• icon-facebook
  • icon-twitter
  • icon-google
  • icon-linkedin

ปีบ สรรพคุณและประโยชน์ของต้นปีบ 19 ข้อ ! (กาสะลอง,ดอกปีบ)

icon-calendar เผยแพร่: 27/08/2013 (แก้ไขล่าสุด: 26/06/2014)
icon-view 10,951 ครั้ง
ปีบ

advertisements

ต้นปีบ

ปีบ ภาษาอังกฤษ Cork Tree, Indian Cork ปีบ ชื่อวิทยาศาสตร์ Millingtonia hortensis L.f. จัดอยู่ในวงศ์ BIGNONIACEAE เช่นเดียวกับปีบทอง แคหางค่าง แคทะเล แคนา แคแสด แคหัวหมู น้ำเต้าต้น เพกา รุ่งอรุณ และไส้กรอกแอฟริกา

ต้นปีบ มีชื่อท้องถิ่นอื่นๆ เช่น เต็กตองโพ่ (กะเหรี่ยง-กาญจนบุรี), กาซะลอง กาสะลอง กาดสะลอง กาสะลองคำ (ภาคเหนือ), ปีบ ก้องกลางดง (ภาคกลาง) กางของ (ภาคอีสาน) เป็นต้น โดยต้นปีบเป็นพันธุ์ไม้พื้นเมืองของพม่าและไทย ที่ขึ้นกระจัดกระจายอยู่ทั่วไปตามป่าเบญจพรรณและป่าดิบแล้งทางภาคเหนือ ภาคตะวันตก และทางภาควันออกเฉียงเหนือ

ลักษณะของปีบ

  • ต้นปีบ เป็นไม้ยืนต้นขนาดเล็กถึงขนาดกลาง ลำต้นตรง มีความสูงประมาณ 5-10 เมตร เปลือกต้นเป็นสีเทาเข้มแตกเป็นร่องลึก มีช่องอากาศ รากเกิดเป็นหน่อเจริญเป็นต้นใหม่ได้ โดยขยายพันธุ์ด้วยวิธีการนำเมล็ดมาเพาะ หรือใช้ต้นอ่อนที่เกิดจากรากรอบๆของต้นแม่ นำมาตัดเป็นท่อนสั้นๆ แล้วนำมาปักชำในกระบะกรวยที่ผสมด้วยขี้เถ้าแกลบก็ได้

ต้นปีป

  • ใบปีบ ลักษณะของใบเป็นใบประกอบแบบขนนก 3 ชั้น มีความกว้างประมาณ 13-20 เซนติเมตร และยาวประมาณ 16-26 เซนติเมตร ก้านใบยาว 3.5-6 เซนติเมตร ที่ตัวใบจะประกอบไปด้วยแกนกลางยาวประมาณ 13-19 เซนติเมตร มีใบย่อย 4-6 คู่ กว้างประมาณ 2.5-3 เซนติเมตรและยาวประมาณ 4-5 เซนติเมตร ลักษณะใบมีรูปร่างคล้ายรูปหอกแกมรูปไข่ ปลายใบเรียวแหลม ฐานใบเป็นรูปลิ่ม ขอบใบหยักเป็นซี่หยาบๆ เนื้อใบเกลี้ยงบางคล้ายกับกระดาษ
  • ดอกปีบ ลักษณะออกดอกเป็นช่อกระจุกแยกแขนง มีความยาวประมาณ 10-25 เซนติเมตร ดอกย่อยจะประกอบไปด้วย กลีบเลี้ยงสีเขียว ดอกมีกลิ่นหอม มีความกว้างประมาณ 0.5 เซนติเมตรและยาวประมาณ 6-10 เซนติเมตร เชื่อมกันเป็นหลอดปากแตร แยกออกเป็น 5 แฉก 3 แฉกรูปขอบขนาน 2 แฉกล่างค่อนข้างแหลม มีเกสรตัวผู้จำนวน 4 อัน สองคู่จะยาวไม่เท่ากัน และมีเกสรตัวเมียจำนวน 1 อัน อยู่เหนือวงกลีบ โดยดอกปีบจะออกดอกในช่วงเดือนพฤศจิกายนถึงเดือนพฤษภาคม

ดอกปีบ

  • ผลปีบ ลักษณะเป็นผลแห้งแตก ผลแบนยาวขอบขนาน มีเนื้อและเมล็ดจำนวนมาก เป็นแผ่นบางมีปีก

