• icon-facebook
  • icon-twitter
  • icon-google
  • icon-linkedin

ชะเอมเทศ สรรพคุณและประโยชน์ของชะเอมเทศ 74 ข้อ! (กำเช่า)

icon-calendar 28 พ.ย. 2013
icon-view 848 ครั้ง
ชะเอมเทศ

advertisements

ชะเอมเทศ

ชะเอมเทศ ชื่อสามัญ Licorice, Chinese licorice, Russian licorice, Spanish licorice ชะเอมเทศ ชื่อวิทยาศาสตร์ Glycyrrhiza glabra Linn. จัดอยู่ในวงศ์ FABACEAE หรือ LEGUMINOSAE เช่นเดียวกับชะเอมไทย และอยู่ในวงศ์ย่อยถั่วหรือวงศ์ย่อย FABOIDEAE หรือ PAPILIONOIDEAE[1],[2],[4]

สมุนไพรชะเอมเทศ ยังมีชื่อเรียกอื่นๆ อีก เช่น กำเช่า กำเช้า (จีน-แต้จิ๋ว), กันเฉ่า (จีนกลาง), ชะเอมจีน เป็นต้น และชะเอมเทศนี้มีถิ่นกำเนิดในประเทศจีน[1],[2],[4]

ลักษณะของชะเอมเทศ

  • ต้นชะเอมเทศ จัดเป็นไม้พุ่มที่มีอายุนาน มีลำต้นสูงประมาณ 1-2 เมตร[1],[2]

ต้นชะเอมเทศ

รากชะเอมเทศ

  • ใบชะเอมเทศ ใบเป็นใบประกอบแบบขนนก ออกเรียงสลับกัน มีใบย่อยประมาณ 9-17 ใบ ใบเป็นสีเขียวอมเหลือง ส่วนก้านใบย่อยจะสั้นมาก[1]

ใบชะเอมเทศ

  • ดอกชะเอมเทศ ออกดอกเป็นช่อ กลีบดอกเป็นสีม่วงอ่อนๆ ส่วนก้านดอกสั้นมาก[1]

รูปชะเอมเทศดอกชะเอมเทศ

  • ผลชะเอมเทศ หรือ ฝักชะเอมเทศ ผลมีลักษณะเป็นฝักแบน ผิวภายนอกมีลักษณะเรียบ[1]

ฝักชะเอมเทศ

เมล็ดชะเอมเทศ

ชะเอมเทศสมุนไพรที่ได้รับการขนานนามในประเทศจีนว่าเป็นยอดสมุนไพรที่ช่วยขจัดพิษ ซึ่งการรับประทานเป็นประจำในปริมาณน้อยๆ จะช่วยกำจัดพิษที่สะสมในร่างกายให้ลดลงได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งพิษที่สะสมในเลือดและตับ และเมื่อเทียบกับสมุนไพรชนิดอื่นแล้วชะเอมเทศนั้นจะมีรสชาติที่อ่อนนุ่มและไม่มีผลข้างเคียง จึงเป็นที่นิยมนำมาช่วยขจัดสารพิษมากกว่าสมุนไพรชนิดอื่น และชะเอมเทศยังมีชื่อเสียงในด้านเป็นยาขับเสมหะ นำมาทำเป็นน้ำชาแก้อาการไอและอาการเจ็บระคายคอ และนิยมนำมาใช้เพื่อช่วยลดอาการอักเสบต่างๆ[7]

