• icon-facebook
  • icon-twitter
  • icon-google
  • icon-linkedin

ถั่วแดง สรรพคุณและประโยชน์ของถั่วแดงหลวง 29 ข้อ !

icon-calendar เผยแพร่: 25/10/2013 (แก้ไขล่าสุด: 26/06/2014)
icon-view 10,691 ครั้ง
ถั่วแดง

advertisements

ถั่วแดง

ถั่วแดงหลวง หรือ ถั่วแดง ชื่อสามัญ Kidney bean, Red Kidney bean ถั่วแดง ชื่อวิทยาศาสตร์ Phasecolus vulgaris L. จัดอยู่ในวงศ์ FABACEAE หรือ LEGUMINOSAE เชี่ยวเดียวกันกับถั่วเหลือง ถั่วเขียว ถั่วดำ ถั่วลันเตา ถั่วลิสง ถั่วพู และถั่วฝักยาว และถั่วแดงยังมีชื่อท้องถิ่นอื่นๆ อีกเช่น ถั่วแดงหลวง ถั่วท้องนา บ้านนา ถั่วนาเต็มกำ เป็นต้น[1]

ความเป็นมาของถั่วแดง เมื่อครั้งที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงเสด็จประพาสต้นบนดอยเมื่อปี พ.ศ.2512 พระองค์ทรงทอดพระเนตรเห็นการปลูกฝิ่นของชาวเขา จึงมีรับสั่งให้หาพืชมาปลูกทดแทน โดยหม่อมเจ้าภีศเดช รัศนี ซึ่งตามเสด็จไปถวายงานได้เสนอว่าควรให้ชาวเขาทดลองปลูก Red Kidney bean

ภายหลังจากนั้นพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวได้ทรงพระราชทานพันธุ์แดงที่สั่งซื้อมาจากแคลิฟอร์เนียเพื่อให้ชาวเขาได้ปลูก และปรากฏว่าได้ผลดีมาก ซึ่งแต่เดิมแล้วถั่วแดงนั้นยังไม่ชื่อเรียกอย่างเป็นทางการในภาษาไทย และมีผู้เสนอให้ตั้งชื่อว่า “ถั่วไตแดง” เพราะมีลักษณะเหมือนไต แต่ก็มีผู้คัดค้านว่าหากตั้งชื่อแบบนี้คนได้ยินอาจจะไม่ซื้อถั่วชนิดนี้ไปกินแน่ และได้มีการเสนอให้ตั้งชื่อว่า “ถั่วแดง” เพราะเป็นถั่วที่มีสีแดง และก็มีผู้แย้งว่าถั่วแดง จะแดงเฉยๆ ไม่ได้ ในที่สุดก็นึกขึ้นได้ว่า เมล็ดถั่วชนิดนี้มันมีขนาดใหญ่ ซึ่งคำว่าใหญ่นั้นทางเหนือจะเรียกว่า “หลวง” เลยได้ข้อสรุปว่าควรใช้ชื่อว่า “ถั่วแดงหลวง” เพราะยังมีความหมายอีกอย่างก็คือ พระเจ้าอยู่หัวทรงพระราชทานพันธุ์มา จึงใช้ชื่อนี้เป็นชื่อเรียกอย่างเป็นทางการ แต่สำหรับในปัจจุบันเรามักจะเรียกกันสั้นๆ ว่า “ถั่วแดง[2] 

ฝักถั่วแดง

ใบถั่วแดง

ดอกถั่วแดง

ถั่วแดงหลวง

การปลูกถั่วแดง สำหรับสายพันธุ์ที่มูลนิธิโครงการหลวงได้ส่งเสริมให้เกษตรกรได้ปลูก คือ สายพันธุ์หมอกจ๋าม[2]

