Frynn (ฟรินน์) เว็บใหม่โดย greenerald

กุหลาบมอญ สรรพคุณและประโยชน์ของดอกกุหลาบมอญ 14 ข้อ ! (ดอกยี่สุ่น)

กุหลาบมอญ

กุหลาบมอญ

กุหลาบมอญ ชื่อสามัญ Damask Rose, Pink Damask Rose, Summer Damask Rose, Rose กุหลาบมอญ ชื่อวิทยาศาสตร์ Rosa damascena Mill. (ชื่อพ้องวิทยาศาสตร์ Rosa damascena Miller var. trigintipetala (Dieck) Koehne, Rosa gallica L. var. damascene Voss, Rosa L. cv. Group Damascena[3]) จัดอยู่ในวงศ์ ROSACEAE[1],[2],[3],[4],[5]

สมุนไพรกุหลาบมอญ ยังมีชื่อเรียกตามท้องถิ่นอื่นๆ อีก เช่น ยี่สุ่น (ภาคกลาง), กุหลาบออน (เงี้ยว-แม่ฮ่องสอน) เป็นต้น[1],[2],[5]

ลักษณะของกุหลาบมอญ

  • ต้นกุหลาบมอญ หรือ ต้นยี่สุ่น เป็นกุหลาบพันธุ์พื้นเมืองของหงสาวดี (เมืองของชาวมอญในอดีต) โดยเป็นดอกไม้ที่ทรงโปรดของสมเด็จพระนเรศวน พระองค์ทรงนำกลับมาปลูกหลังจากเสร็จสงครามที่เมืองมอญ โดยจัดเป็นไม้พุ่ม ลำต้นตั้งตรง มีความสูงของต้นประมาณ 1-2 เมตร แตกกิ่งก้านตั้งแค่โคนต้น เปลือกต้นเรียบ มีหนามแหลมตามกิ่งและตามลำต้น ปกติมีหนามมากและมีความยาวไม่เท่ากัน มีลักษณะตรงถึงโค้งเล็กน้อย หนามอ่อนเป็นสีน้ำตาลแกมสีแดง ส่วนหนามแก่เป็นสีเทา ต้นกุหลาบมอญเป็นไม้ดอกกลางแจ้ง เจริญเติบโตได้ดีในที่โล่งกลางแข้งและในดินร่วนซุยที่มีธาตุอาหารเพียงพอและระบายน้ำได้ดี ขยายพันธุ์ด้วยวิธีการเพาะเมล็ด การปักชำกิ่ง และวิธีการตอนกิ่งซึ่งเป็นที่นิยมที่สุด เนื่องจากออกรากได้ง่าย[1],[3],[4],[6],[7]

ต้นกุหลาบมอญ

ต้นยี่สุ่น

  • ใบกุหลาบมอญ ใบเป็นใบประกอบแบบขนนก ปลายใบคี่ ออกเรียงสลับกัน มีใบย่อยประมาณ 3-5 ใบ ลักษณะของใบย่อยเป็นรูปไข่ ปลายใบแหลม โคนใบมน ส่วนขอบใบเป็นจักแบบฟันเลื่อยตลอดทั้งขอบใบ ใบมีขนาดกว้างประมาณ 2-4 เซนติเมตร และยาวประมาณ 3-6 เซนติเมตร แผ่นใบด้านล่างมีขนไม่มีต่อม หูใบส่วนใหญ่ขอบเรียบ ปลายยื่นยาว ส่วนก้านใบมีขนสีน้ำตาลแดง[1],[3]

