เคี่ยม สรรพคุณและประโยชน์ของต้นเคี่ยม 11 ข้อ !

เคี่ยม
advertisements

เคี่ยม

เคี่ยม ชื่อสามัญ Resak Tembaga เคี่ยม ชื่อวิทยาศาสตร์ Cotylelobium lanceolatum Craib.[1] หรือ Cotylelobium melanoxylon (Hook.f) Pierre[3] จัดอยู่ในวงศ์ DIPTEROCARPACEAE เช่นเดียวกับจันทน์กะพ้อ ตะเคียนทอง และพะยอม นอกจากนี้ต้นเคี่ยมยังมีชื่อท้องถิ่นอื่นๆ อีก เช่น เคี่ยม (ทั่วไป), เคี่ยมขาว เคี่ยมดำ เคี่ยมแดง (ภาคใต้) เป็นต้น[1],[2]

ลักษณะของต้นเคี่ยม

  • ต้นเคี่ยม จัดเป็นไม้ยืนต้นขนาดกลางถึงขนาดใหญ่ ลำต้นตั้งตรง มีความสูงประมาร 20-40 เมตร ลักษณะเรือนยอดเป็นพุ่มทึบ รูปเจดีย์แบบต่ำๆ ส่วนเปลือกต้นเป็นสีน้ำตาล เปลือกเรียบ มีรอยด่างสีเทาและสีเหลืองสลับกัน และมีต่อมระบายอากาศกระจายอยู่ทั่วไป เปลือกด้านในเป็นสีน้ำตาลอ่อน มีชันใสตามลำต้นและจะจับกันเป็นก้อนสีเหลืองเมื่อทิ้งไว้นานๆ ขยายพันธุ์ด้วยวิธีการใช้เมล็ด (โดยเด็ดปีกออกก่อนการนำไปเพาะ) และวิธีการตอนกิ่ง เจริญเติบโตได้ในดินทุกชนิด ชอบดินร่วนและดินร่วนปนทรายที่มีการระบายน้ำได้ดี ชอบความชื้นสูงและแสงแดดปานกลาง โดยต้นเคี่ยมสามารถพบขึ้นได้ทั่วไปตามป่าดงดิบทางภาคใต้ ตั้งแต่จังหวัดชุมพรลงไป และทางภาคใต้ของพม่าลงไปจนถึงภาคเหนือของประเทศมาเลเซียและอินโดนีเซีย ที่ระดับความสูงจากระดับน้ำทะเลประมาณ 10-100 เมตร[1],[2] ที่จังหวัดสุราษฎร์ธานีต้นเคี่ยมอยู่มี 2 ชนิด คือ เคี่ยมขาวและเคี่ยมดำ ซึ่งเคี่ยมดำเปลือกต้นจะหนาและเข้มกว่าเปลือกต้นเคี่ยมขาว[2]

เคี่ยมแดงเคี่ยมดำ

  • ใบเคี่ยม ลักษณะของใบเป็นรูปไข่ ปลายใบสอบเรียวหรือหยักเป็นติ่งยาว ส่วนโคนใบมน ใบมีขนาดกว้างประมาณ 2-5 เซนติเมตร และยาวประมาณ 5-18 เซนติเมตร แผ่นใบหนา หลังใบเรียบเป็นมัน ส่วนท้องใบมีขนสีน้ำตาลปนสีเหลืองเป็นกระจุก[1]

ใบเคี่ยม

  • ดอกเคี่ยม ดอกสีขาวมีกลิ่นหอมแบบอ่อนๆ ออกดอกเป็นช่อตามยาวที่ปลายกิ่งและตามง่ามใบ[1]
  • ผลเคี่ยม ลักษณะของผลเป็นรูปทรงกลม มีขนาดเล็ก ผลมีขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางประมาณ 0.7 เซนติเมตร มีขนนุ่มคล้ายขนกำมะหยี่สีน้ำตาล มีปีก 5 ปีก แบ่งเป็นปีกยาว 2 ปีก ปลายปีกมนเรียวสอบมาทางโคน มีเส้นตามยาว 5 เส้น และปีกสั้นอีก 3 ปีก ลักษณะเป็นรูปหอก ยาวประมาณ 1 ใน 3 รองรับผลอยู่ และจะติดผลในช่วงเดือนกุมภาพันธ์ถึงเดือนเมษายน[1],[2]