สรรพคุณของถั่วแดง

  1. ถั่วแดง สรรพคุณช่วยลดความเสี่ยงของการเกิดโรคเส้นเลือดในสมองปริแตกได้[4]
  2. ช่วยขับพิษในร่างกาย[3]
  3. ในถั่วยังอุดมไปด้วยเส้นใยอาหารที่สามารถละลายน้ำได้ จึงช่วยในขบวนการทำความสะอาดของร่างกายได้ตามธรรมชาติ นอกจากจะช่วยทำความสะอาดลำไส้แล้ว ยังช่วยการสะสมของสารพิษในลำไส้ได้อีกด้วย[4]
  4. ช่วยบำรุงลำไส้[4]
  5. ช่วยในการขับถ่าย ช่วยในการย่อยอาหาร ป้องกันอาการท้องผูก และช่วยลดความเสี่ยงของการเกิดโรคมะเร็งลำไส้ใหญ่[4]
  6. ช่วยบรรเทาอาการจุกเสียดแน่นท้อง[4]
  7. ช่วยขับปัสสาวะ[3],[6]
  8. ช่วยบำบัดอาการประจำเดือนผิดปกติของสตรี[3]
  9. สรรพคุณถั่วแดง ช่วยลดอาการบวมน้ำ[6]
  10. ช่วยกำจัดหนอง[3]
  11. ช่วยลดอาการผื่นคันตามผิวหนัง[3]
  12. ถั่วแดงหลวง สรรพคุณช่วยป้องกันและลดอาการเหน็บชา[4]
  13. ช่วยบรรเทาอาการปวดบวม หรือปวดตามข้อต่อ[3]
  14. ช่วยบำรุงช่องคลอด รักษามดลูก สำหรับสตรีที่มักมีอาการปวดช่วงท้องน้อย ซึ่งอาจเกิดจากการมีเลือดคั่ง หรือมีความเย็นสะสมอยู่รอบๆ สะดือ รังไข่และมดลูก ให้คุณนำถั่วแดงครึ่งกิโล ใส่ลงในถุงผ้าแล้วมัดปากถุงด้วยเชือกปอ แล้วนำไปอบในไมโครเวฟประมาณ 3-4 นาที (ใช้ไฟปานกลาง) แล้วให้นำถุงถั่วแดงมาประคบบริเวณท้องน้อยเพื่อช่วยบรรเทาอาการเลือดคั่ง บรรเทาอาการอักเสบ และลดบวมได้ (แต่ก่อนจะนำมาประคบให้ใช้มือลูกไล้เบาๆ ที่ผิวหนังซึ่งตรงกับรังไข่แล้วค่อยประคบ)[4]
advertisements