สรรพคุณของชะเอมเทศ

  1. สรรพคุณชะเอมเทศ รากช่วยบำรุงร่างกาย (ราก)[3]
  2. ช่วยเสริมสร้างระบบภูมิคุ้มกันในร่างกาย และช่วยต่อต้านอนุมูลอิสระ เนื่องจากรากชะเอมเทศมีสาระสำคัญอย่าง กลีเซอไรซิน (Glycyrrhizin) และสารเคมีอื่นๆ อีกหลายร้อยชนิด เช่น ไฟโตเอสโตรเจน และฟลาโวนอยด์ ซึ่งมีคุณสมบัติช่วยต่อต้านอนุมูลอิสระ (ราก)[7],[8]
  3. เปลือกต้นและผลมีรสหวานใช้เป็นยาบำรุงกำลัง (เปลือกต้น,ผล)[1],[2]
  4. ช่วยแก้อาการอ่อนเพลีย จากการตรากตรำทำงานหนัก (ราก)[1] บรรเทาอาการอ่อนเพลียเรื้อรังและอาการปวดกล้ามเนื้อเรื้อรัง (ไม่ระบุส่วนที่ใช้ แต่เข้าใจว่าเป็นราก)[8]
  5. ช่วยสงบประสาท มีฤทธิ์กล่อมประสาท กดระบบประสาทส่วนกลาง (ราก)[1],[7]
  6. ช่วยเจริญซึ่งหทัยวาตให้สดชื่น (ราก)[3]
  7. ช่วยกระจายลมเบื้องบนและลมเบื้องล่าง (ต้น)[1]
  8. ช่วยแก้อาการไอเป็นไข้ [1] ลดไข้ ต้านมาลาเรีย (ราก)ลดไข้ (ราก)[7]
  9. สำหรับผู้ที่มีอาการไอไม่หยุด เนื่องจากเป็นภูมิแพ้และมีอาการกระหายน้ำอย่างรุนแรง ให้ใช้ชะเอมเทศแห้ง 4 กรัม (ไม่ระบุว่าเป็นส่วนไหน แต่เข้าใจว่าเป็นราก), โสมคนแห้ง 3 กรัม, ขิงแห้ง 5 กรัม, และพุทราแดงจีนแห้ง 5 กรัม (หาซื้อได้ตามร้านขายยาจีน) นำมาห่อให้ผ้าขาวบางแล้วมัดไว้ให้แน่นต้มน้ำจนเดือดหรือแช่ในน้ำร้อนจนเนื้อยาออก แล้วนำมาดื่มเมื่อมีอาการไอหรือใช้ดื่มต่างน้ำแบบจิบบ่อยๆ จะช่วยลดอาการดังกล่าวได้[2]
  10. ช่วยระบายความร้อนและช่วยขับพิษ (ราก)[4]
  11. ทำให้มีอาการคลื่นเหียนอาเจียน (เปลือกต้น)[1]
  12. ช่วยรักษาอาการเบื่อเมา (ราก)[1]
  13. ช่วยรักษากำเดาให้เป็นปกติ (ราก)[1]
  14. ชะเอมเทศ สรรพคุณช่วยบรรเทาอาการของโรคเกี่ยวกับทางเดินหายใจ (ไม่ระบุส่วนที่ใช้ แต่เข้าใจว่าเป็นราก)[8]
  15. ช่วยทำให้ชุ่มคอ และแก้อาการไอ (ราก)[2],[3],[4]
  16. ช่วยทำให้ชุ่มชื้น แก้อาการคอแห้ง (ผล[1], ราก[3])
  17. รากสดใช้รักษาอาการเจ็บคอ (ราก)[1] หรือใช้เข้าในตำรายาร่วมกับสมุนไพรอื่น ช่วยแก้อาการคอบวม อักเสบ (ราก)[4]
  18. ช่วยทำให้เสมหะในคอแห้ง (ใบ)[1],[2]
  19. ช่วยขับเสมหะ (ราก)[3],[4]
