• icon-facebook
  • icon-twitter
  • icon-google
  • icon-linkedin

ผักชีลาว สรรพคุณและประโยชน์ของผักชีลาว 35 ข้อ !

icon-calendar 5 ก.ค. 2013
icon-view 2,043 ครั้ง
ผักชีลาว

advertisements

ผักชีลาว

ผักชีลาว ภาษาอังกฤษ : Dill (อ่านว่า ดิล) มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Anethum graveolens L. จัดอยู่ในวงศ์ APIACEAE หรือวงศ์ UMBELLIFERAE เช่นเดียวกับผักชี ผักชีฝรั่ง และผักชีล้อม สำหรับชื่อท้องถิ่นอื่นๆ เช่น ผักชีเมือง (น่าน), ผักชีเทียน ผักชีตั๊กแตน (พิจิตร), ผักชี (เลย,ขอนแก่น), เทียนข้าวเปลือก เทียนตาตั๊กแตน (ภาคกลาง) เป็นต้น จัดเป็นพืชในตระกูลล้มลุกชนิดหนึ่ง ซึ่งอยู่ในวงศ์ APIACEAE (UMBELLIFERAE) เช่นเดียวกับ ผักชี แครอท และ ขึ้นฉ่าย

ผักชีลาว จะมีกลิ่นที่เป็นเอกลักษณ์ที่ทำให้หลายๆคนชื่นชอบ แต่สำหรับบางคนถึงกับส่ายหัวเลยทีเดียว แต่ถึงจะอย่างนั้นก็เถอะ ผักชีลาวก็เป็นพืชผักสมุนไพรที่ทรงคุณค่ามากมาย เพราะคุณค่าทางโภชนาการของผักชีลาวนั้นประกอบไปด้วยวิตามินและแร่ธาตุหลายชนิดในปริมาณที่สูงอีกด้วย

นอกจากนี้ผักชีลาวยังมีสรรพคุณทางยามากมายที่ช่วยเพิ่มการทำงานของกระเพาะอาหาร ช่วยย่อยอาหารที่รับประทาน แก้อาการท้องอืดท้องเฟ้อ และยังมีส่วนช่วยลดความดันโลหิต ขยายหลอดเลือด และช่วยกระตุ้นการหายใจได้อีกด้วย สำหรับประโยชน์เต็มๆ ดูด้านล่างเลยครับ

ประโยชน์ของผักชีลาว

  1. มีสารต่อต้านอนุมูลอิสระในปริมาณมาก ช่วยในการชะลอวัย
  2. ช่วยบำรุงและรักษาสายตา ช่วยป้องกันการเกิดโรคเกี่ยวกับตาต่างๆ (เพราะมีวิตามินเอสูงมาก)
  3. ช่วยบำรุงกระดูกและฟันให้แข็งแรง (มีแคลเซียมสูง)
  4. สรรพคุณของผักชีลาวใช้เป็นยาบำรุงกำลังชั่วคราว (ผลแก่)
  5. ช่วยเสริมสร้างภูมิต้านทานโรคให้กับร่างกาย
  6. ช่วยลดความดันโลหิตสูง
  7. ช่วยยับยั้งหรือช่วยชะลอการขยายตัวของเซลล์มะเร็ง
  8. ผักชีลาว ประโยชน์ช่วยรักษาโรคเบาหวาน (เบต้าแคโรทีน)
  9. ช่วยขยายหลอดเลือด
  10. ช่วยบำรุงปอด (ผล)
  11. ช่วยขับเหงื่อ (ทั้งต้น)
  12. ช่วยกระตุ้นการหายใจ
  13. แก้หอบหืด (ผล)
  14. ช่วยแก้อาการไอ (ผล)
  15. ช่วยแก้อาการสะอึก (ผล)
  16. สรรพคุณของผักชีลาว ช่วยเพิ่มปริมาณของน้ำนมสำหรับคุณแม่ที่เพิ่งคลอดบุตร (ใบ)
  17. ช่วยลดอาการโคลิค (Baby Colic) หรืออาการ “เด็กร้องร้อยวัน” ซึ่งเป็นอาการที่พบได้บ่อยในเด็กแรกเกิด (ใบ)
  18. ช่วยแก้อาการวิงเวียนศีรษะ คลื่นไส้อาเจียน เป็นลม (ผล)
  19. สรรพคุณผักชีลาว ช่วยส่งเสริมการทำงานของกระเพาะอาหาร (ใบ)
  20. ช่วยแก้อาการปวดท้อง ด้วยการใช้ผลแห้งนำมาบดให้เป็นผงแล้วชงกับน้ำดื่มวันละ 4 แก้ว (ผลแก่)
  21. ช่วยแก้อาการท้องอืดท้องเฟ้อ ด้วยการใช้ผลแห้งนำมาบดให้เป็นผงแล้วชงกับน้ำดื่มวันละ 4 แก้ว หรือจะใช้ต้นสดนำมาผสมกับนมให้เด็กอ่อนดื่มแก้อาการก็ได้เช่นกัน (ผลแก่)
  22. แก้อาการอึดอัดแน่นท้อง ด้วยการใช้ต้นสดประมาณ 50 กรัม นำมาเคี่ยวกับน้ำจนข้นแล้วรับประทาน (ต้นสด)
  23. ช่วยขับลมในลำไส้ ด้วยการใช้ผลแห้งนำมาบดให้เป็นผงแล้วชงกับน้ำดื่มวันละ 4 แก้ว (ผลแก่)
  24. ผักชีลาว สรรพคุณช่วยแก้อาการท้องผูก ด้วยการใช้ใบสดหรือยอดอ่อนนำมาต้มกินเป็นอาหาร (ใบ)
  25. แก้อาการปัสสาวะขัด ด้วยการใช้ใบสดประมาณ 50 กรัมนำมาต้มกับน้ำดื่มเป็นชา (ใบ)
  26. ช่วยรักษาไส้ติ่งอักเสบ ด้วยการใช้ต้นสดประมาณ 60 กรัมนำมาต้มกับน้ำกิน (ต้นสด)
  27. ช่วยรักษาฝีเนื้อร้าย ด้วยการใบสดนำมาตำแล้วพอกบริเวณที่เป็นฝีวันละ 2 ครั้ง (ใบ)
  28. ช่วยแก้อาการบวม (ทั้งต้น)
  29. ประโยชน์ผักชีลาว ช่วยแก้เหน็บชา (ทั้งต้น)
  30. ช่วยทำให้ง่วงนอน (ผล)
  31. ผลหรือเมล็ดมีน้ำมันหอมระเหย นำมาผลิตใช้ในอุตสาหรกรรมอาหาร อุสาหกรรมเครื่องสำอาง เช่น สบู่ โลชั่นบำรุงผิว เป็นต้น (ผล)
  32. ใบนิยมนำมาใส่แกงอ่อม แกงหน่อไม้ ห่อหมก น้ำพริกปล้าร้า ผักชีลาวผัดไข่ ยอดของใบใช้รับประทานกับลาบ และยังช่วยชูรสชาติอาหารอีกด้วย (ใบ)
  33. ผลนิยมนำมาบดโรยบนมนัฝรั่งบดหรือสลัดผักเพื่อช่วยเพิ่มรสชาติของอาหาร (ผล)
  34. ประโยชน์ของผักชีลาว ใบสดและแห้งนิยมนำมาโรยบนอาหารประเภทปลาเพื่อช่วยดับกลิ่นคาว (ใบ)
  35. น้ำมันผักชีลาวนำมาใช้แต่งกลิ่นผักดอง สูต น้ำซอส ของหวาน และเครื่องดื่มรวมไปถึงเหล้าด้วย (น้ำมันผักชีลาว)
advertisements

