• icon-facebook
  • icon-twitter
  • icon-google
  • icon-linkedin

กีวี สรรพคุณและประโยชน์ของกีวี่ 27 ข้อ ! | วิธีทำน้ำกีวีปั่น

icon-calendar Published: 6/07/2013 (Updated: 26/06/2014)
icon-view 33,752 views
กีวี่

advertisements

กีวีฟรุต

กีวี หรือ กีวีฟรุต (Kiwifruit) กีวี ชื่อวิทยาศาสตร์ : Actinidia chinensis เป็นพืชที่มีต้นกำเนิดในประเทศจีน ต่อมามีผู้นำไปปลูกที่ประเทศนิวซีแลนด์และได้ทำการปรับปรุงพันธุ์ใหม่ทำให้กีวีมีรสชาติดีมากยิ่งขึ้น จนกลายเป็นผู้ส่งออกรายใหญ่ที่สุดและยังได้เปลี่ยนชื่อใหม่เป็นกีวีตามชื่อของนกกีวีที่เป็นสัญลักษณ์ของประเทศ (เดิมมีชื่อว่า Chinese gooseberry)

สำหรับประเทศไทยมีการนำเข้ามาปลูกเมื่อปี พ.ศ.2519 โดยปลูกมากที่จังหวัดเชียงใหม่ ดอยอ่างขาง และดอยขุนวาง โดยกีวีเป็นผลไม้ที่มีผลลักษณะรีรูปไข่ มีขนเล็กๆปกคลุมอยู่ทั่วผล มีเนื้อสีเขียว (แต่บางสายพันธุ์จะมีสีเหลือง) รสเปรี้ยวอมหวาน ชุ่มน้ำ เป็นผลไม้ที่เก็บไว้ได้นานถึงสองสัปดาห์ถ้าเก็บอย่างเหมาะสม (ในตู้เย็น)

กีวี ยังจัดเป็นผลไม้อันดับต้นๆ ของผลไม้ลดความอ้วนอีกด้วย เพราะมีไฟเบอร์จำนวนมากที่ทำให้อิ่มเร็วและนาน สำหรับผู้ที่มักรับประทานอาหารระหว่างวันเป็นประจำหรือเป็นเพราะความหิว กีวีช่วยได้แน่นอน แต่ก็อดสงสัยไม่ได้ว่าเรื่องจากกีวีเป็นผลไม้ที่มีลดหวานแล้วแบบนี้รับประทานเข้าไปมากๆมันจะไม่อ้วนหรอ? ก็ต้องบอกว่าไม่อ้วนแน่นอนเพราะกีวีน้ำหนัก 60 กรัมจะให้พลังงานเพียง 25 แคลอรี่เท่านั้น !! ซึ่งถือว่าน้อยมากๆ

กีวี อุดมไปด้วยวิตามินและแร่ธาตุหลายชนิด อย่างเช่นวิตามินเอ ซี อี เค บี1 บี2 บี3 บี6 บี9 แคลเซียม เหล็ก แมกนีเซียม ฟอสฟอรัส โพแทสเซียม โซเดียม สังกะสี แมงกานีส เป็นต้น โดยจัดเป็นผลไม้ที่ มีวิตามินสูงมาก เพราะการรับประทานกีวีเพียง 1 ลูก (100 กรัม) จะทำให้ร่างกายได้รับวิตามินซีมากถึงร้อยละ 155 ของปริมาณที่ร่างกายควรได้รับในแต่ละวัน และนอกจากนี้ยังประกอบไปด้วยโอเมก้า-3 อีกด้วย ซึ่งเป็นกรดไขมันที่จำเป็นอย่างมากสำหรับร่างกาย เพราะร่างกายไม่สามารถสร้างขึ้นเองได้