  20. ช่วยแก้เสมหะเป็นพิษ (ราก)[2]
  21. รากใช้ปรุงเป็นยาแก้น้ำลายเหนียว (ราก)[2],[3]
  22. ช่วยบำรุงหัวใจ (ราก)[2]
  23. ช่วยเสริมชี่ ทำให้การเต้นของชีพจรมีแรงและกลับคืนสภาพปกติ รักษาชี่ของหัวใจพร่อง (กำเช่าผัดน้ำผึ้ง)[4]
  24. ช่วยแก้อาการใจสั่น (ราก)[4]
  25. ช่วยแก้เส้นเอ็นและชีพจรตึงแข็ง ทำให้ชีพจรเต้นไม่สม่ำเสมอ และชีพจรเต้นหยุดอย่างมีจังหวะ (กำเชาผัดน้ำผึ้ง)[4]
  26. รากชะเอมเทศมีรสชุ่ม ใช้เป็นยาบำรุงปอด (ราก)[1]
  27. ช่วยแก้อาการปวดท้อง (ราก[1], กำเช่าผัดน้ำผึ้ง[4])
  28. ช่วยขับลม (ราก)[3]
  29. ช่วยป้องกันและรักษาแผลในกระเพาะอาหาร (ราก)[4]
  30. ช่วยในการย่อยอาหาร แก้ระบบการย่อยอาหารทำงานได้ไม่ดี หรืออาหารเป็นพิษ (ราก)[1],[4],[8]
  31. ช่วยบำรุงม้ามและกระเพาะอาหาร (กำเช่าผัดน้ำผึ้ง)[4]
  32. ช่วยขับเลือดที่เน่าเสียในท้อง (ราก)[1],[2],[3]
  33. ในประเทศญี่ปุ่นมีการใช้สารกสัดจากรากชะเอมเทศเพื่อใช้รักษาโรคตับอักเสบมานานกว่า 20 ปีแล้ว และยังมีการศึกษาทางคลินิกพบว่ารากชะเอมเทศนั้นสามารถช่วยลดระดับเอนไซม์ตับ (Amino-Transferase) ซึ่งทำให้เซลล์ตับดีขึ้น[6]
  34. ช่วยทำให้ร่างกายฟื้นตัวจากไวรัสตับอักเสบได้เร็วขึ้น (ไม่ระบุส่วนที่ใช้ แต่เข้าใจว่าเป็นราก)[8]
  35. ใบชะเอมเทศ สรรพคุณใช้เป็นยารักษาดีพิการ (ใบ)[1]
  36. ช่วยรักษาพิษของฝีดาษ (ดอก)[1],[2]
  37. ช่วยรักษาแผลเรื้อรัง (ราก)[1]
  38. ดอกชะเอมเทศ สรรพคุณใช้แก้อาการคัน (ดอก[1],[2], ราก[3])
  39. ช่วยรักษาผื่นเอ็กซีมา โดยครีมชะเอมเทศนั้นสามารถนำมาใช้ทาเพื่อรักษาโรคผิวหนังอักเสบจากผื่นเอ็กซีมาได้ (มะบุว่าทำจากส่วนไหน แต่เข้าใจว่าทำจากราก)[8]
  40. ชะเอมเทศ สรรพคุณทางยารากมีฤทธิ์ช่วยแก้อาการปวด ช่วยลดอาการอักเสบต่างๆ (ราก)[7]
  41. รากมีฤทธิ์ช่วยต้านไมโครแบคทีเรีย อะมีบา เชื้อรา เชือ้ไวรัส ไวรัสของพืช ยีสต์ พยาธิไส้เดือน ขับพยาธิตัวตืด ช่วยยับยั้งการสร้างอัลฟลาทอกซิน และช่วยลดอาการฟันผุ (ราก)[7]
  42. ใช้รักษาพิษจากยาหรือพิษจากพืชชนิดต่างๆ (ราก)[1],[4]
advertisements

