• icon-facebook
  • icon-twitter
  • icon-google
  • icon-linkedin

สิวอุดตัน วิธีรักษาสิวอุดตัน เห็นผลชัวร์ 100% | สาเหตุการเกิดสิว !!!

icon-calendar 28 มิ.ย. 2013
icon-view 47,647 ครั้ง
สิวอุดตัน

advertisements

สิวอุดตัน

สิวอุดตัน เป็นสิวที่พบได้บ่อยมากกว่า 70% ของปัญหาสิว และพบได้ทุกเพศทุกวัย โดยส่วนมากจะพบในกลุ่มของวัยรุ่น ซึ่งสิวอุดตันที่พบบ่อยมากคือบริเวณใบหน้า ลำคอ หลังและลำตัว โดยจะเห็นได้อย่างชัดเจน และแบ่งเป็นชนิดหัวปิดสีดำและหัวปิดสีขาว

สาเหตุการเกิดสิว

  1. ต่อมไขมันสร้างไขมันมากเกินไป เลยเกิดจากอุดตันในท่อไขมันที่ระบายไขมันออกสู่ผิวหนังด้านนอก
  2. ปัญหาผิวแพ้ง่าย มักพบเป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดสิวได้บ่อยเช่นกัน
  3. เกิดจากการล้างหน้าไม่สะอาด หรือผิดวิธี
  4. เกิดจากการใช้เครื่องสำอาง แล้วเกิดอาการแพ้
  5. สิวจากสเตียรอยด์ หรือรับประทานยา Prednislone เป็นประจำ
  6. เกิดจากภาวะความเครียด
  7. ฮอร์โมนเปลี่ยนแปลง ในช่วงใกล้หมดประจำเดือน

