วิตามินเอฟ (กรดไลโนเลอิก) ประโยชน์ของวิตามินเอฟ

Vitamin-15
advertisements

กรดไลโนเลอิก

Aวิตามินเอฟ หรือ ไลโนเลอิก และ อะราคิโดนิก เป็นวิตามินที่ละลายในไขมัน เป็นกรดไขมันไม่อิ่มตัวที่ได้จากการรับประทานอาหาร มีหน่วยวัดเป็นมิลลิกรัม (มก. หรือ mg.) โดยไขมันไม่อิ่มตัวช่วยเผาผลาญไขมันอิ่มตัว ในอัตรส่วนสมดุลที่คุณรับประทาน ควรจะเป็น 2 : 1 (ไขมันไม่อิ่มตัว 2 ส่วน ต่อ ไขมันไม่อิ่มตัว 1 ส่วน)

Bเมล็ดทานตะวัน 12 ช้อนชา หรือถั่วพีแคนครึ่งเมล็ด 18 ชิ้น ให้วิตามินเอฟที่พอเพียงสำหรับร่างกายใน 1 วัน หากร่างกายมีกรดไลโนเลอิกเพียงพอแล้ว กรดไขมันอีกสองตัวจะถูกสังเคราะห์ได้

Cแหล่งที่พบวิตามินเอฟตามธรรมชาติ ได้แก่ น้ำมันจากพืช เช่น น้ำมันรำข้าว น้ำมันเมล็ดทานตะวัน น้ำมันดอกคำฝอย น้ำมันถั่วเหลือง น้ำมันเมล็ดแฟลกซ์ และถั่วตระกูลต่างๆ เช่น ถั่วลิสง วอลนัท อัลมอนด์ พีแคน เมล็ดฝักทอง อะโวคาโด เป็นต้น

Dแหล่งที่พบวิตามินบี1 ได้ตามธรรมชาติ ได้แก่ ผัก โฮลวีท ถั่วเหลือง ข้าวโอ๊ต ถั่วลิสง รำข้าว เปลือกข้าว เมล็ดที่ไม่ผ่านการขัดสี บริวเวอร์ยีสต์ นม ไข่แดง ปลา เนื้อออร์แกนิก เนื้อหมูไม่ติดมัน เป็นต้น

Eผลเสียของการรับประทานเกินขนาด ในปัจจุบันยังไม่พบว่ามีอันตรายต่อร่างกายหากรับประทานในปริมาณมากๆ แต่อาจจะส่งผลให้มีน้ำหนักตัวอันไม่พึงประสงค์ได้ โดยศัตรูของวิตามินเอฟ ได้แก่ ความร้อน ออกซิเจน และไขมันอิ่มตัว

Fโรคจากการขาดวิตามินเอฟ ได้แก่ เป็นสิว และผื่นผิวหนังอักเสบชนิดเอ็กซีมา

คำแนะนำในการรับประทานวิตามินเอฟ

  • วิตามินเอฟในปัจจุบันยังไม่มีขนาดที่แนะนำให้รับประทานต่อวันอย่างเป็นทางการ แต่มีคำแนะนำว่า ควรมีอย่างน้อยร้อยละ 1 ของแคลลอรีที่คุณรับประทานในแต่ละวันควรจะมีกรดไขมันไม่อิ่มตัวที่จำเป็นต่อร่างกายประกอบอยู่ด้วย
  • วิตามินเอฟในรูปแบบของอาหารเสริม มักมีวางจำหน่ายทั่วไปในรูปแบบของแคปซูล โดยมีขนาดตั้งแต่ 100 – 150 มิลลิกรัม
  • ควรรับประทานวิตามินเอฟร่วมกับ วิตามินอี พร้อมมื้ออาหาร เพื่อการดูดซึมที่ดีที่สุด
  • หากคุณรับประทานอาหารประเภทแป้งมาก ร่างกายจะต้องการวิตามินเอฟ หรือกรดไขมันไม่อิ่มตัวเพิ่มมากขึ้น
  • ผู้ที่กังวลเรื่องระดับคอเลสเตอรอลในเลือด ควรรับประทานวิตามินเอฟให้พอเพียง
  • ถึงแม้ว่าถั่วส่วนใหญ่จะเป็นแหล่งของวิตามินเอฟที่ดี แต่ถั่วบราซิลและมะม่วงพิมพานต์ถือเป็นข้อยกเว้น
  • ควรระวังการรับประทานอาหารแบบแปลกๆ ที่มีไขมันอิ่มตัวสูง

ประโยชน์ของวิตามินเอฟ

  1. วิตามินเอฟช่วยป้องกันไม่ให้คอเลสเตอรอลไปสะสมที่ผนังหลอดเลือด
  2. ช่วยลดน้ำหนัก โดยเพิ่มการเผาผลาญไขมันอิ่มตัว
  3. ช่วยให้ผมและผิวพรรณมีสุขภาพดี
  4. ป้องกันอันตรายจากรังสีเอกซ์ได้ในระดับหนึ่ง
  5. ช่วยต่อสู้กับโรคหัวใจ
  6. ช่วยในการเจริญเติบโตของสุขภาพโดยรวม โดยกระตุ้นการทำงานของต่อมต่างๆ และทำให้เซลล์ต่างๆได้รับแคลเซียม

แหล่งอ้างอิง : หนังสือวิตามินไบเบิล (ดร.เอิร์ล มินเดลล์)

เรียบเรียงข้อมูลโดย ฟรินน์ดอทคอม

advertisements