษาไปในระยะยาวและในปริมาณของสารสกัดที่เพิ่มมากขึ้นก็พบว่าระดับฮอร์โมน Testosterone ลดลง และมีปริมาณเอนไซม์ตับเพิ่มขึ้น ดังนั้นการรับประทานในปริมาณมากเกินไป อาจทำให้เกิดพิษต่อตับได้ (พิชานันท์ ลีแก้ว.2553. โรคหย่อนสมรรถภาพทางเพศ. จุลสารข้อมูลสมุนไพร)[1]
  • การศึกษาทางคลินิกของฤทธิ์ต่อระบบสืบพันธุ์ในอาสาสมัครที่มีอาการหน่อยสมรรถภาพทางเพศอย่างน้อย 6 เดือน เมื่อรับประทานกวาวเครือแดงแคปซูล (ในขนาด 250 มิลลิกรัมต่อแคปซูล วันละ 4 แคปซูล) เป็นระยะเวลา 3 เดือน พบว่าอาสาสมัครมีสมรรถภาพทางเพศที่ดีขึ้นสูงถึง 82.4% จึงกล่าวได้ว่ากวาวเครือแดงสามารถช่วยฟื้นฟูสมรรถภาพทางเพศได้ และไม่พบการเกิดพิษแต่อย่างใด (พิชานันท์ ลีแก้ว.2553. โรคหย่อนสมรรถภาพทางเพศ. จุลสารข้อมูลสมุนไพร)[1]
  • การศึกษาพิษเรื้อรังของกวาวเครือแดง ได้มีการทดลองในหนูขาวพันธุ์วิสตาร์ทั้งตัวผู้และตัวเมียเป็นระยะเวลา 6 เดือน ผลการทดลองพบว่าการให้ผงกวาวเครือแดงขนาด 10 มก./กก. ต่อวัน พบว่าไม่มีพิษต่อค่าทางโลหิตวิทยา ค่าทางชีวเคมีและพยาธิสภาพของอวัยวะภายใน ส่วนหนูทดลองที่ได้รับในปริมาณมากกว่า 100 มก./กก. ต่อวัน พบว่ามีการเปลี่ยนแปลงอย่างมีนัยสำคัญของค่าโลหิตวิทยา ค่าทางชีวเคมีและพยาธิสภาพของอวัยวะภายใน และโดยเฉพาะในหนูทดลองที่ได้รับผงกวาวเครือขนาดสูงสุด (1,000 มก./กก. ต่อวัน) พบว่ามีระดับเอนไซม์ Aspartate aminotransferase, Alanine aminotransferase, Alkaline phosphatase และ bilirubin ซึ่งแสดงถึงการทำงานของตับเปลี่ยนแปลงไปอย่างมีนัยสำคัญ และจากการตรวจสอบทางจุลพยาธิก็พบว่าเกิดความผิดปกติในตับหนูอย่างมีนัยสำคัญ จากผลการทดลองจึงพบว่าการให้ผงกวาวเครือแดงในขนาด 250 มก./กก. ต่อวันหรือมากกว่านั้นจะทำให้เกิดพยาธิสภาพของอวัยวะภายในของหนูโดยเฉพาะที่ตับ[7]