วิธีกินกีวี กีวีกินยังไง? กีวี่สรรพคุณก็ง่ายๆสุด เพียงแค่นำผลมาตัดครึ่งแล้วใช้ช้อนตักเนื้อกีวีกินได้เลย หรือถ้าอยากทำให้สวยน่ารับประทานยิ่งขึ้นซึ่งเป็นอีกวิธีที่ง่ายเหมือนกัน ก็คือนำผลกีวีมาตัดหัวตัดท้ายออก แล้วใช้ช้อนคว้านเนื้อเป็นวงกลม เมื่อได้เนื้อมาก็นำมาสไลด์เป็นแผ่นๆ เป็นอันเสร็จ สำหรับวิธีดูว่ากีวีพร้อมที่จะรับ ประทานได้แล้วหรือยัง ก็คือผลของกีวีจะเริ่มนุ่ม คุณก็สามารถรับประทานได้เลย เมื่อซื้อมาแล้วก็อย่าลืมเก็บไว้ในตู้เย็น ถ้าหากไม่อยากให้ผลไม้กีวีสุกมากกว่านี้ก็แค่เก็บไว้ในตู้เย็นจะสามารถเก็บไว้ได้นานถึง 1-2 สัปดาห์

ประโยชน์ของกีวี

  1. ประโยชน์ของกีวี่ข้อแรกคือมีสารต่อต้านอนุมูลอิสระสูง จึงช่วยชะลอวัยและการเกิดริ้วรอยแห่งวัย
  2. มีวิตามินซีสูง ช่วยเสริมสร้างคอลลาเจน ช่วยทำให้โครงสร้างผิวมีความแข็งแรง บำรุงผิวพรรณให้เปล่งปลั่งสดใส
  3. ประโยชน์กีวี่มีช่วยลดจุดด่างดำใต้ผิว แก้ปัญหาผิวหมองคล้ำ
  4. เป็นผลไม้ที่เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการควบคุมน้ำหนัก เพราะการรับประทานกีวีช่วยให้อิ่มเร็ว ทำให้ไม่อ้วน
  5. เป็นผลไม้ที่มีโอเมก้า-3 ซึ่งร่างกายไม่สามารถสร้างเองได้
  6. สรรพคุณของกีวีช่วยป้องกันการเสื่อมสภาพของเซลล์ในร่างกาย
  7. กีวี สรรพคุณช่วยเพิ่มการไหลเวียนของโลหิตในร่างกายให้ดียิ่งขึ้น
  8. กีวี่ สรรพคุณเหมาะสำหรับผู้ที่มีปัญหาเรื่องการนอนหลับยาก กีวีจะช่วยให้คุณหลับง่ายและสบายมากขึ้น
  9. สาร “โพลีฟีนอล” ในผลกีวีมีคุณสมบัติช่วยต่อต้านการเกิดโรคมะเร็ง
  10. ช่วยลดระดับคอเลสเตอรอล และไตรกลีเซอไรด์ในเลือด
  11. โพแทสเซียมจากกีวีช่วยลดความดันโลหิตสูงได้
  12. ช่วยป้องกันลดความเสี่ยงจากการเกิดโรคหัวใจวาย
  13. โฟเลตจากกีวีช่วยในเรื่องการแบ่งตัวของเซลล์ใหม่ จำเป็นอย่างมากสำหรับมารดาที่กำลังตั้งครรภ์ เพราะช่วยลดโอกาสเสี่ยงที่ทารกจะมีความพิการทางสมองและ ระบบประสาทหากขาดโฟเลต และเสริมสร้างพัฒนาการของทารกในครรภ์
  14. ซิงค์จากกีวี เป็นแร่ธาตุที่จำเป็นใช้สร้างฮอร์โมนเพศชาย
  15. ช่วยเสริมสร้างกระดูกและฟันให้แข็งแรง ช่วยป้องกันฟันผุมาก กีวีจะช่วยลดอนุมูลอิสระเหล่านี้ได้
  16. ช่วยซ่อมแซมกล้ามเนื้อและเส้นใยประสาท
  17. ช่วยซ่อมแซมเซลล์ DNA ที่ถูกทำลายจากกระบวนการเผาผลาญอาหารในร่างกายของเราได้
  18. การรับประทานกีวีพร้อมหรือหลังอาหาร หากอาหารมื้อนั้นมีไขมัน
  19. ช่วยเสริมสร้างภูมิคุ้มกันให้แข็งแรง
  20. กีวีสีทองสามารถทำให้ร่างกายต่อสู้กับโรคไข้หวัดใหญ่ได้ดี
  21. ช่วยบรรเทาอาการเจ็บคอได้
  22. ไฟเบอร์ช่วยให้ระบบย่อยอาหารทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ
  23. ช่วยป้องกันโรคท้องผูก ช่วยให้ขับถ่ายอย่างสะดวกและสม่ำเสมอ
  24. สรรพคุณกีวีช่วยต่อต้านเชื้อแบคทีเรีย และเชื้อไวรัส
  25. สรรพคุณกีวี่ช่วยบรรเทาอาการอักเสบต่างๆในร่างกาย
  26. ใช้แต่งหน้าเค้กและสลัดต่างๆ
  27. ประโยชน์กีวีข้อสุดท้ายคือนำมาแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์ต่างๆ เช่น ผลไม้กระป๋อง กีวีกวน กีวีตากแห้ง น้ำผลไม้ ไวน์ ผลไม้แช่แข็ง
advertisements

