• icon-facebook
  • icon-twitter
  • icon-google
  • icon-linkedin

ผักกูด สรรพคุณและประโยชน์ของผักกูด 16 ข้อ ! (ผักกูดขาว)

icon-calendar เผยแพร่: 8/11/2013 (แก้ไขล่าสุด: 26/06/2014)
icon-view 6,341 ครั้ง
ผักกูด

advertisements

ผักกูด

ผักกูด ภาษาอังกฤษ Paco Fern, Small Vegetable fern, Vegetable fern ผักกูด ชื่อวิทยาศาสตร์ Diplazium esculentum (Retz.) Sw. จัดอยู่ในวงศ์ WOODSIACEAE หรือวงศ์ ATHYRIACEAE เช่นเดียวกับผักแว่น และกระแตไต่ไม้[1],[3],[4]

นอกจากนี้ผักกูดยังมีชื่อท้องถิ่นอื่นๆ อีกเช่น ผักกูดขาว (ชลบุรี), หัสดำ (นครราชสีมา, สุราษฎร์ธานี), กูดน้ำ (แม่ฮ่องสอน), ไก้กวิลุ ปู่แปลเด๊าะ (กะเหรี่ยง-แม่ฮ่องสอน), แลโพโด้ แหละโพะโด้ะ (กะเหรี่ยงเชียงใหม่), แทรอแปล๊ะ (กะเหรี่ยงแดง), หย่ายจ๊วด (เมี่ยน), เหล้าชั้ว (ม้ง), บ่ะฉ้อน (ลั้วะ), ร่านซู้ล (ขมุ), กูดคึ (ภาคเหนือ), ผักกูด (ภาคกลาง), กูดกิน เป็นต้น[1],[3],[4]

ผักกูด มีเขตการกระจายพันธุ์อยู่ในเขตร้อนทั่วไปของเอเชีย ไล่ตั้งแต่ภาคกลางของประเทศจีน ภาคใต้ของญี่ปุ่น ไปจนถึงหมู่เกาะแปซิฟิก ส่วนในประเทศไทยบ้านเราจะพบผักกูดได้ทั่วไปแทบทุกภูมิภาค ในที่มีสภาพดินไม่แห้งแล้ง[1]

รู้จักกับผักกูด ! : ผักกูดหรือกูดกิน ความจริงแล้วผักกูดไม่ได้เป็นพืชผัก แต่เป็นพืชที่เป็นเฟิร์นชนิดหนึ่งที่สามารถนำมารับประทานเป็นผักได้ เป็นพืชที่มีลำต้นเป็นเหง้าแบบตั้งตรง ต้นเมื่อมีอายุน้อยมักจะเป็นใบประกอบแบบขนนกชั้นเดียว เมื่ออายุมาขึ้นจะพบว่าเป็นใบประกอบแบบสองชั้น โดยส่วนที่นำมาปรุงเป็นอาหารก็คือส่วนของ ฟรอนด์ (Frond) หรือก้านใบใหม่ที่โผล่ขึ้นมาจากลำต้น มีส่วนปลายม้วนงอ และส่วนปลายนี้แหละจะค่อยๆ พัฒนาไปเป็นใบอ่อนและใบแก่ตามลำดับ แต่จะนิยมรับประทานฟรอนด์อ่อนๆ ซะมากกว่า[4]

นอกจากนี้ผักกูดยังมีอยู่ด้วยกันอีกหลายชนิด และเกือบทุกชนิดสามารถนำมารับประทานได้ แต่บางชนิดยอดใบจะมีรสขมมาก บางชนิดมีขนสีน้ำตาลปกคลุมตามต้น และแต่ละชนิดก็มีรสชาติที่แตกต่างกันออกไป นอกจากนี้ยังมีสรรพคุณทางยาที่แตกต่างกันออกไปด้วย[6]