รักษาสิวอุดตันด้วยตัวเองแบบง่ายๆ

  1. รักษาสิวอุดตัน ด้วยตนเองวิธีแรก คือ อย่าปล่อยให้ผิวหน้าสกปรกเป็นเวลานานๆ
  2. เลี่ยงการเช็ดหน้าหรือนวดหน้าแรงจนเกินไป
  3. อย่าใช้ผ้าเช็ดหน้ากดทับบริเวณที่สิวอักเสบ
  4. ล้างหน้าวันละ 2 ครั้งตามปกติ ไม่จำเป็นต้องล้างบ่อยจนเกินไป เพราะสิวไม่ได้เกิดจากความสกปรก แต่สำหรับในคนที่หน้ามันมาก อาจล้างเพิ่มระหว่างวันด้วยน้ำเปล่า ซึ่งจะไม่ทำให้เกิดการเสียสมดุลของค่า pH บนผิวหน้า ยกเว้น ช่วงที่เสร็จจากการออกกำลังกาย หรือช่วงที่คิดว่าหน้าเราสกปรกมากจริงๆ
  5. เวลาล้างหน้าไม่ควรถูใบหน้าแรงๆ เพราะอาจทำให้สิวเกิดการอักเสบได้
  6. ผลิตภัณฑ์ล้างหน้าควรเป็นสบู่เหลวอ่อนๆ หรือคลีนเซอร์สูตรอ่อนโยน และสครับหน้าเบาๆ
  7. ถ้าหากใช้รองพื้นหรือใช้เครื่องสำอาง ควรล้างเครื่องสำอางด้วย Cleansing Remover และล้างหน้าให้สะอาด
  8. ควรเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ล้างหน้าที่มีสามารถขจัดแบคทีเรีย อันเป็นสาเหตุของการเกิดสิว หรือที่มีส่วนผสม ของสารสกัดจากพืชธรรมชาติ ที่เหมาะกับสภาพผิว
  9. ระหว่างเป็นสิว ควรงดใช้ผลิตภัณฑ์ใส่ผมหรือเครื่องสำอางที่มีความเหนียวเหนอะหนะ เพราะอาจมีตกค้างอยู่แถวๆไรผมได้ ซึ่งอาจทำให้เป็นสิวได้
  10. ควรใช้มอยซ์เจอไรเซอร์ชนิดออยล์ฟรีทาบนใบหน้า
  11. หากเราเส้นผมมัน ก็ควรสระผมให้สะอาด เพราะสิวอุดตันอาจเกิดขึ้นได้ตามบริเวณไรผม
  12. หลีกเลี่ยงเครื่องสำอางที่แรงเกินไปหรือมีส่วนผสมของน้ำหอม น้ำมัน หรือฮอร์โมน โดยเลือกใช้ผลิตภัณฑ์สำหรับผิวหน้าที่ระบุว่า ไม่เป็นตัวก่อสิว “Non-comedo genic” คือไม่ก่อให้เกิดสิวอุดตัน
  13. ควรหลีกเลี่ยงการใช้สารเคมีใดๆก่อนเข้านอน
  14. หลีกเลี่ยงการใช้น้ำยาปรับผ้านุ่มกับปลอกหมอนหรือที่นอน
  15. ผักผ่อนนอนหลับให้เพียงพอ หากร่างกายพักผ่อนไม่เพียงพอ จะส่งผลให้ระบบฮอร์โมนทำงานไม่สมดุล และมีปริมาณสารที่ก่อให้เกิดการอักเสบเพิ่มขึ้น
  16. พยายามหลีกเลี่ยงความเครียด เพราะการเครียดมากๆจะทำให้ต่อมไขมันทำงานหนัก อาจลดความเครียด ด้วยการนั่งสมาธิ หรือ การฝึกการหายใจ สร้างอารมณ์ขำขัน ทำให้เรามีความสุข ปราศจากความเครียด ซึ่งความเครียดเป็นสาเหตุของสิว
  17. หมั่นออกกำลังกายเป็นประจำ
  18. ดื่มน้ำให้มากๆในแต่ละวัน เพราะน้ำจะช่วยล้างสารพิษในร่างกาย
  19. หลีกเลี่ยงสถานที่ที่มีความอับชื้นและสถานที่ที่มีมลพิษมากๆ
  20. อบไอน้ำสัปดาห์ละ 1 ครั้ง เพื่อเปิดรูขุมขนให้ไอน้ำเข้าไปทำความสะอาด
  21. หลีกเลี่ยงการสัมผัสใบหน้าให้น้อยที่สุด เพราะฝ่ามือมีทั้งความสกปรก และแบคทีเรีย ซึ่งเป็นตัวก่อให้เกิดสิว
  22. ควรใช้หลังฝ่ามือลูบแทน เพราะหลังฝ่ามือเป็นบริเวณที่เราไม่ยุ่งเกี่ยวมากที่สุด จึงเป็นบริเวณที่ค่อนข้างสะอาด แต่เราควรล้างมือให้สะอาดอย่างสม่ำเสมอ
  23. ห้ามบีบหรือกดสิวด้วยตัวเอง เพราะหากทำผิดวิธีมักจะก่อให้เกิดแผลและหลุมสิวได้ ซึ่งการบีบจะทำให้เกิดการแพร่กระจายของสิว และยังเป็นสาเหตุหลักของการเกิดสิวอักเสบด้วย
  24. หากหน้าเรามันมากๆ ควรใช้กระดาษซับหน้ามัน ซึ่งเป็นวิธีช่วยลดความมันบนใบหน้า แต่ก็ไม่ซับทั้งวันจะดูไม่ดีและเสียนิสัย
  25. ควรงดรับประทานอาหารที่มีไขมันสูง (หรือรับประทานแต่แต่พอดี) เพราะเป็นสาเหตุอีกประการของการเกิดสิว
  26. รับประทานผักผลไม้ น้ำผลไม้เป็นประจำ การที่เรากินอาหารจำพวกผัก จะทำให้เราสามารถล้างพิษออกจากร่างกายได้ และยังมีวิตามินต่างๆ ซึ่งยังช่วยทำให้เราร่างกายแข็งแรงอีกด้วย ลดไขมันไปในตัว
  27. เลือกใช้กันแดดที่ค่า SPF 15 เพื่อป้องกันความมันของเนื้อครีม
  28. ใช้ผลิตภัณฑ์มาส์กหน้าที่มีส่วนผสมจากสารสกัดธรรมชาติที่ช่วยผลัดเซลล์ผิว และบำรุงผิวอาทิตย์ละครั้ง
  29. หากใช้วิธีต่างๆ ไม่ได้ผล ให้ปรึกษาแพทย์ผิวหนังจะดีที่สุด เนื่องจากสิวอาจเกิดจากกรรมพันธุ์ หรือ ฮอร์โมน ซึ่งการปรึกษาแพทย์จึงเป็นทางเลือกสุดท้ายที่ควรทำ ซึ่งปัจจุบัน ยังมีคลินิกรักษาหน้าเปิดอยู่ทั่วไป
  30. ใช้เปลือกส้มหรือเปลือกมะนาวที่สับละเอียด ผสมโยเกิร์ต แล้วนำไปพอกหน้าทิ้งไว้ประมาณ 20 นาที แล้วล้างออก จะสามารถช่วยกำจัดสิวอุดตันออกไปจากใบหน้าได้
  31. ใช้น้ำผึ้งพอกหน้าสัปดาห์ละ 4 ครั้ง ก่อนพอกควรล้างมือให้สะอาด ขณะที่พอกให้ใช้มือนวดหน้าวนไปเรื่อยๆสัก 3 นาที ก็สามารถช่วยเรื่องสิวอุดตันได้อีกทางหนึ่ง
advertisements

