ม่อนไข่ สรรพคุณและประโยชน์ของม่อนไข่ 7 ข้อ ! (ท้อเขมร)

ม่อนไข่
advertisements

ม่อนไข่

ม่อนไข่ ชื่อสามัญ Canistel, Eggfruit-tree, Tiesa, Yellow sapote, Canistelsapote ม่อนไข่ ชื่อวิทยาศาสตร์ Pouteria campechiana Baehni หรือ Pouteria campechiana (Kunth) Baehni (ชื่อพ้องวิทยาศาสตร์ Lucuma campechiana Knuth)  จัดอยู่ในวงศ์ SAPOTACEAE เช่นเดียวกับพิกุล

นอกจากนี้ม่อนไข่ยังมีชื่อเรียกตามท้องถิ่นอื่นๆ อีก เช่น ลูกท้อพื้นบ้าน (ราชบุรี), ท้อเขมร (ปราจีนบุรี), ทิสซา (เพชรบูรณ์), Chesa (ฟิลิปปินส์), Laulu Lavulu หรือ Lawalu (ศรีลังกา)[3],[4]

ผลไม้ม่อนไข่ เป็นผลไม้พื้นเมืองที่มีถิ่นกำเนิดในทวีปอเมริกาเหนือ (ประเทศเม็กซิโก) และในอเมริกาใต้ (ประเทศเบลีซ, กัวเตมาลา, คอสตาริกา, เอลซัลวาดอร์, ฮอนดูรัส, ปานามา, นิการากัว)[3]

ลักษณะของต้นม่อนไข่

  • ต้นม่อนไข่ จัดเป็นไม้ยืนต้นขนาดกลาง มีความสูงโดยทั่วไปไม่เกิน 8 เมตร และอาจสูงได้ถึง 27-30 เมตร มีขนาดเส้นผ่านศูนย์กางของต้นประมาณ 1 เมตร ลำต้นมียางสีขาวๆ ที่กิ่งอ่อนเป็นสีน้ำตาล[1],[2]

ต้นม่อนไข่เปลือกต้นม่อนไข่ 

ลูกม่อนไข่

  • ใบม่อนไข่ ลักษณะของใบเป็นรูปใบหอก ปลายใบเรียวแหลม ยาวประมาณ 11.25-28 เซนติเมตร กว้างประมาณ 4-7.5 เซนติเมตร ใบเป็นมันและบาง[1],[5]

ใบม่อนไข่

  • ดอกม่อนไข่ ดอกมีสีครีม และมีกลิ่นหอม[1]
  • ผลม่อนไข่ ผลมีลักษณะเป็นกลมรูปรี ปลายผลมีหลายแหลมหรือจะงอย ผลมีขนาดกว้างประมาณ 5-7.5 เซนติเมตร และยาวประมาร 7.5-12.5 เซนติเมตร ผลเมื่อสุกจะเป็นสีเหลืองอ่อน เปลือกผลบาง เนื้อในผลเป็นสีเหลืองสดน่ารับประทาน เนื้อมีลักษณะเหนียวคล้ายกับแป้งทำขนม เนื้อนิ่มคล้ายกับไข่แดง (จึงเป็นที่มาของชื่อ Eggfruit) ภายในผลมีเมล็ดขนาดใหญ่ และมีลักษณะเป็นรูปรีสีดำ รสหวาน[1]

ผลม่อนไข่

เมล็ดม่อนไข่

สรรพคุณของม่อนไข่

  1. เปลือกของต้นม่อนไข่ ใช้เป็นยารักษาอาการไข้ ตัวร้อน (เปลือกต้น)[1]
  2. ผลสุกใช้รับประทานมีสรรพคุณช่วยรักษาโรคเลือดออกตามไรฟัน (ผล)[1]
  3. เมล็ดใช้เป็นยาสำหรับช่วยรักษาแผลเน่าเปื่อย (เมล็ด)[1]
  4. ช่วยรักษาผดผื่นคัน (เปลือกต้น)[1]
advertisements

ประโยชน์ของม่อนไข่

  1. ผลม่อนไข่นิยมใช้รับประทานเป็นผลไม้สด เห็นว่าอร่อยนัก ชาวฟลอริดานิยมรับประทานร่วมกับเกลือ พริกไทย มายองเนสหรือน้ำมะนาว[1]
  2. นอกจาจากผลจะใช้รับประทานสดแล้ว ยังสามารถนำมาใช้ทำเป็นขนมได้อีก เช่น แพนเค้ก แยม คัสตาร์ด ทาร์ต ใช้อบให้สุก หรือนำมาใช้ผสมกับนมหรือโยเกิร์ต เป็นต้น[1],[2]
  3. เนื้อไม้ของต้นม่อนไข่ มีความละเอียดและแข็งแรง สามารถนำมาใช้ทำเป็นไม้กระดาน หรือใช้ในงานก่อสร้างต่างๆ ได้[5]

คุณค่าทางโภชนาการของม่อนไข่ ต่อ 100 กรัม (เฉพาะในส่วนที่กินได้)

แหล่งที่มา : According to analyses made at the Laboratorio FIM de Nutricion in Havana.[5]

ผลไม้ม่อนไข่

แหล่งอ้างอิง
  1. หนังสือผลไม้ 111 ชนิด: คุณค่าอาหารและการกิน (นิดดา หงส์วิวัฒน์ และทวีทอง หงส์วิวัฒน์).  “ม่อนไข่หรือทิสซา“.
  2. วิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี.  “Pouteria campechiana“.  [ออนไลน์].  เข้าถึงได้จาก: en.wikipedia.org.  [9 ม.ค. 2014].
  3. GRIN (Germplasm Resources Information Network) Taxonomy for Plants.  “Pouteria campechiana (Kunth) Baehni“.  [ออนไลน์].  เข้าถึงได้จาก: www.ars-grin.gov.  [9 ม.ค. 2014]
  4. วิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี.  “ม่อนไข่“.  [ออนไลน์].  เข้าถึงได้จาก: th.wikipedia.org.  [9 ม.ค. 2014].
  5. the New Crop Resource Online Program, Purdue University.  “Canistel“.  [ออนไลน์].  เข้าถึงได้จาก: www.hort.purdue.edu.  [9 ม.ค. 2014].

ภาพประกอบ : www.flickr.com (by Ahmad Fuad Morad, Starr Environmental, KeithABradley, alloe., Forest & Kim, sergioniebla, dinesh_valke)

advertisements
  • Oranuch Boonchai

    กำลังหามาปลูกค่ะ