ข้อมูลทางคลินิกของชะเอมเทศ

  1. ช่วยรักษาเยื่อตาอักเสบ และเยื่อหุ้มลูกตาชั้นนอกอักเสบ (Scleritis)[5]
  2. ช่วยรักษาเส้นเลือดดำขอด[5]สมุนไพรชะเอมเทศ
  3. ช่วยรักษาโรคไข้มาลาเรีย[5]
  4. ช่วยรักษาโรควัณโรคปอด[5]
  5. ช่วยรักษาอาการหอบหืดเนื่องจากหลอดลมอักเสบ[5]
  6. ช่วยรักษาแผลในกระเพาะอาหารหรือในลำไส้เล็ก[5]
  7. ช่วยรักษาอาการลำไส้บีบตัวผิดปกติ ซ้อนกันเป็นก้อน[5]
  8. ช่วยรักษาโรคพยาธิใบไม้ในเลือดอย่างเฉียบพลัน[5]
  9. ช่วยรักษาปากมดลูกอักเสบเน่าเปื่อย[5]
  10. ช่วยรักษาอาการปัสสาวะออกมามากผิดปกติ หรือเป็นเบาจืด[5]
  11. ช่วยรักษาโรคตับอักเสบชนิดที่ติดต่อได้[5]
  12. ช่วยรักษาโรคผิวหนังอักเสบเป็นผดผื่นคัน[5]
  13. ช่วยรักษาผิวหนังบริเวณแขนและขา แตกเป็นขุย[5]
  14. ช่วยรักษาแผลที่เกิดจากการถูกความเย็นจัด[5]