ลักษณะของผักกูด

  • ต้นผักกูด จัดเป็นเฟิร์นขนาดใหญ่ ที่มีเหง้าตั้งตรง และมีความสูงมากกว่า 1 เมตรขึ้นไป เหง้าปกคลุมไปด้วยใบเกล็ด เกล็ดมีขนาดกว้างประมาณ 1 มิลลิเมตร และยาวประมาณ 1 เซนติเมตร เกล็ดมีสีน้ำตาลเข้มถึงสีดำ ขอบใบเกล็ดหยักเป็นซี่ โดยเฟิร์นชนิดนี้มักจะขึ้นหนาแน่นตามชายป่าที่มีแดดส่องถึง ในบริเวณที่ลุ่มชุ่มน้ำ ตามริมลำธาร บริเวณต้นน้ำ หนองบึง ชายคลอง ในที่ที่มีน้ำขังแฉะและมีอากาศเย็น รวมไปถึงในพื้นที่เปิดโล่ง หรือในที่ที่มีร่มเงาบ้าง และจะเจริญเติบโตได้ดีบริเวณที่ชื้นแฉะ มีความชื้นสูง เติบโตในช่วงฤดูฝน ขยายพันธุ์ด้วยวิธีการใช้เหง้า ใช้สปอร์ หรือไหล[1],[2]

ต้นผักกูด

ลักษณะของผักกูด

  • ใบผักกูด ใบเป็นใบประกอบแบบขนนก 2 ชั้น ใบมีความยาวได้มากกว่า 1 เมตร และกว้างได้ถึง 50 เซนติเมตร ใบมีสีเขียวอ่อน แม่แก่จะมีสีเขียวเข้ม มีใบย่อย 1-2 คู่ล่างจะเล็กกว่าใบย่อยที่อยู่ช่วงกลาง ซึ่งมีขนาดใหญ่ได้ถึง 25 เซนติเมตร ช่วงขนาดสอบเล็กลงทันทีเป็นหลายแหลม ส่วนใบย่อยชั้นกลางจะมีใบที่มีขนาดใหญ่กว่า มีก้านสั้นหรือกึ่งไม่มีก้าน โคนใบมีลักษณะเว้าเป็นรูปหัวใจ หรือเป็นติ่งหู ปลายสอบแหลมมีขนาด 2.5 เซนติเมตร ขอบหยัก ลึกประมาณ 1 ใน 4 ของระยะถึงเส้นกลางใบ ปลายเป็นรูปมน ขอบเป็นฟันเลื่อย เนื้อใบมีลักษณะบางคล้ายกระดาษ ใบมีเส้นใบแตกแขนงแบบขนนก มีปลายเส้นถึง 10 คู่ กลุ่มสปอร์จะอยู่ใกล้และยาวตลอดความยาวของเส้นใบส่วนปลาย ส่วนก้านใบยาวประมาณ 70 เซนติเมตร[1],[4]

ใบผักกูด

กูดกินลักษณะผักกูด

คุณค่าทางโภชนาการของผักกูด ต่อ 100 กรัม

สมุนไพรผักกูด ในส่วนที่รับประทานได้ จะให้พลังงาน 19 กิโลแคลอรี่, เส้นใยอาหาร 1.4 กรัม, ธาตุแคลเซียม 5 มิลลิกรัม, ธาตุเหล็ก 36.3 มิลลิกรัม, ธาตุฟอสฟอรัส 35 มิลลิกรัม, นอกจากนี้ยังอุดมไปด้วยวิตามินเอ, วิตามินบี1 วิตามินบี2, และวิตามินบี3 ค่อนข้างสูง[1]

