• icon-facebook
  • icon-twitter
  • icon-google
  • icon-linkedin

วิตามินเค (Vitamin K) ประโยชน์ของวิตามินเค !

icon-calendar เผยแพร่: 1/07/2013 (แก้ไขล่าสุด: 24/08/2014)
icon-view 4,887 ครั้ง
วิตามินเค

advertisements

วิตามินเค

  • วิตามินเค หรือ เมนาไดโอน เป็นวิตามินที่ละลายในไขมัน โดยวิตามินเค มี 3 ชนิด คือ วิตามินเค1 (ฟิลโลควิโนน) พบได้ในผักใบเขียว , วิตามินเค2 (เมนาควิโนน) สร้างขึ้นโดยแบคทีเรียในลำไส้ใหญ่ , วิตามินเค3 (ไฮโดรฟิลโลควิโนน) ซึ่งเป็นวิตามินสังเคราะห์
  • วิตามินเค1 , วิตามินเค2 มีความสำคุญต่อสุขภาพที่ดีในแง่ที่แตกต่างกัน ส่วนวิตามินเค3 ก่อให้เกิดอนุมูลอิสระ และไม่ได้ทำหน้าที่เป็นวิตามินเคอย่างแท้จริง และในตัวมันเองก็ไม่จัดว่าเป็นวิตามินที่ดีต่อร่างกาย โดยวิตามินเคจะมีหน่วยวัดเป็นไมโครกรัม (มคก. หรือ mcg.) และมีความสำคัญในการสร้างโพรทรอมบิน (Prothrombin) ซึ่งเป็นสารที่ทำให้เลือดแข็งตัว
  • แหล่งที่พบวิตามินเคตามธรรมชาติ ได้แก่ ไข่แดง ผักใบเขียว นม เนย อัลฟาฟา สาหร่ายเคลป์ น้ำมันมะกอก น้ำมันดอกคำฝอย น้ำมันถั่วเหลือง น้ำมันตับปลา เป็นต้น
  • ผลเสียของการรับประทานเกินขนาด แม้ว่าวิตามินเคจะมีความแตกต่างจากวิตามินที่ละลายในไขมันตัวอื่นๆ คือไม่มีการสะสมในร่างกาย แต่ก็ไม่แนะนำให้รับประทานวิตามินเคแบบสังเคราะห์ในปริมาณที่มากกว่า 500 ไมโครกรัมต่อวัน โดยศัตรูของวิตามินเค ได้แก่ ยาแอสไพริน อาหารแช่แข็ง มลพิษในอากาศ น้ำมันแร่ธรรมชาติ การเอกซเรย์ และการฉายรังสี
  • โรคจากการขาดวิตามินเค ได้แก่ โรคลำไส้อักเสบซีลิแอก (Celiac) โรคบิดสปรู (Sprue) และโรคลำไส้อักเสบ

วิตามินเค

ประโยชน์ของวิตามินเค

  1. ช่วยป้องกันเลือดออกภายในและเลือดออกไม่หยุด
  2. ช่วยบรรเทาอาการประจำเดือนมามากกว่าปกติ
  3. ช่วยในกระบวนการสร้างลิ่มเลือด
  4. ช่วยป้องกันกระดูกเปราะบาง

advertisements

คำแนะนำในการรับประทานวิตามินเค

  • ขนาดที่แนะนำให้รับประทานต่อวันคือ 65 – 80 ไมโครกรัม ต่อวัน
  • วิตามินเคในรูปแบบของอาหารเสริม มีจำหน่ายทั่วไปในรูปแบบเม็ด โดยมีขนาดประมาณ 100 ไมโครกรัม ซึ่งจะผสมอยู่ในวิตามินรวมทั่วๆไป
  • ผู้ที่เป็นนิ่วในถุงน้ำดี เป็นโรคตับ โรคระบบทางเดินอาหาร มีความเสียงต่อการขาดวิตามินเค
  • การรับประทาน วิตามินอี ปริมาณสูงมากๆ จะส่งผลต่อการดูดซึมของวิตามินเคได้
  • อาการท้องร่วงอย่างหนักอาจเป็นอาการแสดงออกของภาวะขาดวิตามินเคได้ แต่ก่อนที่จะรักษาตัวเองด้วยการรับประทานอาหารเสริม ควรปรึกษาแพทย์ก่อน
  • การรับประทานผักใบเขียวเป็นประจำ เป็นวิธีป้องกันการขาดวิตามินเคได้ดีที่สุด
  • หากคุณมีเลือดกำเดาไหลบ่อยครั้ง ควรลองรับประทานอาหารที่มีวิตามินเคสูงให้มากขึ้น หรือรับประทานอัลฟาฟาแบบเม็ดก็อาจจะช่วยได้ หากคุณกำลังรับประทานยาต้านการแข็งตัวของเลือด พึงระลึกไว้เสมอว่า วิตามินเคอาจไปต้านฤทธิ์ของยาได้ แม้ว่าจะเป็นวิตามินเคจากอาหารธรรมชาติก็ตาม
  • ยาลดระดับคอเลสเตอรอลในเลือด อาจทำให้เกิดภาวะขาดวิตามินเคได้ และหากคุณรับประทานยาปฏิชีวะนะที่ออกฤทธิ์กว้างเป็นเวลายาวนานและต่อเนื่อง ร่างกายอาจมีความเสี่ยงต่อการขาดวิตามินเคได้ ควรรับประทานอาหารที่ให้วิตามินเคเพิ่มมากขึ้น

แหล่งอ้างอิง : หนังสือวิตามินไบเบิล (ดร.เอิร์ล มินเดลล์)

เรียบเรียงข้อมูลโดย ฟ ริ น น์ .com

advertisements

Disclaimer : บทความที่มีเนื้อหาเกี่ยวเนื่องกับสุขภาพทั้งหมด ทางเว็บไซต์ได้รวบรวมไว้เพื่อเสริมสร้างความรู้ความเข้าใจแก่ผู้อ่านเท่านั้น จึงไม่สามารถนำไปใช้อ้างอิงหรือใช้แทนการวินิจฉัยของแพทย์ได้ หากมีการนำข้อมูลในเว็บไซต์ไปใช้ ทางเว็บไซต์จะไม่รับผิดชอบต่อความเสียหายที่อาจจะเกิดขึ้นได้ โปรดอ่านเพิ่มเติมหน้านโยบายและเงื่อนไขการใช้งานเว็บไซต์