ใบกุหลาบมอญ

  • ดอกกุหลาบมอญ หรือ ดอกยี่สุ่น ออกดอกเป็นช่อแบบกระจะหรือช่อแบบกระจุกแตกแขนง มีประมาณ 3-10 ดอก หรืออาจมีมากกว่านี้ โดยจะออกดอกบริเวณปลายยอด ดอกย่อยเป็นสีชมพูและมีกลิ่นหอม มีขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางกว้างถึง 8 เซนติเมตร กลีบดอกมีลักษณะค่อนข้างกลมเรียงซ้อนกันเป็นชั้นๆ ปลายกลีบดอกมน หรือเป็นหยักตื้นๆ หรือเป็นคลื่น กลีบดอกโดยปกติแล้วจะมีประมาณ 20-30 กลีบ ถ้ากลีบไม่ปกติจะมีประมาณ 5-10 กลีบต่อดอก กลีบดอกมีตั้งแต่สีแดงจนถึงสีขาว แต่ส่วนใหญ่จะเป็นสีชมพูกุหลาบถึงแดง ดอกมีเกสรเพศผู้จำนวนมาก มีประมาณ 100-120 อัน ส่วนเกสรเพศเมียก็มีจำนวนมากเช่นกัน ก้านเกสรมีขน ส่วนกลีบเลี้ยงดอกเป็นสีเขียว มีลักษณะเป็นรูปสามเหลี่ยม เป็นติ่งแหลมกว้าง ม้วนโค้งตอนดอกบาน และจะร่วงในเวลาต่อมา มีต่อม ส่วนฐานรองดอกมีลักษณะเป็นรูปถ้วย ด้านนอกมีต่อมขนอยู่เป็นจำนวนมากและด้านในมีขน ส่วนก้านช่อดอกยาวได้ถึง 7 เซนติเมตรและมีหนามเล็กๆ[1],[3]

ยี่สุ่น

ดอกกุหลาบมอญ

ดอกยี่สุ่น

  • ผลกุหลาบมอญ ลักษณะของผลเป็นรูปทรงกลม บ้างว่ารูปไข่ ยาวได้ถึง 2.5 เซนติเมตร ผลเป็นผลสดและเป็นผลกลุ่ม ผลเป็นสีแดงอ่อนถึงเข้ม ในผลมีเมล็ดสีออกน้ำตาลประมาณ 1-3 เมล็ด ลักษณะของเมล็ดเป็นรูปสามเหลี่ยมกลม ยาวประมาณ 0.3-0.5 เซนติเมตร[1],[3]

สรรพคุณของกุหลาบมอญ

  1. ตำรายาไทยใช้กลีบดอกมีรสสุขม ใช้เข้ายาหอมเป็นยาบำรุงหัวใจ (กลีบดอก,ดอกแห้ง)[1],[2],[3],[5]
  2. ดอกแห้งมีสรรพคุณช่วยแก้อาการอ่อนเพลีย (ดอกแห้ง)[3],[5]
  3. น้ำดอกไม้เทศที่มีส่วนผสมของกุหลาบมอญ มีสรรพคุณช่วยแก้อาการอ่อนเพลียและกระวนกระวาย[1],[2]
  4. กลีบดอกมีสรรพคุณช่วยขับน้ำดี (กลีบดอก)[1],[2]
  5. ดอกแห้งใช้เป็นยาระบายอ่อนๆ (ดอกแห้ง)[1],[3],[5]

ฤทธิ์ทางเภสัชวิทยาของกุหลาบมอญ

  • กุหลาบมอญมีฤทธิ์ในการคลายกล้ามเนื้อเรียบ[3]
  • มีฤทธิ์กดการทำงานของกล้ามเนื้อลาย[3]
  • น้ำมันกุหลาบมอญเป็นสารที่มีความปลอดภัยในการใช้ โดยมีค่าทำให้สัตว์ทดลองครึ่งหนึ่ง (LD50) เมื่อให้ยาทางปากกับหนูขาว และให้ยาทาโดยการทาผิวหนังของกระต่าย มากกว่า 5 กรัมต่อกิโลกรัม[3]