ข้อมูลทางเภสัชวิทยาของชะเอมเทศ

  1. เมื่อได้รับประทานชะเอมเทศแล้วสารสกัดจะไปเคลือบเยื่อเมือกตามบริเวณที่อักเสบตามลำคอ จึงช่วยลดการระคายเคืองและช่วยบรรเทาอาการไอได้[5]
  2. ช่วยกำจัดเชื้อไวรัสที่ก่อกวนทางเดินหาย จึงช่วยบรรเทาอาการไอและเจ็บคอ ขับเสมหะและทำให้น้ำมูกลดลง[6]
  3. กลีเซอไรซินไม่มีผลต่อการเผาผลาญไขมันในคนปกติ แต่สำหรับคนไข้ที่มีความดันโลหิตสูง เมื่อได้รับกลีเซอไรซินไปแล้วจะทำให้ระดับของคอเลสเตอรอลในเลือดลดลง และยังช่วยลดความดันโลหิตได้ด้วย[5]
  4. กรดกลีเซอเรตินิคมีฤทธิ์ยับยั้งการเจริญเติบโตของเซลล์มะเร็งในไขกระดูกชนิด Oberling-Guerin ที่ได้เพาะเลี้ยงในไขกระดูกของหนูใหญ่สีขาว[5]
  5. กลีเซอไรซินและเกลือแคลเซียมกลีเซอไรวิเนต เมื่อนำมาฉีดเข้าหลอดเลือดดำ จะไปเพิ่มฤทธิ์การขับปัสสาวะของธีโอฟิลลีน (Theophylline)[5]
  6. สารกลีเซอริซินมีฤทธิ์กระตุ้นต่อมอะดรีนาลีนให้ผลิตฮอร์โมนบางชนิด จึงช่วยรักษาอาการอ่อนเพลียแบบเรื้อรังได้ อาการปวดกล้ามเนื้อ และความผิดปกติอื่นๆ ที่เกิดจากฮอร์โมนคอร์ติโซล (Cortisol) จากต่อมหมวกไต และยังช่วยรักษาอาการผิดปกติได้ทุกประเภท[6]
  7. มีฤทธิ์ในการช่วยรักษาแผลเรื้อรังในระบบทางเดินอาหาร มีฤทธิ์ต่อการหลั่งกรดในกระเพาะอาหาร และมีฤทธิ์ในการคลายกล้ามเนื้อเรียบ[5]
  8. มีฤทธิ์ต่ออาการดีซ่านที่เกิดจากการทดลอง โดยกลีเซอไรซินและกรดกลีเซอเรตินิค จะทำให้บิลิรูบิน (Bilirubin) ในพลาสมาของหนูใหญ่สีขาวและกระต่ายที่เกิดจากการผูกท่อน้ำดีให้มีปริมาณลดลง และการขับบิลิรูบินออกมาทางปัสสาวะเพิ่มขึ้น[5]
  9. ชะเอมเทศมีฤทธิ์อะดรีโนคอร์ติโคสเตียรอยด์ (Adrenocorticosteroids) มีฤทธิ์คล้ายกับคอร์ติโตสเตียรอยด์ มีสารสกัดเข้มข้น โพแตสเซียมกลีเซอไรซิเนตหรือแอทโมเนียมกลีเซอไรซิเนต และกรดกลีเซอเรตินิค (Glycyrhetinic acid) โดยสารเหล่านี้ล้วนแต่มีฤทธิ์เหมือนกันกับดีออกซีคอร์ติโซน (Deoxycortisone) ซึ่งจะช่วยทำให้การขับถ่ายปริมาณของปัสสาวะและเกลือโซเดียมลดลง และมีฤทธิ์คล้ายกับกลูโคคอร์ติโคสเตียรอยด์ (Glucocorticosteroids) กรดกลีเซอเรตินิคจะไปช่วยยับยั้งการทำลายกรดอะดรีโนคอร์ติโคสเตียรอยด์ในร่างกาย จึงทำให้ระดับของคอร์ติโคสเตียรอยด์ในเลือดให้สูงขึ้น[5]
  10. ชะเอมเทศอาจช่วยรักษาภาวะอาการประจำเดือนผิดปกติและภาวะหมดประจำเดือน โดยสารกลีเซอไรซินนั้นเป็นเอสโตรเจนอย่างอ่อน จึงอาจช่วยในการจับตัวรับเอสโตรเจนในร่างกายได้ เมื่อร่างกายมีเอสโตรเจนมากเกินไป กลีเซอไรซินจะช่วยลดฤทธิ์ของเอสโตรเจนลง แต่ถ้าหากร่างกายมีระดับเอสโตรเจนต่ำ (วัยหมดประจำเดือน) กลีเซอไรซินจะทำหน้าที่แทนเอสโตรเจนอย่างออน[8]
  11. ช่วยรักษาอาการอักเสบและอาการแพ้ โดยกรดกลีเซอเรตินิคนั้นมีฤทธิ์ช่วยรักษาอาการบวมอักเสบได้ในหนูใหญ่[5]
  12. สารที่สกัดที่ได้จากชะเอม FM100 มีฤทธิ์ช่วยบรรเทาอาการปวดและอาการชัก[5]
  13. กลีเซอไรซินและน้ำต้มสกัดจากชะเอมมีฤทธิ์ในการรักษาพิษของตริคนีน โดยสามารถลดความเป็นและอัตราการตานจากสตริคนีนได้ ฤทธิ์นี้อาจเนื่องมาจากกรดกลูคิวโรนิคซึ่งมีอยู่ในชะเอมเทศ[5]
  14. ฤทธิ์อื่นๆ โซเดียมกลีเซอไรซิเนตทำให้ความดันโลหิตสูงขึ้น และกลีเซอไรซินยังมีฤทธิ์ช่วยลดไข้ในหนูเล็กขาวและในกระต่ายทดลองที่ทำให้เกิดขึ้นได้[5]

