• icon-facebook
  • icon-twitter
  • icon-google
  • icon-linkedin

ว่านชักมดลูก สรรพคุณและประโยชน์ของว่านชักมดลูก 35 ข้อ !

icon-calendar 3 ก.ค. 2013
icon-view 12,125 ครั้ง
ว่านชักมดลูก

advertisements

ว่านชักมดลูก

ว่านชักมดลูก จัดอยู่ในวงศ์ ขิง ซึ่งเป็นกลุ่มเดียวกับ ขมิ้นชัน เป็นพืชที่มีลำต้นเป็นหัวอยู่ใต้ดิน และมีหลากหลายสายพันธุ์ แต่สำหรับในประเทศไทยว่านชักมดลูกที่พบได้ตามท้องตลาดจะมีอยู่ด้วยกัน 2 สายพันธุ์ ได้แก่ ว่านชักมดลูกตัวเมีย (Curcuma comosa Roxb.) ซึ่งจะมีลักษณะของหัวกลมรีตามแนวตั้ง มีแขนงสั้น (ตามภาพแรก) และ ว่านชักมดลูกตัวผู้ (Curcuma latifolia) จะมีลักษณะจะมีลักษณะต่างจากตัวเมียตรงที่ หัวใต้ดินจะกลมแป้นมากกว่า และแขนงจะยาวมากกว่า (ตามภาพที่สอง) ทำให้การซื้อมาใช้บางครั้งอาจจะจำแนกลำบาก เพราะบางครั้งเมื่อนำมาเทียบกันทั้งตัวเมียและตัวผู้จะคล้ายกันมาก โดยจะปลูกมากในจังหวัดเลย และเพชรบูรณ์

ทั้งนี้ได้พบว่ามีพืชชนิดหนึ่งที่มีต้นกำเนิดในประเทศอินโดนีเซีย ซึ่งจะมีลักษณะคล้ายกับว่านชักมดลูกของไทยมาก และยังมีสรรพคุณที่คล้ายกันอีกด้วย โดยมีชื่อทางวิทยาศาสตร์ว่า Curcuma Xanthorrhiza และมีงานวิจัยเกี่ยวกับพืชชนิดนี่ค่อนข้างมาก ทำให้มีผู้เข้าใจผิดว่ามันคือว่านชักมดลูกที่พบได้ในประเทศไทย และยังมีสารสำคัญคนละกลุ่มอีกด้วย

ว่านชักมดลูก ตามสรรพคุณตำรารายาไทยนั้น จะใช้ว่านชักมดลูกตัวเมียเป็นหลัก เพราะมีสรรพคุณรักษาอาการต่างๆของสตรี ไม่ว่าจะเป็นอาการประจำเดือนมาไม่เป็นปกติ ปวดท้องประจำเดือน ตกขาว เป็นต้น จากสรรพคุณดังกล่าวนักวิจัยก็ได้ตีความว่า ว่านชักมดลูกน่าจะมีฤทธิ์คล้ายฮอร์โมนเพศหญิงหรือ เอสโตรเจน ซึ่งมีงานวิจัยได้พบว่าว่านชักมดลูกตัวเมียจะออกฤทธิ์ได้เป็นอย่างดีเพราะมีสารออกฤทธิ์ในกลุ่มไดแอริลเฮปตานอยด์ แม้จะมีโครงสร้างไม่เหมือนกับฮอร์โมนเอสโตรเจนก็ตาม และเรียกสารชนิดนี้ว่า ไฟโตเอสโตรเจน ซึ่งมีฤทธิ์คล้ายกับฮอร์โมนเอสโตรเจน ซึ่งวงการแพทย์ต่างก็ยอมรับว่าสารกลุ่มไฟโตเอสโตรเจนมีประสิทธิภาพในการรักษาสุขภาพต่างๆของสตรีวัยทองได้เป็นอย่างดี

ดังนั้นการเลือกว่านชักมดลูกมาเป็นวัตถุดิบให้ถูกต้องเพื่อใช้ทำยาสมุนไพรจึงมีความสำคัญอย่างมากต่อสรรพคุณที่ต้องการ

สำหรับวิธีกินว่านชักมดลูกหัวสดๆ ให้เอาหัวว่านชักมดลูกมาปลอกเปลือกล้างน้ำให้สะอาด แล้วนำมาต้มน้ำดื่ม แต่ถ้าเป็นชนิดสำเร็จรูปก็ให้รับประทานตามที่ระบุไว้ข้างขวดได้เลย