วิธีรักษาสิวอุดตัน

  1. การกดสิวอุดตัน แต่ทำได้เฉพาะสิวอุดตันหัวเปิดเท่านั้น เพราะจะหลุดออกได้ง่าย ควรทำโดยผู้ที่เชี่ยวชาญโดยใช้อุปกรณ์ที่เหมาะสมเท่านั้น เพื่อป้องกันการเกิดแผลเป็นและหลุมสิวในภายหลัง วิธีการคร่าวๆ คือ ใช้เข็มที่ฆ่าเชื้อแล้วจิ้มไปที่หัวสิวอุดตัน ให้หัวสิวเปิดหลังจากนั้นให้เอาที่กดสิวกดลงไปที่สิวตรงที่เราใช้เข็มเจาะ โดยให้สิวอยู่ตรงกลางหรืออยู่ในทิศทางที่เราจะกด ค่อยๆออกแรงกดลงไป แล้วสิวก็จะหลุดออกมา หลังจากเสร็จแล้วให้ทำความสะอาดสิวที่กดด้วยแอลกอฮอล์
    สิวอุดตัน
  2. ครีมทาสิวอุดตัน Retin-A เป็นยาที่ใช้กันอย่างแพร่หลาย ซึ่งเป็นยาที่ใช้ภายนอกและเป็นยาอันตรายด้วย โดยมีความเข้มข้นตั้งแต่ 0.025-0.1 % โดยยิ่งความเข้มข้นสูงยิ่งละลายสิวอุดตันได้ดี แต่อาจจะระคายเคืองผิวหน้าบ้าง และสำหรับผู้เริ่มใช้ใหม่ๆควรใช้แค่ 0.025% ไปก่อน โดยหลังจากใช้อาจทำให้ผิวหน้าแห้งลอกออกมาเป็นขุย ถ้ายิ่งมีความเข้มข้นสูงมากก็ยิ่งลอกมาก โดยช่วงๆแรกๆที่ใช้ สิวอุดตันที่ค้างอยู่อาจจะโผล่ขึ้นมาให้เห็นบ้าง แต่ไม่ต้องแปลกใจ หลังจากใช้ไปนานๆ ผิวหน้าจะดูใสไร้สิวแน่นอน และยังช่วยลดริ้วรอยตื้นๆได้ดีอีกด้วย แต่ต้องใช้เวลาและความอดทนพอสมควร
    รักษาสิวอุดตัน
  3. ยารับประทานกลุ่ม Retinoids เช่น Roaccutane , Isotretionoin โดยมีขนาดตั้งแต่ 10-20 mg. ใช้ตามลักษณะความรุนแรงของอาการ ประโยชน์คือช่วยลดปัญหาผิวมัน โดยไปลดการทำงานของต่อมไขมันในร่างกายทำให้หน้าแห้งและความมันน้อยลง และยังลดคอมีโดนที่เป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้เกิดสิว ทำให้หัวสิวแห้ง เมื่อต่อไขมันไม่ผลิตไขมันสิวก็จะไม่เกิด เนื่องจากเป็นยาที่มีผลต่อตับอย่างรุนแรง อาจทำให้เกิดอาการตาพล่ามัว และมีอาการปวดข้อตามร่างกาย และหญิงตั้งครรภ์ไม่ควรรับประทานเด็ดขาด แนะนำว่าถ้าไม่ได้เป็นสิวอักเสบหนักมากจริงๆไม่ควรใช้เด็ดขาด และยานี้ต้องจ่ายโดยแพทย์เท่านั้น
    วิธีรักษาสิวอุดตัน
  4. การทำ Ionto หรือ Phono โดยใช้ร่วมกับเจลวิตามินเอ ด้วยการผลักยาให้ซึมลึกลงไปสู่ผิว ซึ่งวิตามินเอสามารถช่วยละลายสิวอุดตันได้ ถ้าทำช่วงแรกๆจะทำให้ผิวหน้าแห้งเป็นขุยและลอกออกสิวอุดตันที่ค้างเก่าอาจจะเห่อขึ้นมาก่อนแล้วจะหายในภายหลัง (นี่คือเหตผลว่าทำไมคนถึงไม่ชอบ เพราะส่วนมากยังไม่เข้าใจในหลักการ) และหากทำเป็นประจำหน้าจะใสขึ้นมาก โดยแนะนำว่าควรทำอาทิตย์ละ 2 ครั้ง