• icon-facebook
  • icon-twitter
  • icon-google
  • icon-linkedin

วิตามินบี2 (Riboflavin) ประโยชน์ของวิตามินบี2

icon-calendar เผยแพร่: 2/07/2013 (แก้ไขล่าสุด: 24/08/2014)
icon-view 3,600 ครั้ง
วิตามินบี2

advertisements

ไรโบฟลาวิน

  • วิตามินบี2 หรือ ไรโบฟลาวิน (Riboflavin) เป็นวิตามินที่ละลายในน้ำ ถูกดูดซึมได้ง่าย ปริมาณที่ถูกขับออกมาจะขึ้นอยู่กับความต้องการของร่างกายเป็นหลัก ร่างกายจึงไม่เก็บสะสมไว้ เราจึงควรได้รับอย่างสม่ำเสมอ ไม่ว่าจากอาหารหรืออาหารเสริม
  • วิตามินบี2 มีอีกชื่อว่า วิตามินจี (Vitamin G) มีหน่วยวัดเป็นมิลลิกรัม (มก.หรือ mg.) วิตามินชนิดนี้จะถูกแสงสว่างทำลายได้โดยง่าย แต่ไม่ถูกทำลายด้วยความร้อนเหมือน วิตามินบี3 โดยวิตามินที่พบว่าชาวอเมริกันขาดมากที่สุดคือ ไรโบฟลาวิน หรือวิตามินบี2
  • แหล่งที่พบวิตามินบี2 ได้ในธรรมชาติ ได้แก่ ไข่ นม ถั่ว โยเกิร์ต ชีส ผักใบเขียว ปลา ตับ ไต เป็นต้น
  • โรคจากการขาดวิตามินบี2 ได้แก่ โรคปากนกกระจอกหรือโรคขาดวิตามินบี1 และวิตามินบี 2 พบที่บริเวณริมฝีปาก มุมปาก ผิวหนัง อวัยวะสืบพันธุ์
  • ผลเสียของการรับประทานเกินขนาด ปัจจุบันยังไม่พบอาการที่บ่งชี้ว่าเป็นพิษที่เกิดจากการรับประทานวิตามินชนิดนี้ แต่ที่มีความไปได้ว่า หากในร่างกายมีวิตามินตัวนี้สูงเกินไปก็คือ คัน รู้สึกชา อาการแสบยิบๆ โดยศัตรูของวิตามินบี2 ได้แก่ แสงแดดหรือแสงยูวี ความเป็นด่าง ยากลุ่มซัลฟา ฮอร์โมนเอสโตรเจน แอลกอฮอล์ และน้ำ เพราะวิตามินบี2 จะถูกเจือจางในน้ำที่ประกอบอาหาร

ประโยชน์ของวิตามินบี2

  1. วิตามินบี2ช่วยในกระบวนการสร้างการเจริญเติบโตและสืบพันธุ์
  2. บำรุงผิวพรรณ เล็บ และเส้นผม
  3. เพิ่มประสิทธิภาพในการมองเห็น ช่วยบรรเทาอาการอ่อนล้าของสายตา
  4. ช่วยลดความเจ็บปวดจากไมเกรน
  5. กำจัดอาการเจ็บแสบในปาก ริมฝีปาก และลิ้น
  6. ทำงานร่วมกับสารอื่นๆ ในการเผาผลาญอาหารประเภทแป้ง ไขมัน และโปรตีน

advertisements

คำแนะนำในการรับประทานวิตามินบี2

  • วิตามินบี2 ในรูปแบบอาหารเสริม ขนาดที่ใช้โดยทั่วไปคือ 100 มิลลิกรัม จะทำงานได้ดีที่สุดเมื่ออยู่ในรูปแบบของวิตามินบีรวม โดยขนาดที่ใช้รับประทานโดยทั่วไปคือ 100-300 มิลลิกรัม ต่อวัน
  • ปริมาณที่แนะนำให้รับประทานต่อวันคือ 1.2-1.7 มิลลิกรัม สำหรับผู้ใหญ่ , 1.6 มิลลิกรัม สำหรับหญิงตั้งครรภ์ , 1.8 มิลลิกรัม สำหรับหญิงให้นมบุตรในหกเดือนแรก และ 1.7 มิลลิกรัม สำหรับหกเดือนหลัง
  • ร่างกายจะต้องการวิตามินชนิดนี้เพิ่มมากขึ้น หากอยู่ในสภาวะเครียด
  • สำหรับผู้ที่ตั้งครรภ์ ให้นมบุตร หรือรับประทานยาคุมกำเนิด ร่างกายคุณจะต้องการวิตามินบี2 เพิ่มขึ้น
  • สำหรับผู้ที่รับประทานเนื้อแดงหรือนมวัวเพียงเล็กน้อย คุณควรหาวิตามินบี2 มารับประทานเพิ่ม
  • เมื่ออยู่ในสภาวะเครียดทุกรูปแบบ วิตามินบีรวมเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับคุณ
  • วิตามินบี12 จะทำงานร่วมกับ วิตามินซี วิตามินบี3 และ วิตามินบี6 ได้ดีที่สุด
  • สำหรับผู้ที่ดื่มแอลกอฮอล์เป็นประจำ ร่างกายจะต้องการวิตามินบี2 เพิ่มมากขึ้น เพราะแอลกอฮอล์ขัดขวางการดูดซึมของวิตามินบี2
  • วิตามินชนิดนี้ไม่เหมาะสำหรับผู้ที่กำลังรับประทานยาต้านมะเร็ง เช่น เมโทเทร็กเซต เพราะอาจไปลดประสิทธิภาพของยาต้านมะเร็ง
  • สำหรับผู้ที่รับประทานยาปฏิชีวนะ ร่างกายคุณอาจจะไม่ได้รับวิตามินบี2
  • มีความเป็นไปได้สูงมาก ที่คนขาดวิตามินบี2 อาจเป็นเพราะกำลังรักษาแผลหรือโรคเบาหวาน
  • ผู้ป่วยที่รับประทานวิตามินบี2 วันละ 400 มิลลิกรัม ติดต่อกันทุกวันเป็นเวลา 3-4 เดือน จะมีความถี่ ระยะเวลา และความรุนแรงของโรค ไมเกรน ลดลงถึงร้อยละ 50

แหล่งอ้างอิง : หนังสือวิตามินไบเบิล (ดร.เอิร์ล มินเดลล์)

เรียบเรียงข้อมูลโดย ฟ ริ น น์ .com

advertisements

Disclaimer : บทความที่มีเนื้อหาเกี่ยวเนื่องกับสุขภาพทั้งหมด ทางเว็บไซต์ได้รวบรวมไว้เพื่อเสริมสร้างความรู้ความเข้าใจแก่ผู้อ่านเท่านั้น จึงไม่สามารถนำไปใช้อ้างอิงหรือใช้แทนการวินิจฉัยของแพทย์ได้ หากมีการนำข้อมูลในเว็บไซต์ไปใช้ ทางเว็บไซต์จะไม่รับผิดชอบต่อความเสียหายที่อาจจะเกิดขึ้นได้ โปรดอ่านเพิ่มเติมหน้านโยบายและเงื่อนไขการใช้งานเว็บไซต์