ผลข้างเคียงของยาว่านชักมดลูก

  • มีอาการตกขาวมากกว่าปกติ ซึ่งเป็นเรื่องที่พบได้บ่อยที่สุด แต่ก็มีคำแนะนำว่าสามารถรับประทานต่อไปได้เลย
  • มีอาการวิงเวียนศีรษะ ปวดศีรษะ ตัวร้อน มีอาการไอเหมือนจะเป็นไข้ ซึ่งมักจะเกิดขึ้นได้สตรีที่ร่างไม่แข็งแรง และมีคำแนะนำว่าให้หยุดรับประทานสักพัดจนกว่าอาการไข้จะหายไป แล้วให้รับประทานต่อในปริมาณที่ลดลงครึ่งหนึ่ง หรือสำหรับผู้ไม่ได้มีอาการไข้ให้เริ่มรับประทานในปริมาณน้อยๆก่อนแล้วค่อยเพิ่มปริมาณในการรับประทานตามฉลากสมุนไพร
  • มีผื่นขึ้นบริเวณผิวหนังและตามลำตัว ซึ่งเป็นอาการที่พบได้น้อย มีคำแนะนำว่าถ้าหากอาการไม่รุนแรงมากจนเกินให้รับประทานต่อได้ แต่ถ้าผื่นมากก็ให้ลปริมาณลงครึ่งหนึ่ง หากอาการดีขึ้นค่อยกลับมารับประทานในปริมาณที่กำหนด
  • มีอาการปวดหน้าอก ตึงหน้าอก หรือปวดมดลูก ช่องคลอด แนะนำว่าหากมีอาการดังกล่าวให้ลดปริมารยาลงครึ่งหนึ่ง หลังจากอาการดีขึ้นค่อยรับประทานในปริมาณที่กำหนด
  • สำหรับสตรีวัยทองหรือวัยหมดประจำเดือน หลังจากรับประทานอาจจะมีประจำเดือนใหม่เกิดขึ้นได้ โดยคุณสามารถรับประทานต่อไปได้ ประจำเดือนก็จะค่อยๆหมดไปเอง

ซึ่งผลข้างเคียงดังกล่าวเป็นผลมาจากกลไกการทำงานของว่านชักมดลูกและไม่ได้เป็นอันตรายแต่อย่างใด