ซึ่งการเห็นผลจะดีกว่าการทายาปกติแน่นอนวิธีกำจัดสิวอุดตันเครื่องไอออนโตจะใช้หลักการของกระแสไฟฟ้าในการช่วยผลักวิตามินซึ่งจะผลักได้ดีและลึกกว่าเครื่องโฟโน แต่ข้อเสียคือเวลาทำจะรู้สึกช๊อตๆ จี๊ดที่หน้าหน่อย ยิ่งถ้ากลิ้งไปโดนตรงบริเวณแผลสิวหรือสิวอักเสบจะจี๊ดมากๆ แต่ถ้าทำไปบ่อยๆแล้วจะชินเอง (ส่วนตัวแล้วเชียร์ไอออนโต อดทนหน่อยแต่เห็นผลชัดเจนมาก)เครื่องโฟโนคือการใช้คลื่นเสียงในการผลักยาเวลาทำจะรู้สึกสบายหน้ามากๆ (จนเผลอหลับกันเลยทีเดียว)ส่วนราคาการทำไอออนโตและโฟโนจะอยู่ที่ประมาณ 200-500 บาท ทั้งนี้ต้องสอบถามเรื่องระยะเวลาการทำด้วยว่าทำให้กี่นาที โดยมากแล้วจะทำกันไม่ถึง 10 นาทีซึ่งจะทำให้เห็นผลได้ไม่เต็มที่ แนะนำว่าควรทำ 30 นาทีจะได้ผลดีที่สุดส่วนเรื่องของเจลที่ใช้ทำมีหลายเกรดมาก ถ้าตัวแพงหน่อยเมื่อทำเสร็จแล้วจะเห็นผลทันที เช่น วันนี้เราทำเจลวิตามินเอ มาอีกวันหน้าก็ลอก ซึ่งหลังจากผิวลอกเสร็จหน้าจะเนียนใสมากขึ้นตามลำดับ (ส่วนตัวชอบทำวิตามินเอมากที่สุด) ส่วนที่นิยมใช้ทำกันมากก็คือ วิตามินซี ลิโคไรซ์(Licorice) อาร์บูติน(Arbutin) เมื่อทำเสร็จแล้วหน้าจะขาวใสขึ้นอย่างเห็นได้ชัดเจน สังเกตได้จากสีผิวที่หน้ากับคอจะต่างกันอย่างมาก (โดย Licorice กับ Arbutin เรื่องความขาวต้องยกให้เป็นอันดับหนึ่ง และที่สำคัญปลอดภัยไร้ผลข้างเคียง) ทั้งนี้ก็แล้วแต่ว่าที่ไหนใช้ของคุณภาพยังไง ทำนานแค่ไหน ทำดีไหม ให้คำแนะนำที่ถูกต้องรึเปล่า (ส่วนมากที่เจอบ่อยๆ คือตอนทำเจลจะเข้าตา ติดไรผม บลาๆ อันนี้แล้วแต่ความเซียนของคนทำด้วยจ้า)
  5. ยาลอกขุย (Keratolytic agents) และยาทำให้ผิวแห้ง เช่น Salicylic acid , Resorcinol , Sulphur , Aluminium oxide ตัวช่วยลอกขุย และทำให้สิวแห้งและหลุดออก
  6. การทำ Chemical Peeling การเร่งให้ผิวหนังหลุดลอกออกเร็วขึ้น โดยใช้กรดผลไม้ซึ่งจะช่วยทำให้ผิวหน้าแห้งลง ผนังสิวบางลง ทำให้สิวอุดตันฝ่อตัว ทำให้สิวอุดตันหลุดออกมาได้ง่ายขึ้น
  7. การกรอผิวด้วยเกร็ดอัญมณี (Microdermabrasion) พบว่าทำให้หัวสิวอุดตันหลุดออกได้ง่าย ช่วยทำให้หัวสิวเปิดออก ช่วยให้กดออกในภายหลังได้ง่ายขึ้น และยังช่วยทำให้ผิวหน้าสำหรับผู้ที่มีผิวมันแห้งลง และสีผิวขาวดูเรียบเนียนขึ้นด้วย
    สาเหตุการเกิดสิว
  8. การใช้เลเซอร์ ภายใต้การดูแลของแพทย์ผู้เชี่ยวชาญทางด้านผิวหนัง ซึ่งวิธีกําจัดสิวอุดตันด้วยการใช้เลเซอร์นี้จะมีประสิทธิภาพดีมากกับการรักษาสิวอุดตันที่อยู่ลึก โดยไม่ทำให้เกิดรอยแผลเป็นและไม่มีเลือดออกอีกด้วย
    สิวอุดตัน