นอกจากนี้ ต้นปีบยังเป็นสมุนไพรที่ในตำราไทยนำมาใช้ในการรักษาอาการและโรคต่างๆ ได้หลายชนิด โดยส่วนที่นำมาใช้ก็เป็นยาก็ได้แก่ ราก ดอก และใบ

สรรพคุณของปีบ

  1. ใบปีบสรรพคุณดอกปีบช่วยบำรุงกำลัง (ดอก)
  2. ช่วยบำรุงโลหิต (ดอก)
  3. สรรพคุณปีบ รากช่วยบำรุงปอด (ราก)
  4. ช่วยรักษาวัณโรค (ราก)
  5. ดอกปีบ สรรพคุณทางยาช่วยรักษาไซนัสอักเสบ (ดอก)
  6. ช่วยรักษาริดสีดวงจมูก ด้วยการใช้ดอกที่ตากแห้งแล้วนำมามวนเป็นบุหรี่สูบเพื่อรักษาอาการ (ดอก)
  7. ช่วยรักษาอาการหอบหืด หอบเหนื่อย ทำให้ระบบการหายใจดียิ่งขึ้น ด้วยการใช้ดอกปีบแห้งประมาณ 6-7 ดอก แล้วมวนเป็นบุหรี่สูบ เพื่อรักษาอาการหอบหืดได้ (ราก,ดอก)
  8. ช่วยรักษาปอดพิการ (ราก)
  9. สรรพคุณของปีบ ดอกช่วยแก้ลม (ดอก)
  10. ใบใช้มวนเป็นบุหรี่สูบแทนฝิ่น เพื่อช่วยขยายหลอดลม และรักษาอาการหอบหืดได้เช่นกัน (ใบ)

เพิ่มเติม : นักวิทยาศาสตร์ได้ทำการสกัดส่วนต่างๆของต้นปีบ เพื่อหาสารที่มีฤทธิ์ในการรักษา โดยสามารถตรวจพบสาร Scutellarein, Hispidulin, Scutellarein-5-galactoside จากดอกปีบ และพบสาร Hispidulin จากใบของต้นปีบ ส่วนในรากนั้นพบสาร Hentriacontane, Lapachol, Hentria contanol-1, B-stosterol, Paulownin ในส่วนของผลพบ Acetyl oleanolic acid และในส่วนของเปลือกต้นและแก่นไม้ พบสาร B-stosterol โดยนำมาสกัดออกจากดอกปีบแห้ง แล้วนำส่วนต่างๆเหล่านี้มาทดสอบฤทธิ์ทางเภสัชวิทยา พบว่าส่วนที่สกัดจากคลอโรฟอร์ม มีฤทธิ์ในการขยายหลอดลม ในขณะที่ส่วนสกัด Butanol และน้ำมีฤทธิ์ทำให้หลอมลมหดตัว และยังพบว่าส่วนสกัดแยกส่วนด้วย Butamol จากสารสกัดด้วยน้ำนั้นมีฤทธิ์ช่วยขยายหลอดลม ซึ่งจากการศึกษา เชื่อว่าสาร Hispifulin นั้นมีบทบาทในการขยายหลอดลม แต่อย่างไรก็ตามการที่จะอธิบายว่าผลที่เกิดขึ้นนี้เกิดจากสารสกัดตัวใดนั้น ยังให้คำตอบไม่ได้ คงต้องศึกษาสาระสำคัญแยกกันไปอีก

