• icon-facebook
  • icon-twitter
  • icon-google
  • icon-linkedin

วิตามินบี6 (Pyridoxine) ประโยชน์ของวิตามินบี6

icon-calendar Published: 2/07/2013 (Updated: 24/08/2014)
icon-view 6,018 views
วิตามินบี6

advertisements

วิตามินบี6

  • วิตามินบี6 หรือ ไพริด็อกซิน เป็นคำที่ใช้เรียกรวมกันของกลุ่มสารที่มีโครงสร้างคล้ายกันและทำงานร่วมกัน ซึ่งประกอบไปด้วย ไพริด็อกซิน ไพริด็อกซาล และไพริด็อกซามีน ซึ่งเป็นวิตามินที่ละลายในน้ำ โดยจะถูกขับออกจากร่างกายภายใน 8 ชั่วโมงหลังจากรับประทาน และมีหน่วยวัดเป็นมิลลิกรัม (mg.)
  • แบคทีเรียในลำไส้บางชนิดสามารถสังเคราะห์วิตามินบี6 เองได้ โดยเฉพาะหากมีการรับประทานร่วมกับเซลลูโลสเสริม และวิตามินบี6 มีความจำเป็นต่อการสร้างน้ำย่อยในกระเพาะอาหารและแมกนีเซียม ร่างกายมีความจำเป็นต้องใช้วิตามินบี6 ในการสร้างแอนติบอดีและเม็ดเลือดแดง
  • แหล่งที่พบวิตามินบี6 ตามธรรมชาติ ได้แก่ บริวเวอร์ยีสต์ รำข้าว จมูกข้าวสาลี ข้าวโอ๊ต ข้าวที่ไม่ผ่านการขัดสี ถั่วลิสง ถั่วเหลือง วอลนัท กะหล่ำปลี กากน้ำตาล แคนตาลูป ไข่ ตับ ปลา เป็นต้น (นมเป็นแหล่งอาหารที่มีวิตามินบี6 ค่อนข้างต่ำ)
  • ผลเสียของการรับประทานเกินขนาด อาจเกิดอาการกระสับกระส่ายในเวลานอน ฝันเหมือนจริงเกินไป เท้าชาและมีอาการกระตุก สำหรับผู้ที่รับประทานขนาด 2,000 – 10,000 มิลลิกรัม ทุกวัน อาจทำให้เกิดปัญหาต่อระบบประสาทได้ ขอแนะนำว่าควรรับประทานขนาดไม่เกิน 500 มิลลิกรัม ต่อวันจะปลอดภัยกว่า
  • ศัตรูของวิตามินบี6 ได้แก่ การเก็บไว้นานเกินไป การบรรจุในกระป๋อง จากกระบวนการแปรรูปอาหาร การย่างหรือต้ม การแช่แข็งผักและผลไม้ น้ำ แอลกอฮอล์ และฮอร์โมนเอสโตรเจน และโรคจากการขาดวิตามินบี6 คือ โรคโลหิตจาง ผื่นผิวหนังอักเสบจากต่อมไขมัน

ประโยชน์ของวิตามินบี6

  1. วิตามินบี6ช่วยเสริมสร้างภูมิต้านทานของร่างกายให้แข็ง
  2. ช่วยป้องกันการเกิด นิ่วในไต
  3. ลดความเสี่ยงต่อการเป็น โรคหัวใจ
  4. ทำให้ร่างกายดูดซึมโปรตีนและไขมันได้ดียิ่งขึ้น
  5. ช่วยเปลี่ยนรูปของ ทริปโตแฟน ให้เป็น ไนอะซิน (วิตามินบี3)
  6. ช่วยป้องกันโรคทางประสาทและโรคผิวหนังหลายชนิด
  7. ลดอาการคลื่นไส้ อาเจียน
  8. ช่วยชะลอวัยได้
  9. เป็นยาขับปัสสาวะตามธรรมชาติ
  10. ลดอาการกล้ามเนื้อหดเกร็งในเวลากลางคืน มือชา ขาเป็นตะคริว และปลายประสาทที่แขนขาอักเสบบางชนิด
  11. ลดอาการปากแห้งและปัญหาด้านการปัสสาวะที่เกิดจากการรับประทานยาต้านอาการซึมเศร้าในกลุ่มไตรไซคลิก