คุณค่าทางโภชนาการของผลกีวีเขียว ต่อ 100 กรัม

  • พลังงาน 61 กิโลแคลอรี่
  • คาร์โบไฮเดรต 14.66 กรัม
  • น้ำตาล 8.99 กรัม
  • เส้นใย 3.0 กรัม
  • ไขมัน 0.52 กรัม
  • โปรตีน 1.14 กรัม
  • ประโยชน์ของกีวีวิตามินบี1 0.027 มิลลิกรัม 2%
  • วิตามินบี2 0.025 มิลลิกรัม 2%
  • วิตามินบี3 0.341 มิลลิกรัม 2%
  • วิตามินบี5 0.183 มิลลิกรัม 4%
  • วิตามินบี6 0.063 มิลลิกรัม 5%
  • วิตามินบี9 25 กรัม 6%
  • โคลีน 7.28 กรัม 2%
  • วิตามินซี 92.7 มิลลิกรัม 112%
  • วิตามินอี 1.46 มิลลิกรัม 10%
  • วิตามินเค 40.3 ไมโครกรัม 38%
  • ธาตุแคลเซียม 34 มิลลิกรัม 3%
  • ธาตุเหล็ก 0.31 มิลลิกรัม 2%
  • ธาตุแมกนีเซียม 17 มิลลิกรัม 5%
  • ธาตุแมงกานีส 0.098 มิลลิกรัม 5%
  • ธาตุฟอสฟอรัส 34 มิลลิกรัม 5%
  • ธาตุโพแทสเซียม 312 มิลลิกรัม 7%
  • ธาตุโซเดียม 3 มิลลิกรัม 0%
  • ธาตุสังกะสี 0.14 มิลลิกรัม 1%

% ร้อยละของปริมาณแนะนำที่ร่างกายต้องการในแต่ละวันสำหรับผู้ใหญ่ (ข้อมูลจาก : USDA Nutrient database)

คุณค่าทางโภชนาการของผลกีวีทอง ต่อ 100 กรัม

  • สรรพคุณกีวี่พลังงาน 60 กิโลแคลอรี่
  • คาร์โบไฮเดรต 14.23 กรัม
  • น้ำตาล 10.98 กรัม
  • เส้นใย 2 กรัม
  • ไขมัน 0.56 กรัม
  • โปรตีน 1.23 กรัม
  • วิตามินบี1 0.024 มิลลิกรัม 2%
  • วิตามินบี2 0.046 มิลลิกรัม 4%
  • วิตามินบี3 0.28 มิลลิกรัม 2%
  • วิตามินบี5 0.5 มิลลิกรัม 10%
  • วิตามินบี6 0.057 มิลลิกรัม 4%
  • วิตามินบี9 34 กรัม 9%
  • ประโยชน์ของกีวี่โคลีน 5 กรัม 1%
  • วิตามินซี 105.4 มิลลิกรัม 127%
  • วิตามินอี 1.49 มิลลิกรัม 10%
  • วิตามินเค 5.5 ไมโครกรัม 5%
  • ธาตุแคลเซียม 20 มิลลิกรัม 2%
  • ธาตุเหล็ก 0.29 มิลลิกรัม 2%
  • ธาตุแมกนีเซียม 14 มิลลิกรัม 4%
  • ธาตุแมงกานีส 0.058 มิลลิกรัม 3%
  • ธาตุฟอสฟอรัส 29 มิลลิกรัม 4%
  • ธาตุโพแทสเซียม 316 มิลลิกรัม 7%
  • ธาตุโซเดียม 3 มิลลิกรัม 0%
  • ธาตุสังกะสี 0.10 มิลลิกรัม 1%