ลักษณะชะเอมเทศกำเช่า

ข้อควรระวังในการใช้สมุนไพรชะเอมเทศ

  • การรับประทานผลิตภัณฑ์หรือมีส่วนผสมจากชะเอมเทศติดต่อกันเป็นระยะเวลานาน จะส่งผลทำให้ความดันโลหิตสูง (190 – 200/120 มม.ปรอท) อีกทั้งยังมีอาการปวดหัว อ่อนแรงตามข้อต่อ และส่งผลทำให้ระดับโพแทสเซียมในเลือดต่ำลง ดังนั้นผู้ป่วยที่มีความดันโลหิตสูง หรือผู้ที่มีภาวะของโพแทสเซียมต่ำ ไม่ควรใช้ชะเอมเทศในขนาดที่เกิดกว่า 50 กรัมต่อวัน นานเกิดนกว่า 6 สัปดาห์ เพราะอาจจะส่งผลทำให้เกิดการสะสมน้ำในร่างกาย เกิดอาการบวมที่มือและเท้า และไม่ควรใช้ชะเอมเทศร่วมกับยาขับปัสสาวะ (กลุ่ม Thiazide)หรือยากลุ่ม Cardiac glycosides เนื่องจากชะเอมเทศจะส่งผลทำให้สารโพแทสเซียมถูกขับออกมามากขึ้น และควรหลีกเลี่ยงการใช้ชะเอมเทศร่วมกับยาขับปัสสาวะ Spironolactone หรือ Amiloride เพราะจะทำให้ประสิทธิผลของการรักษาโรคความดันโลหิตลดน้อยลง[3]
  • นอกจากจะห้ามใช้ในผู้ป่วยโรคความดันโลหิตสูงและผู้เลือดมีระดับโพแทสเซียมต่ำแล้ว ยังรวมไปถึงผู้ป่วยที่เป็นโรคตับแข็ง ผู้ป่วยที่เป็นโรคไตบกพร่องเรื้อรัง รวมไปถึงสตรีมีครรภ์อีกด้วยที่ไม่ควรใช้สมุนไพรชะเอมเทศ[4]
  • ชะเอมเทศมีพิษน้อย แต่การรับประทานติดต่ออย่างต่อเนื่องเป็นระยะเวลานาน จะทำให้ความดันโลหิตสูงขึ้นและมีอาการบวมเกิดขึ้นตามมาได้[7]

ประโยชน์ของชะเอมเทศ

  1. รากชะเอมมีสารสำคัญคือสาร Glycyrrhizin (Glycyrrhizic acid หรือ Glycyrrhizinic acid) และสาร 24-hydroxyglyrrhizin โดยสารเหล่านี้เป็นสารที่ให้ความหวานมากกว่าน้ำตาลทรายประมาณ 50-100 เท่า จึงถูกนำมาใช้เพื่อแต่งรสชาติอาหาร ใช้แต่งรสหวานในขนมและลูกอม ใช้ปรุงเป็นยาสมุนไพร ใช่แต่งกลิ่นรสยาให้หวานและช่วยกลบรสยา (เนื่องจากในรากจะมีแป้งและความหวานอยู่มาก ควรเก็บไว้อย่าให้แมลงหรือมอดมากิน เพราะถ้าผุจะทำให้เสื่อมคุณภาพลงได้)[3],[5]
  2. ชะเอมเทศยังสามารถนำมาใช้เป็นไวท์เทนนิ่งจากธรรมชาติได้อีกด้วย โดยสารสกัดที่ได้จากรากนั้นมีคุณสมบัติพิเศษในการช่วยลดความเข้มของเม็ดสี ลดฝ้ากระบนใบหน้า ช่วยทำให้ผิวหน้าสว่างกระจ่างใสขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติ และช่วยลดและต้านการอักเสบของผิว จึงสามารถนำมาใช้ทดแทนสารเคมีที่ช่วยทำให้ผิวหน้ากระจ่างใสได้ แถมยังไม่ก่อให้เกิดผลข้างเคียงต่อผิวหน้าและไม่ก่อให้เกิดเป็นสิวอุดตันอีกด้วย[6],[7]
  3. เนื่องจากชะเอมเทศมีสรรพคุณช่วยสร้างความชุ่มชื้นให้กับลำคอและกล่องเสียง จึงเป็นที่นิยมในกลุ่มนักร้อง นักพูด หรือผู้ที่ต้องใช้เสียงเป็นประจำ เนื่องจากชะเอมเทศนั้นจะช่วยกระตุ้นการสร้างสารหล่อลื่นในบริเวณลำคอเหนือกล่องเสียงได้เป็นอย่างดี[7]
  4. ชะเอมเทศเป็นสมุนไพรที่นักกีฬาหรือผู้ใช้แรงงานนิยม โดยมักถูกนำไปเป็นส่วนผสมในตำรับยาสมุนไพรต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นตำรับยาบำรุงกำลังไปจนถึงตำรับยาทั่วไป เนื่องจากชะเอมเทศเป็นสมุนไพรที่ช่วยเสริมสร้างกล้ามเนื้อให้แข็งแรง รวมไปถึงการช่วยเสริมสร้างความแข็งแกรงให้กับระบบย่อยอาหาร ช่วยในระบบการเผาผลาญภายในร่างกาย ช่วยในเรื่องการดูดซึมสารอาหาร และยังช่วยในการสร้างเม็ดเลือดอีกด้วย[7]

