• icon-facebook
  • icon-twitter
  • icon-google
  • icon-linkedin

โซเดียม (Sodium) ประโยชน์ของโซเดียม

icon-calendar 2 ก.ค. 2013
icon-view 3,582 ครั้ง
Sodium-1

advertisements

Sodium

  • โซเดียม (Sodium) และโพแทสเซียม มีความสำคัญต่อการเจริญเติบโตของร่างกาย และเป็นแร่ธาตุที่ถูกค้นพบพร้อมๆกัน การรับประทานโซเดียม (เกลือ) ในปริมาณมาก จะทำให้ร่างกายสูญเสียโพแทสเซียม โดยโรคความดันโลหิตสูง อาจเกิดจากการรับประทานโซเดียมในปริมาณมากเกินไป และโซเดียมจะช่วยให้แคลเซียมและแร่ธาตุอื่นๆ สามารถละลายในเลือดได้
  • แหล่งที่พบโซเดียมตามธรรมชาติ ได้แก่ เกลือ สัตว์น้ำมีเปลือก (กุ้ง ปู) สมอง ไต เนื้อตากแห้ง เบคอน แครอท หัวบีต อาร์ติโช้ก เป็นต้น
  • โรคจากการขาดโซเดียม ได้แก่ โรคความดันโลหิตสูง และอาจทำให้เกิดอาการปวดตามเส้นประสาท และทำให้การย่อยอาหารประเภทคาร์โบไฮเดรตไม่สมบูรณ์
  • ผลเสียของการรับประทานเกินขนาด โดยผู้ที่รับประทานโซเดียมคลอไรด์มากกว่า 14 กรัม ต่อวัน อาจส่งผลเสียต่อสุขภาพร่างกายได้

คำแนะนำในการรับประทานโซเดียม

  • โซเดียมยังไม่มีขนาดที่แนะนำให้รับประทาน แต่โดยทั่วไปแล้ว เกลือโซเดียมคลอไรด์ที่ผู้ใหญ่ต้องการในแต่ละวันคือประมาณ 500 มิลลิกรัม
  • โซเดียม ในรูปแบบอาหารเสริม ร่างกายมีความจำเป็นต้องรับประทานโซเดียมน้อยมาก แต่ถ้าหากว่ามีความจำเป็น สาหร่ายก็จัดได้ว่าเป็นผลิตภัณฑ์เสริมอาหารที่มีคุณค่าทางโภชนาการและปลอดภัย
  • สำหรับผู้ที่เป็นความดันโลหิตสูง ควรงดการรับประทานโซเดียมเสริม

การเติมโซเดียม หรือเกลือลงในอาหาร ก็เพียงพอต่อความต้องการของร่างกายแล้ว แต่การลดโซเดียมถือเป็นเรื่องที่ยากกว่า โดยควรงดรับประทานอาหารจำพวกเนื้อสัตว์แปรรูปทั้งหลาย เช่น แฮม ไส้กรอก เบคอน คอร์นบีฟ รวมทั้งเครื่องปรุงต่างๆ เช่น ซอมะเขือเทศ ซอสพริก ซอสถั่วเหลือง มัสตาร์ด ตลอดจนฝงฟูหรือเบกกิ้งโซดาในการปรุงอาหาร

ประโยชน์ของโซเดียม

  1. โซเดียมช่วยให้เส้นประสาทและกล้ามเนื้อทำงานได้อย่างเป็นปกติ
  2. ช่วยป้องกันอาการอ่อนเพลียจากความร้อนหรือลมแดดได้
  3. โซเดียม จะช่วยให้แคลเซียม และแร่ธาตุอื่นๆ สามารถละลายในเลือดได้

แหล่งอ้างอิง : หนังสือวิตามินไบเบิล (ดร.เอิร์ล มินเดลล์)

เรียบเรียงข้อมูลโดย ฟรินน์ดอทคอม

advertisements

  • paz

    ข้อมูลน้อยไปนะคะ – -

    • http://frynn.com/ Greenerald Health

      จะหาข้อที่น่าเชื่อถือมาเพิ่มเติมให้นะครับ ^^

Disclaimer : บทความที่มีเนื้อหาเกี่ยวเนื่องกับสุขภาพทั้งหมด ทางเว็บไซต์ได้รวบรวมไว้เพื่อเสริมสร้างความรู้ความเข้าใจแก่ผู้อ่านเท่านั้น จึงไม่สามารถนำไปใช้อ้างอิงหรือใช้แทนการวินิจฉัยของแพทย์ได้ หากมีการนำข้อมูลในเว็บไซต์ไปใช้ ทางเว็บไซต์จะไม่รับผิดชอบต่อความเสียหายที่อาจจะเกิดขึ้นได้ โปรดอ่านเพิ่มเติมหน้านโยบายและเงื่อนไขการใช้งานเว็บไซต์