ประโยชน์ของถั่วแดง

  1. ประโยชน์ของถั่วแดงหลวง ถั่วแดงจัดเป็นอาหารเพื่อสุขภาพอย่างหนึ่ง โดยโปรตีนที่ได้จากถั่วแดงนั้นมีคุณค่าทางอาหารเทียบเท่ากับเนื้อสัตว์เลยทีเดียว แถมยังไม่ส่งผลเสียต่อภาพอีกด้วย[4]
  2. การรับประถั่วแดงนอกจากจะให้พลังงานแก่ร่างกายที่สูงแล้ว ยังทำให้รู้สึกอิ่มท้องได้นานอีกด้วย[4]
  3. ถั่วแดงมีสารต้านอนุมูลอิสระ ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพของระบบภูมิคุ้มกันในร่างกาย และช่วยป้องกันโรคร้ายต่างๆ ได้[4]
  4. ถั่วแดงเป็นแหล่งอาหารที่ดีของธาตุเหล็ก ที่ช่วยบำรุงโลหิต[4] ช่วยปรับสภาพเลือดในร่างกาย[3] และธาตุเหล็กยังช่วยบรรเทาอาการอ่อนเพลีย ไม่ค่อยมีแรง สมองไม่ค่อยดี คิดอะไรไม่ค่อยออกได้ ฯลฯ[4]
  5. การรับประทานถั่วแดงเป็นประจำ จะช่วยบำรุงหัวใจ บำรุงหัวใจประเภทมีอาการใจสั่น และช่วยลดความเสี่ยงจากโรคหัวใจได้เป็นอย่างดี[4],[6]
  6. คุณประโยชน์ของถั่วแดง ช่วยบำรุงระบบประสาทและสมอง เนื่องจากถั่วแดงอุดมไปด้วยวิตามินบีหลายชนิด[4],[6]
  7. ถั่วแดงเป็นถั่วที่มีแคลเซียมสูง การรับประทานเป็นประจำสามารถช่วยบำรุงกระดูกและฟัน ป้องกันภาวะกระดูกเสื่อม ป้องกันโรคกระดูกพรุน และแคลเซียมยังมีบทบาทสำคัญต่อการทำงานของระบบประสาทและการหดตัวของกล้ามเนื้อ[4]
  8. ช่วยรักษาและควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดให้สมดุล ทำให้ผู้ป่วยโรคเบาหวานมีอาการดีขึ้น[4]
  9. ถั่วแดงอุดมไปด้วยแมกนีเซียม ที่ช่วยในการควบคุมการทำงานของระบบเผาผลาญในร่างกาย ควบคุมอุณหภมูิในร่างกาย ช่วยในการผลิตโปรตีนและการหดตัวของกล้ามเนื้อ ฯลฯ[4]
  10. ถั่วแดงลดน้ำหนัก ช่วยลดระดับคอเลสเตอรอล[4] เนื่องจากถั่วแดงมีโปรตีนสูงแต่มีไขมันอิ่มตัวต่ำมาก ซึ่งช่วยเพิ่มความสามารถของระบบเผาผลาญในร่างกาย มีผลทำให้น้ำหนักตัวลดลงได้ ผู้เชี่ยวชาญระบุว่าการได้รับโปรตีนจากถั่วแดงร่วมกับถั่วชนิดอื่นๆ เป็นประจำแทนโปรตีนจากเนื้อสัตว์นอกจากจะช่วยลดน้ำหนักตัวแล้วยังช่วยป้องกันปัญหาสุขภาพต่างๆ ได้ดีในระยะยาว (ศาสตราจารย์ Mark Brick จาก Colorado State University)[3]
  11. ช่วยควบคุมน้ำหนัก เพราะถั่วแดงมีเส้นใยอาหารสูง จึงช่วยดูดซับน้ำและพองตัวได้ดี และมีคุณสมบัติที่ช่วยลดการดูดซึมของคอเลสเตอรอล ทำให้ระบบการย่อยและการดูดซึมอาหารช้าลง ทำให้รู้สึกอิ่มได้นาน จึงช่วยลดการกินจุบจิบได้ดี ซึ่งแตกต่างจากเนื้อสัตว์ที่ไม่มีเส้นใยอาหาร เมื่อรับประทานเข้าไปแล้วจึงไม่อิ่มท้องเท่ากับการรับประทานถั่วแดง ส่งผลทำให้น้ำหนักตัวโดยรวมลดลง[3],[4]
  12. ในถั่วเมล็ดรูปไต ซึ่งรวมถึงถั่วแดง จะมีสารลิกแนน สารชาโปนิน และสารยับยั้งโปรติเอส ซึ่งมีคุณสมบัติในการช่วยป้องกันและลดการแบ่งตัวของเซลล์มะเร็งบางชนิด โดยเฉพาะอย่างยิ่งมะเร็งเต้านม และมะเร็งต่อมลูกหมาก[4]
  13. ถั่วนอกจากจะอุดมไปด้วยโปรตีนแล้ว ยังเป็นแหล่งของสารอาหารต่างๆ มากมาย รวมไปถึงโฟเลต แคลเซียม ธาตุเหล็ก ฯลฯ ซึ่งล้วนแล้วแต่มีประโยชน์สำหรับหญิงตั้งครรภ์แทบทั้งสิ้น เพราะช่วยป้องกันความเสี่ยงในการเกิดโรคระบบประสาทของทารก ป้องกันความผิดปกติของทารกในครรภ์ ช่วยลดความเสี่ยงต่อการคลอดบุตรก่อนกำหนด หรือทารกมีน้ำหนักตัวน้อยกว่าปกติ หรือทารกมีไอคิวลดลง ฯลฯ[4
  14. ปัจจุบันถั่วถือว่าเป็นพืชเศรษฐกิจที่สำคัญ บางแห่งมีการเพาะปลูกเพื่อเป็นรายได้หลัก หรือใช้ปลูกเป็นเสริมหมุนเวียนกับพืชไร่ชนิดอื่นๆ[2] โดยเกษตรกรนิยมปลูกถั่วแดงร่วมกับข้าวโพด เพราะนอกจากจะได้ผลผลิตข้าวโพดและถั่วแดงแล้ว ยังช่วยเพิ่มความอุดมสมบูรณ์ให้แก่ดินด้วย และต้นข้าวโพดก็ทำหน้าที่เป็นค้างให้แก่ต้นถั่วแดง[1]
  15. ประโยชน์ถั่วแดง ส่วนใหญ่แล้วจะนำถั่วไปใช้ทำเป็นไส้ขนมต่างๆ เมนูถั่วแดง เช่น ถั่วแดงกวน ขนมปังไส้ถั่วแดง น้ำถั่วแดง เค้กชาเขียวถั่วแดง วุ้นถั่วแดงกวน โดรายากิ ซุปถั่วแดง ถั่วแดงอัดเม็ด ฯลฯ หรือใช้ทำเป็น แป้งถั่วแดง[1]