แหล่งอ้างอิง : เว็บไซต์สมุนไพรตราหมอเส็ง

advertisements

สรรพคุณของยาว่านชักมดลูก

  1. ว่านชักมดลูกว่านชักมดลูกมีความปลอดภัยมากกว่า กวาวเครือขาว และยังช่วยให้ทำให้กล้ามเนื้อกระชับขึ้น
  2. ว่านชักมดลูก ช่วยรักษาอาการมดลูกทรุดตัว หรือมดลูกต่ำไม่เข้าที่
  3. มีส่วนช่วยเสริมหรือขยายหน้าอก
  4. สรรพคุณของว่านชักมดลูก ช่วยทำให้ผิวพรรณเปล่งปลั่งสดใส ขาวนวล และมีเลือดฝาด
  5. มีส่วนช่วยลดเลือนรอยเหี่ยวย่น ฝ้า และรอยดำ
  6. ประโยชน์ของว่านชักมดลูก ช่วยแก้อารมณ์แปรปรวนต่างๆของสตรี เช่น อารมณ์ฉุนเฉียว จิตใจห่อเหี่ยว โกรธง่าย อ่อนไหวง่าย ให้หายไป
  7. ช่วยกระชับหน้าท้องที่หย่อนคล้อยหลังคลอดบุตร
  8. ช่วยกระชับช่องคลอดภายในของสตรี ช่วยให้มดลูกเข้าอู่เร็วขึ้น
  9. ช่วยป้องกันโรคมะเร็งปากช่องคลอดหรือในมดลูก
  10. ช่วยรักษาซีสต์หรือเนื้องอกภายในช่องคลอดให้ฝ่อตัวลง
  11. ช่วยดับกลิ่นภายในช่องคลอดของสตรีให้ลดลงหรือหายไป
  12. ช่วยเพิ่มน้ำหล่อลื่นในช่องคลอดของสตรี
  13. ช่วยรักษาอาการหน่วงเสียวของมดลูก หรืออาการเจ็บท้องน้อยเป็นประจำให้ดีขึ้น
  14. ช่วยแก้ปัญหาอาการประจำเดือนมาไม่ปกติ
  15. ช่วยรักษาอาการปวดท้องระหว่างมีประจำเดือน หรืออาการปวดท้องอย่างรุนแรงให้มีอาการดีขึ้น
  16. ช่วยแก้อาการตกขาวในสตรี ทำให้อาการดีขึ้น
  17. ช่วยทำสตรีมีอารมณ์ทางเพศที่สมบูรณ์ ทำให้อารมณ์ทางเพศขาดหายไปกลับมาเหมือนเดิม
  18. ว่านชักมดลูกสรรพคุณ ช่วยขับน้ำคาวปลา
  19. ช่วยแก้พิษอาหารไม่ย่อย
  20. ช่วยรักษาและบรรเทาอาการของโรคริดสีดวงทวาร
  21. ช่วยรักษาโรคไส้เลื่อน
  22. ช่วยลดอาการร้อนวูบวาบในสตรีวัยทอง
  23. สรรพคุณว่านชักมดลูก ช่วยดับกลิ่นปาก และกลิ่นตามตัว
  24. ช่วยต่อต้านอนุมูลอิสระและการอักเสบต่างๆ ซึ่งเป็นสาเหตุของความเสื่อมและคามผิดปกติของเซลล์ในร่างกาย
  25. ว่านชักมดลูก สรรพคุณช่วยปกป้องเซลล์เรตินาของตาจากอนุมูลอิสระต่างๆ ช่วยป้องกันโรคจอประสาทตาเสื่อมของคนวัยทอง
  26. ช่วยป้องกันและรักษาโรคกระดูกพรุน โดยช่วยป้องกันการสูญเสียแคลเซียม ช่วยรักษาความหน้าแน่นของมวลกระดูก
  27. ประโยชน์ว่านชักมดลูก ช่วยรักษาซ่อมแซมระบบหลอดเลือดและหัวใจ
  28. ช่วยทำให้หลอดเลือดแข็งตัวมากขึ้น ช่วยป้องกันอาการเยื่อบุผนังหลอดเลือดที่ไปเลี้ยงหัวใจขาดความยืดหยุ่น
  29. ช่วยฆ่าเซลล์มะเร็งเม็ดเลือดขาว (P388 leukemic cell) ด้วยการไปทำลายดีเอ็นของเซลล์มะเร็ง
  30. ช่วยในการลำเลียงไขมันออกจากเนื้อเยื่อต่างๆ เข้าไปในตับและช่วยเสริมให้เกิดการขับคอเลสเตอรอลและกรดน้ำดีสู่ทางเดินอาหารและออกจากร่างกายพร้อมกับอุจจาระ
  31. ว่านชักมดลูกประโยชน์ช่วยกระตุ้นการหลั่งน้ำดี และช่วยเสริมให้มีการหลั่งกรดน้ำดีมากยิ่งขึ้น จึงช่วยลดการเกิดนิ่วในถุงน้ำดี
  32. มีฤทธิ์ปกป้องเซลล์ตับจากสารพิษคาร์บอนเตตร้าคลอไรด์ โดยไปช่วยกระตุ้นกลไกการล้างพิษและลดการสร้างสารเคมีที่เป็นพิษกับร่างกาย
  33. ช่วยปกป้องตับและไต
  34. มีฤทธิ์ต่อต้านการอักเสบต่างๆ ซึ่งเป็นผลดีกับโรคในระบบประสาท
  35. นำมาเป็นส่วนผสมหลักในการผลิตยาสมุนไพรยี่ห้อต่างๆ ทั้งชนิดแคปซูล ชนิดผง เป็นต้น

แหล่งอ้างอิง : วิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี en.wikipedia.org/wiki/Curcuma_comosa , คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล

เรียบเรียงข้อมูลโดย ฟรินน์ดอทคอม

advertisements

  • http://frynn.com/ Greenerald Health

    Title

    Description: ….

    URL: http://frynn.com

Disclaimer : บทความที่มีเนื้อหาเกี่ยวเนื่องกับสุขภาพทั้งหมด ทางเว็บไซต์ได้รวบรวมไว้เพื่อเสริมสร้างความรู้ความเข้าใจแก่ผู้อ่านเท่านั้น จึงไม่สามารถนำไปใช้อ้างอิงหรือใช้แทนการวินิจฉัยของแพทย์ได้ หากมีการนำข้อมูลในเว็บไซต์ไปใช้ ทางเว็บไซต์จะไม่รับผิดชอบต่อความเสียหายที่อาจจะเกิดขึ้นได้ โปรดอ่านเพิ่มเติมหน้านโยบายและเงื่อนไขการใช้งานเว็บไซต์