ลักษณะของชะเอมเทศ

References
  1. สมุนไพรดอทคอม.  “ชะเอมเทศ“.  [ออนไลน์].  เข้าถึงได้จาก: www.samunpri.com.  [27 พ.ย. 2013].
  2. ไทยรัฐออนไลน์.  “ชะเอมเทศ ลดการไอเพราะภูมิแพ้”. (นายเกษตร).  [ออนไลน์].  เข้าถึงได้จาก: www.thairath.co.th.  [27 พ.ย. 2013].
  3. คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล.  “ชะเอมเทศ กับความดันโลหิตสูง“.  [ออนไลน์].  เข้าถึงได้จาก: www.pharmacy.mahidol.ac.th.  [27 พ.ย. 2013].
  4. สถาบันการแพทย์ไทย-จีน เอเชียตะวันออกเฉียงใต้.  “กำเช่า“.  [ออนไลน์].  เข้าถึงได้จาก: tcm.dtam.moph.go.th.  [27 พ.ย. 2013].
  5. วิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี.  “ชะเอมเทศ“.  [ออนไลน์].  เข้าถึงได้จาก: th.wikipedia.org/wiki/ชะเอมเทศ.  [27 พ.ย. 2013].
  6. DR.SAROJ.  “เคล็ดลับความรู้เรื่องสมุนไพรกับ ดร.สาโรช”.  [ออนไลน์].  เข้าถึงได้จาก: www.drsaroj.co.th.  [27 พ.ย. 2013].
  7. กรีนคลินิก.  “ชะเอมเทศ“.  อ้างอิงใน: หนังสือตำราเครื่องยาไทย (วุฒิ วุฒิธรรมเวช), หนังสือสวน 20 ปีสมุนไพร (สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ).  [ออนไลน์].  เข้าถึงได้จาก: www.greenclinic.in.th.  [27 พ.ย. 2013].
  8. รีดเดอร์ส ไดเจสท์ สรรสาระ.  “ชะเอมเทศ“.  [ออนไลน์].  เข้าถึงได้จาก: www.readersdigestthailand.co.th.  [27 พ.ย. 2013].

ภาพประกอบ : www.flickr.com (by Joaquín Ramírez, Chemazgz), www.maxxsnail.in.th

เรียบเรียงข้อมูลโดย ฟรินน์ดอทคอม

advertisements

Disclaimer : บทความที่มีเนื้อหาเกี่ยวเนื่องกับสุขภาพทั้งหมด ทางเว็บไซต์ได้รวบรวมไว้เพื่อเสริมสร้างความรู้ความเข้าใจแก่ผู้อ่านเท่านั้น จึงไม่สามารถนำไปใช้อ้างอิงหรือใช้แทนการวินิจฉัยของแพทย์ได้ หากมีการนำข้อมูลในเว็บไซต์ไปใช้ ทางเว็บไซต์จะไม่รับผิดชอบต่อความเสียหายที่อาจจะเกิดขึ้นได้ โปรดอ่านเพิ่มเติมหน้านโยบายและเงื่อนไขการใช้งานเว็บไซต์