รูปผักกูด

สรรพคุณของผักกูด

  1. ช่วยเสริมสร้างร่างกายให้แข็งแรงยอดผักกูด ช่วยเพิ่มภูมิคุ้มกันและช่วยต่อต้านอนุมูลอิสระ (ใบ)[7]
  2. ผักกูดอุดมไปด้วยธาตุเหล็ก และบีตาแคโรทีน การรับประทานผักกูดร่วมกับเนื้อสัตว์จะช่วยทำให้ร่างกายดูดซึมแร่ธาตุต่างๆ ได้ดีขึ้น และยังช่วยบำรุงร่างกายอีกด้วย (ใบ)[5],[7]
  3. ใบผักกูดนำมาต้มเป็นดื่ม ช่วยแก้ไข้ตัวร้อน (ใบ)[1],[2]
  4. ผักกูด เป็นผักที่มีคุณสมบัติช่วยดับร้อน ทำให้ร่างกายปรับสภาพอุณหภูมิให้เข้ากับฤดูได้[7]
  5. ช่วยลดระดับคอเลสเตอรอลในเม็ดเลือด (ใบ)[1]
  6. ช่วยบำรุงโลหิต เนื่องจากผักกูดเป็นผักที่ธาตุเหล็กมากที่สุดเป็นอันดับ 1 (ใบ)[1],[2]
  7. ช่วยแก้โรคโลหิตจาง (ใบ)[1],[2]
  8. ช่วยบำรุงสายตา (ใบ)[1],[2]
  9. ช่วยความดันโลหิตสูง (ใบ)[1]
  10. ช่วยป้องกันโรคเลือดออกตามไรฟันได้ (ใบ)[1],[2]
  11. ผักกูดเป็นผักที่เส้นใยอาหารสูงมาก จึงช่วยให้ระบบขับถ่ายทำงานได้อย่างดี (ใบ)[1]
  12. สรรพคุณผักกูด ช่วยขับปัสสาวะ (ใบ)[1],[2]
  13. ผักกูด สรรพคุณช่วยแก้พิษอักเสบ (ใบ)[2]

ประโยชน์ของผักกูด

  1. ผักกูด เป็นผักทีมีรสจืดอมหวาน และกรอบ ยอดอ่อนและใบอ่อนนิยมนำมาบริโภค โดยนำมาปรุงเป็นอาหารได้อย่างหลากหลาย ด้วยการนำมายำ ผัด ทำเป็นแกงจืด แกงเลียง แกงส้ม แกงแคร่วมกับผักชนิดต่างๆ ต้มกะทิฯลฯ ส่วนเมนูผักกูดก็เช่น ยำผักกูด ผักกูดผัดน้ำมันหอย แกงจืดผักกูดหมูสับ ไข่เจียวผักกูด ผัดกับไข่หรือแหนม นำมาแกงกับปลาน้ำจืด ทำเป็นแกงกะทิกับปลาย่าง หรือนำมาราดด้วยน้ำกะทิรับประทานร่วมกับน้ำพริกหรือแดงรสจืด ส่วนชาวอีสานจะรับประทานยอดสดร่วมกับลาบ ก้อย ยำ ส้มตำ ปลาป่น หรือจะนำไปดัดแปลงเป็นเมนูอื่นๆ ก็ทำได้ไม่ยาก นอกจากนี้ยังนิยมนำมาใช้ลวกหรือต้มให้สุกจิ้มกินกับน้ำพริก ใช้เป็นผักจิ้มกินกับน้ำพริกตาแดง น้ำพริกถั่ว หรือน้ำพริกต่างๆ แต่จะไม่นิยมนำมารับประทานแบบสดๆ เพราะจะมียางเป็นเมือกอยู่ที่ก้าน โดยผักกูดในช่วงหน้าแล้งผักกูดจะมีรสชาติอร่อยกว่าฤดูอื่นๆ[1],[5]
  2. ประโยชน์ผักกูด ในปัจจุบันมีการเก็บผักกูดไว้ขายส่งไปญี่ปุ่น โดยชาวญี่ปุ่นจำนำผักกูดไปดองกับเกลือไว้รับประทาน หรือที่เรียกว่า “วาราบิ”
  3. ต้นผักกูด สามารถใช้เป็นดัชนีเพื่อชี้วัดความสมบูรณ์ของสภาพแวดล้อมได้ ถ้าหากบริเวณไหนมีอากาศไม่ดี หรือดินไม่บริสุทธิ์ หรือมีสารเคมีเจือปนอยู่ ผักกูดจะไม่เจริญหรือแตกต้นในบริเวณนั้น เพราะผักกูดจะขึ้นเฉพาะในพื้นที่ที่มีอากาศบริสุทธิ์ ดินสมบูรณ์และไม่มีสารเคมีเจือปน[1]