คุณค่าทางโภชนาการของผักชีลาวสดต่อ 100 กรัม

  • ผักชีลาวพลังงาน 43 กิโลแคลอรี่
  • คาร์โบไฮเดรต 7 กรัม
  • เส้นใย 2.1 กรัม
  • ไขมัน 1.1 กรัม
  • โปรตีน 3.5 กรัม
  • วิตามินเอ 7717 ไมโครกรัม (154%)
  • วิตามินบี1 0.1 มิลลิกรัม 9%
  • วิตามินบี2 0.3 มิลลิกรัม 25%
  • วิตามินบี3 1.6 มิลลิกรัม 11%
  • วิตามินบี5 0.4 มิลลิกรัม 8%
  • วิตามินบี6 0.2 มิลลิกรัม 15%
  • วิตามินบี9 150 ไมโครกรัม 38%
  • วิตามินบี12 0 ไมโครกรัม 0%
  • วิตามินซี 85 มิลลิกรัม 102%ประโยชน์ของผักชีลาว
  • ธาตุแคลเซียม 208 มิลลิกรัม 21%
  • ธาตุเหล็ก 6.6 มิลลิกรัม 51%
  • ธาตุแมกนีเซียม 55 มิลลิกรัม 15%
  • ธาตุแมงกานีส 1.3 มิลลิกรัม 62%
  • ธาตุฟอสฟอรัส 66 มิลลิกรัม 9%
  • ธาตุโพแทสเซียม 738 มิลลิกรัม 16%
  • ธาตุโซเดียม 61 มิลลิกรัม 4%
  • ธาตุสังกะสี 0.9 มิลลิกรัม 9%
  • ธาตุทองแดง 0.14 มิลลิกรัม 7%

% ร้อยละของปริมาณแนะนำที่ร่างกายต้องการในแต่ละวันสำหรับผู้ใหญ่ (ข้อมูลจาก : USDA Nutrient database)

แหล่งอ้างอิง : วิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี (EN), สำนักงานกองทุนสนับสนันการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.)

เรียบเรียงข้อมูลโดย ฟรินน์ดอทคอม

advertisements

  • Darika Jernigan

    ขอบคุณสำหรับข้อมูลดีๆนะคะ

Disclaimer : บทความที่มีเนื้อหาเกี่ยวเนื่องกับสุขภาพทั้งหมด ทางเว็บไซต์ได้รวบรวมไว้เพื่อเสริมสร้างความรู้ความเข้าใจแก่ผู้อ่านเท่านั้น จึงไม่สามารถนำไปใช้อ้างอิงหรือใช้แทนการวินิจฉัยของแพทย์ได้ หากมีการนำข้อมูลในเว็บไซต์ไปใช้ ทางเว็บไซต์จะไม่รับผิดชอบต่อความเสียหายที่อาจจะเกิดขึ้นได้ โปรดอ่านเพิ่มเติมหน้านโยบายและเงื่อนไขการใช้งานเว็บไซต์