เรียบเรียงข้อมูลโดย ฟรินน์ดอทคอม

advertisements

  • http://frynn.com/ Greenerald Health

    ฝากคำถามได้นะครับ

  • แอนนา

    เป็นสิวอุตีนกัวปิดบริเวณแก้มเยอะมากควรทำยังไง ?

    • http://frynn.com/ Greenerald Health

      ต้องใช้เข็มสเตอไรด์ (ปลอดเชื้อ) เจาะหรือสกิดเปิดหัวครับแล้วใช้ที่กดสิวกดออก แนะนำว่าไปคลินิกหรือโรงพยาบาลที่ไว้ใจได้แลพควรทำโดยผู้ที่เชี่ยวชาญโดยใช้อุปกรณ์ที่เหมาะสมเท่านั้น ไม่เช่นนั้นแล้วหน้าคุณอาจจะเยินได้ครับ ^^

  • ใช้แล้วอยากบอกต่อ

    ใช้ oxy 10 อ่ะค่ะ เราเคยใช้ ดีขึ้นมาก แต่เมืองไทยไม่มีขายหรอก เรา ซื้อจากในเฟสอ่ะ รุ้สึกว่าชื่อเฟส ฆ่าสิวอุดตัน สิวหนอง oxy10 ตอนแรกเราก้อไม่เชื่อว่าได้ผลเพราะใช้สารพัด ยี่ห้อก้อไม่หาย ก้อลองสั่งมาดู เพื่อนบอกว่าดีมาก แต่หาซื้อยากมาก ไงก้อลองดูน่ะค่ะสู้ๆ

  • ส้ม

    ใช่้แอคเนซิล ได้ผล

  • http://twitter.com/Phromphat Phromphat

    ไออนโต ผมทำประจำ ^^

  • jojo

    สิวดื้อยา สิวสเตียรอยด์ ลองไปนีรวัชร์คลีนิคดูสิ เพื่อนเราไปรักษามาหายนะ

Disclaimer : บทความที่มีเนื้อหาเกี่ยวเนื่องกับสุขภาพทั้งหมด ทางเว็บไซต์ได้รวบรวมไว้เพื่อเสริมสร้างความรู้ความเข้าใจแก่ผู้อ่านเท่านั้น จึงไม่สามารถนำไปใช้อ้างอิงหรือใช้แทนการวินิจฉัยของแพทย์ได้ หากมีการนำข้อมูลในเว็บไซต์ไปใช้ ทางเว็บไซต์จะไม่รับผิดชอบต่อความเสียหายที่อาจจะเกิดขึ้นได้ โปรดอ่านเพิ่มเติมหน้านโยบายและเงื่อนไขการใช้งานเว็บไซต์