ผักกูดขาว

ข้อควรระวัง ! : ไม่ควรรับประทานผักกูดแบบดิบๆ หรือแบบสดๆ เนื่องจากผักกูดมีสารออกซาเลตในปริมาณที่สูง อาจทำให้ไตอักเสบ และทำให้เป็นนิ่วได้ จึงควรนำไปต้มหรือปรุงให้สุกก่อนการนำมารับประทาน[1],[2]

References
  1. สื่อเกษตรครบวงจร กลุ่มสื่อส่งเสริมการเกษตร สำนักพัฒนาการถ่ายทอดเทคโนโลยี กรมส่งเสริมการเกษตร.  [ออนไลน์].  เข้าถึงได้จาก: agrimedia.agritech.doae.go.th.  [8 พ.ย. 2013].
  2. สมุนไพรใกล้ตัว เล่มที่ 13 ว่าด้วยสมุนไพรแต่งสี กลิ่น รส.  คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่.  (สมพร หิรัญรามเดช).
  3. หนังสือชื่อพรรณไม้แห่งประเทศไทย.  สวนพฤกษศาสตร์ป่าไม้ สำนักวิชาการป่าไม้ กรมป่าไม้.  (เต็ม สมิตินันทน์).
  4. สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยเชียงใหม่.  “ผักกูดรูปร่างหน้าตาเป็นอย่างไร มาทำความรู้จักกันดีไหม”.  (ประทุมพร ยิ่งธงชัย).  [ออนไลน์].  เข้าถึงได้จาก: student.nu.ac.th.  [8 พ.ย. 2013].
  5. มูลนิธิหมอชาวบ้าน. นิตยสารหมอชาวบ้าน เล่มที่ 355 คอลัมน์: เข้าครัว. “ยำผักกูด”.  (ริญ เจริญศิริ, ศศพินทุ์ ดิษนิล).  [ออนไลน์].  เข้าถึงได้จาก: www.doctor.or.th.  [8 พ.ย. 2013].
  6. ระบบฐานข้อมูลทรัพยากรชีวภาพและภูมิปัญญาท้องถิ่นของชุมชน สำนักงานพัฒนาเศรษฐกิจจากฐานชีวภาพ (องค์การมหาชน).  “ผักกูด“.  [ออนไลน์].  เข้าถึงได้จาก: www.bedo.or.th.  [8 พ.ย. 2013].
  7. สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.).  [ออนไลน์].  เข้าถึงได้จาก: www.thaihealth.or.th.  [8 พ.ย. 2013].

ภาพประกอบ : www.flickr.com (by Saeigimon, Ahmad Fuad Morad, Polylepis, Starr Environmental)

เรียบเรียงข้อมูลโดย ฟ ริ น น์ .com

advertisements

  • http://frynn.com/ Greenerald Health

    ปรับปรุงเนื้อหาครั้งที่ 2 (29/11/56)
    – เพิ่มรายชื่อพืชผักสมุนไพรที่อยู่ในวงศ์เดียวกันกับผักกูด

    • Fareeda Lateh

      นี้ใช่ใบผักกูดไหมค่ะ

      • http://frynn.com/ Greenerald Health

        กระผมว่าไม่ใช่ใบของผักกูดครับ เพราะใบผักกูดจะเป็นใบประกอบแบบขนนก 2 ชั้น แต่ในภาพเป็นใบประกอบแบบขนนกชั้นเดียวครับ แต่ใบของต้นอะไร อันนี้แอดมินไม่ทราบครับ

Disclaimer : บทความที่มีเนื้อหาเกี่ยวเนื่องกับสุขภาพทั้งหมด ทางเว็บไซต์ได้รวบรวมไว้เพื่อเสริมสร้างความรู้ความเข้าใจแก่ผู้อ่านเท่านั้น จึงไม่สามารถนำไปใช้อ้างอิงหรือใช้แทนการวินิจฉัยของแพทย์ได้ หากมีการนำข้อมูลในเว็บไซต์ไปใช้ ทางเว็บไซต์จะไม่รับผิดชอบต่อความเสียหายที่อาจจะเกิดขึ้นได้ โปรดอ่านเพิ่มเติมหน้านโยบายและเงื่อนไขการใช้งานเว็บไซต์