% ร้อยละของปริมาณแนะนำที่ร่างกายต้องการในแต่ละวันสำหรับผู้ใหญ่ (ข้อมูลจาก : USDA Nutrient database)

วิธีทำน้ำกีวีปั่น

  1. วิธีทำน้ำกีวีปั่นรสเปรี้ยวของกีวีเป็นสิ่งที่ใครหลายๆคนชื่นชอบ แต่ถ้ามันเปรี้ยวเกินไปก็คงจะไม่อร่อย เราจึงต้องผสมน้ำเขียวเข้มข้นและน้ำองุ่น เพื่อให้มีรสชาติเปรี้ยวอมหวานเล็กน้อยและรสชาติกลมกล่อม ชื่นใจ
  2. กีวีปั่นวิธีทำอย่างแรกให้เตรียมวัตถุดิบดังนี้ กีวีที่ใช้ปั่น 2 ผล / กีวีสไลด์สำหรับตกแต่งหน้า / น้ำองุ่น 1½ ถ้วยตวง / น้ำเขียวเข้มข้น 3 ช้อนโต๊ะ / น้ำแข็ง
  3. นำกีวี 2 ผลที่ได้มาปอกเปลือกเหลือแต่เนื้อแล้วหั่นเป็นชิ้นๆ
  4. นำกีวีที่ปลอกเปลือก น้ำองุ่น น้ำเขียวเข้มข้น ใส่ลงไปในโถปั่น
  5. ปั่นพอละเอียด ก็จะได้น้ำกีวี (จะใส่น้ำแข็งลงไปในโถปั่นเลยก็ได้)
  6. หลังจากนั้นนำมารินใส่แก้วพร้อมน้ำแข็ง
  7. ตกแต่งหน้าเล็กน้อยด้วยกีวีสไลด์เพื่อความสวยงามและเพื่อให้น่ารับประทานยิ่งขึ้น (ตกแต่งหรือไม่ก็ได้)
  8. เสร็จแล้วน้ำกีวีปั่นฝีมือของคุณ

โทษของกีวี ในบางรายอาจมีอาการแพ้ได้ เพราะผลไม้กีวีมีเอนไซม์ชนิดพิเศษซึ่งอาจจะเป็นสาเหตุของอาการแพ้ได้ แต่อาการแพ้ดังกล่าวถือว่ามีโอกาสเกิดขึ้นน้อยมากๆหรือแทบไม่มีเลย แต่สำหรับผู้ที่มีอาการแพ้กีวีสีเขียว คุณอาจจะไม่มีปัญหาหรือมีอาการแพ้กีวีสีทองก็เป็นได้ แต่ทั้งนี้ควรสอบถามแพทย์ก่อนที่จำรับประทา

แหล่งอ้างอิง : วิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี (EN), USDA Nutrient database

เรียบเรียงข้อมูลโดย ฟรินน์.คอม

advertisements

Disclaimer : บทความที่มีเนื้อหาเกี่ยวเนื่องกับสุขภาพทั้งหมด ทางเว็บไซต์ได้รวบรวมไว้เพื่อเสริมสร้างความรู้ความเข้าใจแก่ผู้อ่านเท่านั้น จึงไม่สามารถนำไปใช้อ้างอิงหรือใช้แทนการวินิจฉัยของแพทย์ได้ หากมีการนำข้อมูลในเว็บไซต์ไปใช้ ทางเว็บไซต์จะไม่รับผิดชอบต่อความเสียหายที่อาจจะเกิดขึ้นได้ โปรดอ่านเพิ่มเติมหน้านโยบายและเงื่อนไขการใช้งานเว็บไซต์

HOME HOME