คุณค่าทางโภชนาการของถั่วแดง ต่อ 100 กรัม

  • พลังงาน 337 กิโลแคลอรี่
  • คาร์โบไฮเดรต 61.29 กรัม
  • น้ำ 11.75 กรัม
  • น้ำตาล 2.1 กรัมฝักถั่วแดง
  • เส้นใย 15.2 กรัม
  • ไขมัน 1.06 กรัม
  • โปรตีน 22.53 กรัม
  • วิตามินบี1 0.608 มิลลิกรัม
  • วิตามินบี2 0.215 มิลลิกรัม
  • วิตามินบี3 2.11 มิลลิกรัม
  • วิตามินบี6 0.397 มิลลิกรัม
  • วิตามินบี9 394 ไมโครกรัม
  • วิตามินซี 4.5 มิลลิกรัม
  • วิตามินอี 0.21 มิลลิกรัม
  • วิตามินเค 5.6 ไมโครกรัม
  • ธาตุแคลเซียม 83 มิลลิกรัม
  • ธาตุเหล็ก 6.69 มิลลิกรัม
  • ธาตุแมกนีเซียม 138 มิลลิกรัม
  • ธาตุฟอสฟอรัส 406 มิลลิกรัม
  • ธาตุโพแทสเซียม 1,359 มิลลิกรัม
  • ธาตุโซเดียม 12 มิลลิกรัม
  • ธาตุสังกะสี 2.79 มิลลิกรัม

% ร้อยละของปริมาณแนะนำที่ร่างกายต้องการในแต่ละวันสำหรับผู้ใหญ่ (ข้อมูลจาก : USDA Nutrient database)