ประโยชน์ของกุหลาบมอญ

  1. ที่เห็นกันอยู่ทั่วไปก็คือ การดอกนำมาใช้ในการร้อยพวงมาลัย ใช้ในการร้อยพวงอุบะดอกไม้ในงานมงคลหรือในงานพิธีต่างๆ โดยนำมากลีบมาร้อยเป็นพวง[7]
  2. กลีบดอกสามารถนำมาไปชุบแป้งทอด ใช้รับประทานเป็นผักร่วมกับน้ำพริกได้ หรือใช้ทำเป็น “ยำดอกกุหลาบ[6],[7]
  3. สำหรับการใช้ในงานด้านอาหาร เช่น การนำมาแต่งหน้าขนมตะโก้ หรือนำมาใช้รอยบนท่อนอ่อยควั่น เพิ่มเพิ่มความสวยงามให้กับอาหารให้ดูน่ารับประทานยิ่งขึ้น[7]
  4. กลีบดอกใช้ทำเป็นชากุหลาบ ด้วยการใช้กลีบกุหลาบที่ตากแห้งแล้วนำมาชงในน้ำเดือด ก็จะได้ชากุหลาบสีสดสวยงาม โดยมีสรรพคุณเป็นยาบำรุงหัวใจ แก้อาการอ่อนเพลีย และมีฤทธิ์เป็นยาระบายแบบอ่อนๆ หากมีรสฝาดก็ให้เติมมะนาวหรือเกลือ[7]
  5. กลีบดอกสดของกุหลาบมอญมีน้ำมันหอมระเหย ที่สามารถนำมาใช้ในการแต่งกลิ่นเครื่องสำอาง แต่งกลิ่นยา แต่งกลิ่นอาหารและน้ำเชื่อมของขนมไทย[1],[2],[3],[4],[5]
  6. กลีบดอกนอกจากจะนำมาสกัดน้ำมันหอมระเหยแล้ว ยังนำมาทำดอกไม้ประดิษฐ์และบุหงาได้อีกด้วย[4]
  7. น้ำมันกุหลายมอญ ใช้เป็นหัวน้ำหอมได้[3]
  8. น้ำกุหลาบใช้เป็นส่วนผสมของน้ำดอกไม้เทศ (หัวน้ำหอมที่ทำจากดอกกุหลาบชนิดหนึ่ง)[1],[2]
  9. ใช้ปลูกเป็นไม้ประดับ เนื่องจากกุหลาบมอญเป็นไม้ดอกที่มีดอกสวยงามและมีกลิ่นหอมแรงมาก ดอกบานได้หลายวัน ออกดอกได้ตลอดทั้งปี อีกทั้งยังเป็นกุหลาพันธุ์ที่สามารถปลูกได้ง่าย การดูแลรักษาก็ไม่ยาก[4],[7]
แหล่งอ้างอิง
  1. หนังสือสมุนไพรไทย เล่ม 1.  “กุหลาบมอญ (Ku Hlap Mon)“.  (ดร.นิจศิริ เรืองรังษี, ธวัชชัย มังคละคุปต์).  หน้า 53.
  2. หนังสือสมุนไพรสวนสิรีรุกขชาติ.  “กุหลาบมอญ“.  (คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล).  หน้า 181.
  3. ฐานข้อมูลน้ำมันหอมระเหยไทย, สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย (วว.).  “กุหลาบมอญ“.  อ้างอิงใน: หนังสืออุทยานสมุนไพรพุทธมณฑล, หน้า 21, สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย, กระทรวงวิทยาศาสตร์เทคโนโลยีและพลังงาน.  [ออนไลน์].  เข้าถึงได้จาก: www.tistr.or.th/essentialoils/.  [04 ก.พ. 2014].
  4. คณะทรัพยากรธรรมชาติ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์.  “กุหลาบมอญ“.  [ออนไลน์].  เข้าถึงได้จาก: www.natres.psu.ac.th.  [04 ก.พ. 2014].
  5. สำนักงานโครงการอนุรักษ์พันธุกรรมพืชอันเนื่องมาจากพระราชดำริ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี.  “กุหลาบมอญ“.  [ออนไลน์].  เข้าถึงได้จาก: www.rspg.or.th.  [04 ก.พ. 2014].
  6. ผักพื้นบ้านในประเทศไทย กรมส่งเสริมการเกษตร.  “กุหลาบมอญ“.  [ออนไลน์].  เข้าถึงได้จาก: ftp://smc.ssk.ac.th/intranet/Research_AntioxidativeThaiVegetable/.  [04 ก.พ. 2014].
  7. หนังสือพิมพ์มติชนบทเทคโนโลยีชาวบ้าน ฉบับที่ 484, วันที่ 1 สิงหาคม พ.ศ. 2553.  “กุหลาบมอญ กุหลาบในตำนาน“.  (องอาจ ตัณฑวณิช).

ภาพประกอบ : เว็บไซต์ flickr.com (by Peter Karlsson, jacraghead, Ahmad Fuad Morad, Roscoea, agromonitor, ing123)

เรียงเรียงโดย ฟรินน์ ดอทคอม (frynn.com)

ปรับปรุงครั้งล่าสุด วันที่ 5 ก.พ. 2014 เวลา 01:33 น.