Frynn (ฟรินน์) เว็บใหม่โดย greenerald

วิตามินบี5 (กรดแพนโทเทนิก) ประโยชน์ของวิตามินบี5

Vitamin-43

กรดแพนโทเทนิก

Aวิตามินบี5 หรือ กรดแพนโทเทนิก เป็นวิตามินที่ละลายในน้ำ จัดอยู่ในกลุ่มของ วิตามินบีรวม มีหน่วยวัดเป็นมิลลิกรัม (มก. หรือ mg.) ซึ่งร่างกายของเราสามารถสังเคราะห์วิตามินบี5 ขึ้นเองได้ด้วยแบคทีเรียในลำไส้

Bวิตามินบี5มีหน้าที่ช่วยในกระบวนการสร้างเซลล์ต่างๆ การเจริญเติบโตของร่างกาย และการพัฒนาของระบบประสาทส่วนกลาง มีความจำเป็นอย่างมากต่อการทำงานของต่อมหมวกไต รวมไปถึงการช่วยสร้างเสริมภูมิต้านทานและใช้ พาบา และ โคลีน ของร่างกาย และยังมีความสำคัญต่อการเปลี่ยนไขมันและน้ำตาลให้กลายเป็นพลังงาน

Cแหล่งที่พบวิตามินบี5 ตามธรรมชาติ ได้แก่ เนื้อสัตว์ ไก่ ตับ ไต หัวใจ ธัญพืชไม่ขัดสี รำข้าว จมูกข้าวสาลี ถั่ว ผักสีเขียว กากน้ำตาลไม่บริสุทธิ์ บริเวอร์ยีสต์ เป็นต้น

Dผลเสียของการรับประทานเกินขนาด ในปัจจุบันยังไม่พบว่ามีอาการเป็นพิษต่อร่างกาย หากรับประทานในปริมาณมากติดต่อกัน โดยศัตรูของวิตามินบี5 ได้แก่ ความร้อน กระบวนการแปรรูปอาหาร แอลกอฮอล์ การบรรจุกระป๋อง กาเฟอีน ยานอนหลับ ยาในกลุ่มซัลฟา และฮอร์โมนเอสโตรเจน

Eโรคจากการขาดวิตามินบี 5 ได้แก่ โรคไฮโปไกลซีเมีย (Hypoglycemia) หรือภาวะน้ำตาลในเลือดต่ำ, แผลในลำไส้เล็ก, โรคเลือด และโรคผิวหนัง

คำแนะนำในการรับประทานวิตามินบี5

  • ขนาดที่แนะนำให้รับประทานสำหรับผู้ใหญ่หรือที่ร่างกายต้องการคือ 10 มิลลิกรัมต่อวัน
  • วิตามินบี5 ในรูปแบบของอาหารเสริม จะมีขนาดตั้งแต่ 10 – 100 มิลลิกรัม โดยมักผสมอยู่ในรูปของวิตามินบีรวม โดยขนาดที่แนะนำให้รับประทานต่อวันคือประมาณ 10 – 300 มิลลิกรัม
  • หากมีอาการเหน็บชาที่มือและเท้าบ่อยๆ ควรรับประทานกรดแพนโทเทนิกร่วมกับ วิตามิบี อื่นๆ ให้มากขึ้น
  • การรับประทานกรดแพนโทเทนิก 1,000 มิลลิกรัม ต่อวัน สามารถลดระดับคอเลสเตอรอล และลดความเจ็บปวดจากโรคข้ออักเสบในผู้ป่วยบางรายได้
  • หากเป็นโรคภูมิแพ้ อาจบรรเทาอาการได้ด้วยการรับประทานวิตามินบี5 รวมกับวิตามินซี อย่างละ 1,000 มิลลิกรัม พร้อมอาหารทั้งมื้อเช้าและมื้อเย็น
  • วิตามินบี5 ช่วยในการทำงานเป็นเกราะป้องกันความเครียดได้

ประโยชน์ของวิตามินบี5

  1. วิตามินบี5ช่วยลดระดับคอเลสเตอรอลและไตรกลีเซอไรด์
  2. ช่วยลดอาการข้างเคียงจากการใช้ยาปฏิชีวนะ
  3. ช่วยเสริมสร้างภูมิต้านทานให้แก่ร่างกาย
  4. ช่วยในกระบวนการรักษาแผล
  5. ช่วยรักษาอาการช็อกหลังการผ่าตัด
  6. ช่วยป้องกันการอ่อนเพลียของร่างกาย
  7. ช่วยลดความเจ็บปวดจากโรคข้ออักเสบในผู้ป่วยบางรายได้
  8. ช่วยรักษาอาการเหน็บชาที่มือและเท้า
  9. ช่วยในการเจริญเติบโตของร่างกาย

แหล่งอ้างอิง : หนังสือวิตามินไบเบิล (ดร.เอิร์ล มินเดลล์)