ผลเคี่ยม

สรรพคุณของต้นเคี่ยม

  1. ยอด ราก ดอก และลำต้นใช้ผสมกับเปลือกหว้าต้มเป็นยาบ้วนปาก ช่วยแก้อาการปากเปื่อย (ยอด,ราก,ดอก,ลำต้น)[2]
  2. ช่วยแก้อาการท้องร่วง (ชันจากไม้เคี่ยม)[1],[2]
  3. เปลือกต้นใช้เป็นยากลางบ้าน สำหรับช่วยห้ามเลือดจากบาดแผลสด (เปลือกต้น)[1],[2]
  4. เปลือกต้นใช้ยาสำหรับชะล้างแผล (เปลือกต้น)[1]
  5. ชันจากไม้เคี่ยมใช้เป็นยาสมานแผล (ชันจากไม้เคี่ยม)[1],[2]
  6. ยอด ราก ดอก และลำต้นใช้ตำพอกรักษาแผล แก้อาการฟกบวม เน่าเปื่อย (ยอด,ราก,ดอก,ลำต้น)[2]
advertisements

ประโยชน์ต้นเคี่ยม

  1. เนื้อไม้มีความละเอียด แข็ง หนักและเหนียว มีความทนทานสูงมาก ใช้ในน้ำมีความทนทานดี เช่นการใช้ทำเป็นเรือ หรือจะใช้ในงานก่อสร้างที่ต้องการความแข็งแรงมากๆ เหมาะสำหรับใช้ทำไม้พื้น ไม้กระดาน เสาเรือด รอดตง อกไก่ หรือสิ่งปลูกสร้างอื่นๆ ที่ต้องตากแดดตากฝน ฯลฯ และมีการใช้ไม้เคี่ยมต่างสายพานรองหนุนเสาเรือ เพื่อใช้ลากเรือนทั้งหลังในการย้ายบ้าน หรือใช้ทำเลื่อนในการชักพระ ทำเสาหลักผูกเทียบเรือ ทำสะพานท่าเรือ สะพานทอดขนานไปกับลำน้ำ ทำหมอนรองรางรถไฟ รวมทั้งการนไปทำลูกประสัก แจวพายเรอ กรรเชียง ล้อเกวียน กระเดื่อง ครก สาก ตัวถังรถ ทำด้ามเครื่องมือ ฯลฯ โดยเลือกไม้ที่ยังสดอยู่ เพราะจะบิดและแตกได้ง่าย การเลื่อยหรือตบแต่งจึงควรทำให้ขณะที่ยังสดอยู่[1],[2]
  2. ในการตีพร้านาป้อ (พร้าที่มีชื่อเสียงของจังหวัดตรัง) จะใช้ถ่านที่ทำจากไม้เคี่ยม เพราะประหยัดและให้ความร้อนสูงไม่แพ้กับถ่านหิน
  3. เปลือกต้นใช้ทุบผสมกับชันใช้สำหรับยาเรือ ชันเคียมใช้ผสมในน้ำยางทาไม้ น้ำมันทาไม้ และน้ำมันชักเงา[1]
  4. เปลือกไม้เคี่ยม นำมาตัดเป็นชิ้นขนาดประมาณ 1×2 นิ้ว หรือตัดเป็นรูปสี่เหลี่ยมขนมเปียกปูน ใส่ในกระบอกตาลรองรับน้ำตาลจากต้นตาล เพื่อใช้รสฝาด โดยรสฝาดของไม้เคี่ยมจะช่วยรักษาน้ำตาลไม่ให้บูดเร็วหรือบูดก่อนการนำมาเคี่ยว อีกทั้งยังใช้ใส่ในน้ำตาลเมาเพื่อให้มีรสกลมกล่อมอีกด้วย[2]
  5. ในทางด้านนิเวศน์และทางด้านภูมิสถาปัตย์ สามารถใช้เป็นดรรชนีเพื่อชี้วัดได้ว่าพื้นดินเหมาะสมต่อการทำเกษตรและที่อยู่อาศัย ใช้ปลูกเป็นกลุ่มๆ ตามสวนสาธารณะและพื้นที่ใกล้ทะเล[1]
แหล่งอ้างอิง
  1. กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช.  “เคี่ยม“.  [ออนไลน์].  เข้าถึงได้จาก: www.dnp.go.th.  [18 ม.ค. 2014].
  2. กลไกการเผยแพร่ข้อมูลข่าวสาร ความหลากหลายทางชีวภาพ จังหวัดสุราษฎร์ธานี สำนักความหลากหลายทางชีวภาพ สำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม.  “ต้นเคี่ยม“.  [ออนไลน์].  เข้าถึงได้จาก: chm-thai.onep.go.th.  [18 ม.ค. 2014].
  3. สำนักงานโครงการอนุรักษ์พันธุกรรมพืชอันเนื่องมาจากพระราชดำริ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี.  “เคี่ยม“.  [ออนไลน์].  เข้าถึงได้จาก: www.rspg.or.th.  [18 ม.ค. 2014].

ภาพประกอบ : www.flickr.com (by Halcyon75), เว็บไซต์ biogang.net (สรัลนุช คำตั๋น), เว็บไซต์ wiriya.sru.ac.th

เรียบเรียงข้อมูลโดย ฟรินน์ดอทคอม

advertisements