advertisements

ประโยชน์ของปีบ

  1. ดอกนำมาแตกแห้งแล้วผสมกับยาสูบมวนบุหรี่ ใช้สูบทำให้ชุ่มคอ ทำให้ปากหอม และยังมีกลิ่นควันบุหรี่ที่หอมดีอีกด้วย
  2. ประโยชน์ของดอกปีบ ดอกช่วยเพิ่มการหลั่งน้ำดี (cholagogue) และเพิ่มรสชาติ (ดอก)
  3. ดอกปีบนำมาตากแห้ง นำมาชงใส่น้ำร้อนดื่มเป็นชาก็ได้ โดยดอกปีบชงนี้จะมีกลิ่นหอมละมุนอ่อนๆ มีรสชาติหวานแบบนุ่มนวล และไม่ขมแถมยังดีต่อสุขภาพอีกด้วย
  4. สารสกัดจากใบที่สกัดด้วยเอทานอล มีฤทธิ์ในการยับยั้งการเจริญเติบโตของคะน้า (ใบ)
  5. ประโยชน์ของปีบ เนื้อไม้ของต้นปีบมีสีขาวอ่อน สามารถเลื่อยหรือไสกบเพื่อตกแต่งให้ขึ้นเงาได้ง่าย จึงเหมาะแก่การนำมาใช้ทำเป็นเครื่องเรือน เครื่องตกแต่งภายในบ้านได้
  6. เปลือกของต้นปีบ เมื่อก่อนสามารถนำมาใช้แทนไม้ก๊อกสำหรับทุกจุกขวดได้
  7. ประโยชน์ของต้นปีบ ปีบเป็นไม้พุ่มมีใบและดอกสวย แถมยังมีกลิ่นหอมอีกด้วย จึงสามารถปลูกไว้ประดับสวน ปลูกเพื่อให้ร่มเงาในลานจอดรถ หรือริมถนนข้างทาง และที่สำคัญต้นไม้ชนิดนี้ยังทนน้ำท่วมขังได้ดีอีกด้วย
  8. ดอกปีบ เป็นสัญลักษณ์ของพยาบาลไทย โดยความหมายของต้นไม้ชนิดนี้ คือ เป็นต้นไม้ที่ให้ความร่มรื่นแก่ชีวิต ซึ่งหมายถึง “พยาบาล” และดอกปีบ ยังหมายถึงยาอายุวัฒนะ ซึ่งเปรียบเสมือนพยาบาล ที่ให้การดูแลรักษาและส่งเสริมสุขภาพแก่คนทั่วไป ต้นปีบเป็นต้นไม้ที่โตเร็ว เกิดขึ้นได้ในป่าทุกชนิด สามารถช่วยสร้างเสริมธรรมชาติที่ชุมและดำรงชีวิตให้แก่มวลมนุษย์ตลอดกาล เช่นเดียวกับพยาบาล ที่จะเป็นการบริการสุขภาพที่มีความจำเป็นต่อสังคมตลอดไป (ดอกปีบยังเป็นดอกไม้ประจำจังหวัดปราจีนบุรีและมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลล้านนาอีกด้วย)
  9. ต้นปีบ กับความเชื่อ การปลูกต้นปีบเพื่อความเป็นสิริมงคลแก่ผู้อยู่อาศัยภายในบ้าน การปลูกไว้ประจำบ้านจะทำให้เก็บเงินเก็บทองได้มากขึ้น และยังทำให้มีชื่อเสียงโด่งดังอีกด้วย โดยควรปลูกต้นปีบไว้ในทางทิศตะวันตกและผู้ปลูกควรปลูกในเสาร์เพื่อเอาคุณ แต่ถ้าจะให้เป็นมงคลมากยิ่งขึ้นผู้ปลูกควรเป็นผู้ที่เกิดในวันจันทร์ (ส่วนผู้อยู่อาศัยหากเกิดวันจันทร์ด้วยแล้วจะยิ่งเป็นสิริมงคลยิ่งนัก) เพราะปีบเป็นดอกไม้ประจำของนางโคราคะเทวี ซึ่งเป็นนางประจำวันจันทร์ในธิดาของพระอินทร์นั่นเอง

แหล่งอ้างอิง : เว็บไซต์สำนักงานโครงการอนุรักษ์พันธุกรรมพืชอันเนื่องมาจากพระราชดำริ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี, ชื่อพรรณไม้แห่งประเทศไทย (เต็ม สมิตินันทน์), เว็บไซต์กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืช (กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม), ศูนย์ความรู้ด้านการเกษตร มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์, สำนักงานพัฒนาเศรษฐกิจจากฐานชีวภาพ (องค์การมหาชน), เว็บไซต์หมอชาวบ้าน (เดชา ศิริภัทร)

ภาพประกอบ : www.fwmail.teenee.com, www.biogang.net, www.media.ijanaagraha.org

เรียบเรียงข้อมูลโดย ฟ ริ น น์ .com

advertisements

Disclaimer : บทความที่มีเนื้อหาเกี่ยวเนื่องกับสุขภาพทั้งหมด ทางเว็บไซต์ได้รวบรวมไว้เพื่อเสริมสร้างความรู้ความเข้าใจแก่ผู้อ่านเท่านั้น จึงไม่สามารถนำไปใช้อ้างอิงหรือใช้แทนการวินิจฉัยของแพทย์ได้ หากมีการนำข้อมูลในเว็บไซต์ไปใช้ ทางเว็บไซต์จะไม่รับผิดชอบต่อความเสียหายที่อาจจะเกิดขึ้นได้ โปรดอ่านเพิ่มเติมหน้านโยบายและเงื่อนไขการใช้งานเว็บไซต์