คำแนะนำในการรับประทานถั่วแดง

  • ถั่วแดงมีสารพิวรีน (Purine) ระดับปานกลาง ผู้ป่วยโรคเกาต์ควรรับประทานในปริมาณที่จำกัด เพราะสารดังกล่าวอาจเป็นตัวกระตุ้นทำให้อาการของข้ออักเสบกำเริบขึ้นได้[4]
  • สำหรับผู้ที่เป็นโรคไตเรื้อรัง ควรระวังในการรับประทานถั่วแดง เพราะถั่วแดงเป็นอาหารที่โปรตีนและฟอสฟอรัสสูง ซึ่งจะไม่ส่งผลดีกับผู้ที่เป็นโรคไตเรื้อรัง[5]
  • การรับประทานถั่วสัปดาห์ละ 2-3 ครั้ง ก็เพียงพอแล้ว[4]
  • วิธีต้มถั่วแดง ให้นิ่มน่ารับประทาน ขั้นตอนแรกให้ล้างเมล็ดถั่วให้สะอาด หลังจากนั้นนำมาแช่ในน้ำร้อนหรือน้ำเย็นพอท่วม ทิ้งไว้ประมาณ 6-18 ชั่วโมง แล้วนำมาต้มพร้อมกับน้ำที่แช่เมล็ด (เพราะการนำมาแช่น้ำจะทำให้สารอาหารละลายออกมาในน้ำ เราจึงใช้น้ำที่แช่ถั่วมาประกอบอาหารด้วยนั่นเอง) แล้วเยื่อหุ้มเมล็ดของถั่วแดงจะนิ่ม และสุกง่ายขึ้น[3]
References
  1. สำนักงานส่งเสริมและจัดการสินค้าเกษตร.  [ออนไลน์].  เข้าถึงได้จาก: www.agriman.doae.go.th.  [25 ต.ค. 2013].
  2. มูลนิธิโครงการหลวง.  “ประวัติถั่วแดงหลวง”.  [ออนไลน์].  เข้าถึงได้จาก: www.royalprojectthailand.com.  [25 ต.ค. 2013].
  3. ชีวจิต.  อ้างอิงใน: นิตยสารชีวจิต ฉบับที่ 208.  “มหัศจรรย์พลังของถั่ว”.,  นิตยสารชีวจิต ฉบับที่ 338.  “ถั่วแดง…ความลับลดอ้วน”.  [ออนไลน์].  เข้าถึงได้จาก: www.cheewajit.com.  [25 ต.ค. 2013].
  4. สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.).  [ออนไลน์].  เข้าถึงได้จาก: www.thaihealth.or.th.  [25ต.ค. 2013].
  5. มูลนิธิหมอชาวบ้าน.  นิตยสารหมอชาวบ้าน เล่มที่ 323 คอลัมน์: เรื่องน่ารู้.  “กินอย่างไรเมื่อเป็นโรคไตเรื้อรัง”.  (ผศ.ดร.วันทนีย์ เกรียงสินยศ).  [ออนไลน์]. เข้าถึงได้จาก: www.doctor.or.th.  [25 ต.ค. 2013].
  6. ASTV ผู้จัดการออนไลน์.  “กินถั่วแดงหัวใจเข้มแข็ง”.  (16 มีนาคม 2553).  [ออนไลน์].  เข้าถึงได้จาก: www.manager.co.th.  [25 ต.ค. 2013].

ภาพประกอบ : www.flickr.com (by andreasbalzer, ComputerHotline)

เรียบเรียงข้อมูลโดย ฟรินน์.คอม

Disclaimer : บทความที่มีเนื้อหาเกี่ยวเนื่องกับสุขภาพทั้งหมด ทางเว็บไซต์ได้รวบรวมไว้เพื่อเสริมสร้างความรู้ความเข้าใจแก่ผู้อ่านเท่านั้น จึงไม่สามารถนำไปใช้อ้างอิงหรือใช้แทนการวินิจฉัยของแพทย์ได้ หากมีการนำข้อมูลในเว็บไซต์ไปใช้ ทางเว็บไซต์จะไม่รับผิดชอบต่อความเสียหายที่อาจจะเกิดขึ้นได้ โปรดอ่านเพิ่มเติมหน้านโยบายและเงื่อนไขการใช้งานเว็บไซต์