สมุนไพรกวาวเครือแดง

ประโยชน์กวาวเครือแดง

  1. มีการใช้กวาวเครือแดงเพื่อทำเป็นยาคุมกำเนิดสำหรับสัตว์[1]
  2. ใบกวาวเครือแดงมีขนาดใหญ่มาก จึงสามารถนำมาใช้ห่อข้าวแทนใบตองได้[8]
  3. มีการนำสมุนไพรกวาวเครือแดงมาทำเป็นแชมพู สูตรทำให้เส้นผมแข็งแรง ป้องกันการหลุดร่วงของเส้นผม ป้องกันผมหงอดก่อนวัย เนื่องจากกวาวเครือแดงเป็นสมุนไพรที่มีคุณสมบัติช่วยบำรุงหลอดเลือด ทำให้เลือดหมุนเวียนได้ดี จึงสามารถนำสารอาหารไปหล่อเลี้ยงรากผมได้ดี และเมื่อใช้ผสมกับสมุนไพรกวาวเครือขาวที่มีสรรพคุณช่วยบำรุงเรื่องหนังศีรษะทำให้มีน้ำหล่อเลี้ยงแบบธรรมชาติ แถมยังช่วยลดอาการคันหนังศีรษะและรังแรอันเกิดจากหนังศีรษะแห้งได้อีกด้วย และเมื่อนำมาใช้ทำเป็นแชมพูก็จะยิ่งทำให้มีประสิทธิภาพเพิ่มขึ้นเป็นเท่าตัว[4],[5]
  4. ปัจจุบันมีการนำสมุนไพรกวาวเครือแดงไปผลิตหรือแปรรูปเป็นยาสมุนไพรอย่างหลากหลาย เช่น ครีมกวาวเครือแดง, สบู่กวาวเครือแดง, ยากวาวเครือแดง, เจลกวาวเครือแดง, กวาวเครือแดงแคปซูล, ครีมนวดกวาวเครือแดง เป็นต้น

คำแนะนำและข้อควรระวัง

  • กวาวเครือ เป็นสมุนไพรที่หายากและใกล้ศูนย์พันธุ์ จึงถูกขึ้นบัญชีเป็นสมุนไพรควบคุมประกาศของกระทรวงสาธารณสุข พ.ศ.2549 เพื่อจำกัดการครอบครองในกรณีที่ขุดจากป่าและเพาะปลูกเอง เมื่อขุดแล้วต้องปลูกทดแทน โดยผู้ประกอบวิชาชีพแพทย์แผนไทยหรือหมอพื้นบ้าน (40-120 กิโลกรัม) หรือหน่วยงานศึกษาวิจัยต่างๆ (80-240 กิโลกรัม) โรงงานอุตสาหกรรม (400-1,200 กิโลกรัม) และสำหรับเกษตรกรหรือประชาชนทั่วไป (20-60 กิโลกรัม) สามารถครอบครองสมุนไพรควบคุมกังกล่าวได้ในปริมาณตามที่ระบุไว้ในประกาศตาม พ.ร.บ. คุ้มครองและส่งเสริมภูมิปัญญาการแพทย์แผนไทย พ.ศ.2542 หากฝ่าฝืนจะมีโทษจำคุกไม่เกิน 6 เดือน หรือปรับไม่เกิน10,000 บ. หรือทั้งจับทั้งปรับ ดังนั้นการนำสมุนไพรกวาวเครือทุกชนิดมาใช้จึงต้องคำนึงถึงกฎหมายด้วย และควรได้รับการแนะนำจากแพทย์แผนไทย แม้ว่าปริมาณที่รับประทานจะปลอดภัยมากกว่ายาไวอากร้าก็ตาม[2]
  • ตามข้อกำหนดขององค์การอาหารและยาของประเทศไทย (อย.) ระบุขนาดการรับประทานสมุนไพรกวาวเครือแดงไม่ควรเกินวันละ 2 มิลลิกรัมต่อกิโลกรัมต่อวัน[1]
  • สำหรับผู้ที่เป็นโรคตับ หรือโรคหัวใจ ไม่ควรรับประทาน หรือควรปรึกษาแพทย์ก่อนการใช้สมุนไพรชนิดนี้[1]
  • ผลข้างเคียงกวาวเครือแดง ในตามตำราสมุนไพรไทยระบุไว้ว่า กวาวเครือชนิดหัวแดงนี้มีพิษมาก ปกติแล้วจะไม่นิยมนำมาทำเป็นยาสมุนไพร เพราะการรับประทานในปริมาณมากเกินไปอาจจะทำให้เกิดอันตรายกับร่างกายได้ เช่น อาจมีอาการมึนเมา มีอาการคลื่นไส้อาเจียน เป็นต้น[1]
  • สมุนไพรกวาวเครือแดง มีพิษเมามากกว่าสมุนไพรกวาวเครือขาว[1]
  • การรับประทานกวาวเครือแดงในปริมาณที่มากเกินไป อาจจะทำให้เกิดพิษต่อตับ หรือทำให้เกิดอาการอันไม่พึงประสงค์ต่างๆ ได้[1]
  • การรับประทานกวาวเครือแบบชง ตามตะรับยาพื้นบานของภาคเหนือ ระบุว่าให้รับประทานกวาวเครือแดงวันละ 2 ใน 3 ส่วนของเมล็ดพริกไทย หรือรับประทานเท่าขนาดของเมล็ดมะกล่ำใหญ่[6]