advertisements

คำแนะนำในการรับประทานวิตามินบี6

  • วิตามินบี6 ในรูปแบบของอาหารเสริม มีขนาดตั้งแต่ 50-500 มิลลิกรัม ทั้งในรูปแบบแยกเดี่ยว แบบเป็นวิตามินรวม และในรูปของ วิตามินบีรวม ควรหาซื้อที่เป็นสูตรแตกตัวช้า ซึ่งจะค่อยๆแตกตัวโดยใช้เวลาถึง 10 ชั่วโมง ทั้งนี้เพื่อป้องกันการขาดวิตามินบีชนิดอื่นๆ ควรรับประทานวิตามินบี6 ในปริมาณที่เท่าๆกันกับ วิตามินบี1 และ วิตามินบี2
  • โดยขนาดที่แนะนำให้รับประทานต่อวันคือ 1.6 – 2 มิลลิกรัมสำหรับผู้ใหญ่ 2.2 มิลลิกรัม สำหรับหญิงตั้งครรภ์ และ 2.1 มิลลิกรัม สำหรับหญิงผู้ให้นมบุตร
  • วิตามินบี12 ต้องใช้วิตามินบี6 เพื่อช่วยในการดูดซึม
  • หากคุณรับประทานยาคุมกำเนิด ร่างกายคุณจะต้องการวิตามินบี6 เพิ่มมากขึ้น
  • เมื่อรับประทานอาหารประเภทที่มีโปรตีนสูง ร่างกายจะต้องการวิตามินบี6 เพิ่มมากขึ้นกว่าปกติ
  • ผู้ที่รับประทานอาหารโปรตีนสูง จะต้องการวิตามินชนิดนี้มากขึ้นเป็นพิเศษ
  • การรับประทานวิตามินบี6 และ กรดโฟลิก จะช่วยลดความเสี่ยงจากโรคหัวใจวายเฉียบพลันได้
  • ผู้ที่เป็นโรคข้ออักเสบและกำลังรักษาด้วยตัวยา คูพริมิน ควรรับประทานวิตามินบี6 เสริม
  • วิตามินบี6 จะทำงานได้ดีที่สุด หากรับประทานร่วมกับ วิตามินบี1 วิตามินบี2 วิตามินบี5 วิตามินซี และแมกนีเซียม
  • วิตามินบี6 อาจลดความต้องการอินูซลินในผู้ป่วยโรคเบาหวาน และหากไม่ปรับขนาดยาอาจส่งผลให้เกิดอาการน้ำตาลในเลือดต่ำได้
  • สำหรับผู้ที่รับประทานยา ลีโวโดปา เพื่อรักษาโรคพาร์กินสัน ไม่ควรรับประทานวิวิตามินบี6เสริม

แหล่งอ้างอิง : หนังสือวิตามินไบเบิล (ดร.เอิร์ล มินเดลล์)

เรียบเรียงข้อมูลโดย ฟรินน์.คอม

advertisements

Disclaimer : บทความที่มีเนื้อหาเกี่ยวเนื่องกับสุขภาพทั้งหมด ทางเว็บไซต์ได้รวบรวมไว้เพื่อเสริมสร้างความรู้ความเข้าใจแก่ผู้อ่านเท่านั้น จึงไม่สามารถนำไปใช้อ้างอิงหรือใช้แทนการวินิจฉัยของแพทย์ได้ หากมีการนำข้อมูลในเว็บไซต์ไปใช้ ทางเว็บไซต์จะไม่รับผิดชอบต่อความเสียหายที่อาจจะเกิดขึ้นได้ โปรดอ่านเพิ่มเติมหน้านโยบายและเงื่อนไขการใช้งานเว็บไซต์

HOME HOME