แหล่งอ้างอิง

  1. ฐานข้อมูลเครื่องยาสมุนไพร คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี.  [ออนไลน์].  เข้าถึงได้จาก: www.thaicrudedrug.com.  [16 ต.ค. 2013].
  2. มูลนิธิสุขภาพไทย.  “กวาวเครือแดงแรงฤทธิ์ ข่าวดีสำหรับบุรุษ”.  [ออนไลน์].  เข้าถึงได้จาก: www.thaihof.org.  [16 ต.ค. 2013].
  3. คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหาสารคาม.  สมุนไพรในร้านขายยา.  [ออนไลน์].  เข้าถึงได้จาก: www.pharmacy.msu.ac.th.  [16 ต.ค. 2013].
  4. กิจการวิจัย จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.  “กวาวเครือ ใช่แค่อึ๋มปึ๋งปั๋งยังบํารุงเส้นผม”.  รศ.ดร.วิชัย เชิดชีวศาสตร์ อาจารย์ประจำภาควิชาชีววิทยา คณะวิทยาศาสตร์จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.  [ออนไลน์].  เข้าถึงได้จาก: www.research.chula.ac.th.  [16 ต.ค. 2013].
  5. โรงเรียนมัธยมบึงปรือ.  [ออนไลน์].  เข้าถึงได้จาก: school.obec.go.th/mattayommb.  [16 ต.ค. 2013].
  6. หน่วยบริการฐานข้อมูลสมุนไพร สำนักงานข้อมูลสมุนไพร คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล.  [ออนไลน์].  เข้าถึงได้จาก: www.medplant.mahidol.ac.th.  [16 ต.ค. 2013].
  7. สถาบันวิจัยสมุนไพร.  สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์สาธารณสุข กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์.  “พิษเรื้อรังของกวาวเครือแดง”.  ทรงพล ชีวะพัฒน์, ปราณี ชวลิตธำรง, สมเกียรติ ปัญญามัง, สดุดี รัตนจรัสโรจน์, เรวดี บุตราภรณ์
  8. สันยาสี.  “กวาวเครือ ยอดสมุนไพรไทย”.  [ออนไลน์].  เข้าถึงได้จาก: www.sanyasi.org.  [16 ต.ค. 2013].

ภาพประกอบ : www.thaicrudedrug.com (by Sudarat Homhual), www.magnoliathailand.com (by จางซันฟง), www.flickr.com (by geetaarun)

เรียบเรียงข้อมูลโดย ฟ ริ น น์ .com

advertisements

Disclaimer : บทความที่มีเนื้อหาเกี่ยวเนื่องกับสุขภาพทั้งหมด ทางเว็บไซต์ได้รวบรวมไว้เพื่อเสริมสร้างความรู้ความเข้าใจแก่ผู้อ่านเท่านั้น จึงไม่สามารถนำไปใช้อ้างอิงหรือใช้แทนการวินิจฉัยของแพทย์ได้ หากมีการนำข้อมูลในเว็บไซต์ไปใช้ ทางเว็บไซต์จะไม่รับผิดชอบต่อความเสียหายที่อาจจะเกิดขึ้นได้ โปรดอ่านเพิ่มเติมหน้านโยบายและเงื่อนไขการใช้งานเว็บไซต์