• icon-facebook
  • icon-twitter
  • icon-google
  • icon-linkedin

อ้อย สรรพคุณและประโยชน์ของต้นอ้อย 88 ข้อ ! (อ้อยดำ,อ้อยแดง)

icon-calendar เผยแพร่: 3/01/2014 (แก้ไขล่าสุด: 26/06/2014)
icon-view 7,159 ครั้ง
อ้อยขม

advertisements

ต้นอ้อย

อ้อย ชื่อสามัญ Sugar cane, Sugarcane, Black Sugar Cane อ้อย ชื่อวิทยาศาสตร์ Saccharum officinarum Linn. จัดอยู่ในวงศ์ GRAMINEAE หรือ POACEAE เช่นเดียวกับตองกง หญ้าคา หญ้ากุศะ และหญ้าปากควาย[1],[2],[6],[9]

อ้อย ยังมีชื่ออื่นอีกๆ อีกคือ อ้อย อ้อยขม อ้อยดำ อ้อยแดง อ้อยตาแดง (ภาคกลาง), กะที เก่อที (กะเหรี่ยง-แม่ฮ่องสอน), อำโป (เขมร), โก้นจั่ว (ม้ง), มี (ลั้วะ), กำเซี่ย (เมี่ยน), กำเจี่ย ชุ่งเจี่ย (จีน) เป็นต้น[1],[2],[4],[8]

อ้อย มีอยู่หลากหลายสายพันธุ์ จะแตกต่างกันที่ความสูงของต้น ความยาวของข้อต้น และสีของลำต้น[4] โดยต้นอ้อยเป็นพืชที่มีถิ่นกำเนิดในเขตร้อนของทวีปเอเชีย หรือในประเทศปาปัวนิวกินี และประเทศที่เป็นแหล่งปลูกอ้อยที่สำคัญของโลกได้แก่ ประเทศบราซิล ประเทศคิวบา และประเทศอินเดีย[3]

ข้อสังเกต : จากแหล่งข้อมูลหลายๆ แห่ง ระบุว่าไม่ว่าจะเป็นอ้อยธรรมดา หรืออ้อยดํา (อ้อยแดง, อ้อยขม) ต่างก็มีชื่อวิทยาศาสตร์ที่เหมือนกัน นั่นก็คือ Saccharum Officinarum L. แต่ผู้เขียนเข้าใจว่าอ้อยที่นำมาใช้ผลิตน้ำอ้อยหรือน้ำตาลทราย คืออ้อยธรรมดา ที่มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Saccharum Officinarum L. แต่สำหรับอ้อยดำหรืออ้อยแดงนั้นเป็นอีกสายพันธุ์หนึ่ง โดยมีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Saccharum sinense Roxb. ซึ่งจากข้อมูลระบุว่าอ้อยชนิดนี้เป็นอ้อยพื้นเมืองของประเทศไทย รสจะไม่หวานจัด มีรสหวานอมขม ชนิดนี้เหมาะสำหรับใช้ทำยาได้หลายขนาน มีสรรพคุณเป็นยารักษาสารพัดโรค[13]

ต้นอ้อย

อ้อยดำ

  • ต้นอ้อยดำ จัดเป็นไม้ล้มลุก มักขึ้นเป็นกอๆ มีความสูงลำต้นประมาณ 2-5 เมตร ลำต้นมีลักษณะแข็งแรงและเป็นมัน มีลำต้นคล้ายกับต้นอ้อยทั่วไป แต่จะมีสีม่วงแดงถึงสีดำ และมีไขสีขาวเคลือบลำต้นอยู่ ลำต้นมีกลมยาว เห็นข้อปล้องอย่างชัดเจน โดยแต่ละปล้องอาจจะยาวหรือสั้นก็ได้ ผิวเปลือกเรียบสีแดงอมม่วง มีตาออกตามข้อ ไม่แตกกิ่งก้าน เนื้ออ่อน ฉ่ำน้ำ เปลือกมีรสขม ส่วนน้ำไม่ค่อยหวานแหลมเหมือนอ้อยธรรมดา และมักมีรากอากาศขึ้นอยู่ประปราย โดยเป็นพืชที่ชอบดินร่วน น้ำไม่ท่วมขัง มีแสงแดดจัด สามารถปลูกขึ้นได้ในดินทั่วประเทศไทย และขยายพันธุ์ด้วยวิธีการปักชำหรือการใช้หน่อจากเหง้า (ต้นอ้อยมีสาร Alcohols, Amino acids, Asparagine, Phenolic esters and ethers Alkaloids ส่วนรากพบสารเคมี Nitrogenase และน้ำอ้อยพบธาตุ Cacium , Potassium, Magnesium, Phosphorus, Sulfur)[1],[2],[5],[6]

ต้นอ้อยดำ

ต้นอ้อยแดง

อ้อยแดง

  • ใบอ้อยดำ ใบเป็นใบเดี่ยว ออกที่ขอแบบเรียงสลับ หลุดร่วงได้ง่าย จึงพบได้เฉพาะที่ปลายยอด โดยีจะมีกาบใบโอบหุ้มตามข้ออยู่ ลักษณะของใบเป็นรูปขอบขนาน แคบยาวเรียว มีขนสากคายอยู่ทั้งสองด้านของแผ่นใบ โดยแผ่นใบจะเป็นสีม่วงเข้ม และมีไขสีขาวปกคลุมอยู่ มีความกว้างประมาณ 2.5-5 เซนติเมตร และยาวประมาณ 100-150 เซนติเมตร ปลายใบแหลม โคนใบหุ้มลำต้น ส่วนกลางใบเป็นร่อง และขอบใบเป็นจักแบบละเอียดและคม โดยเส้นกลางใบใหญ่จะเป็นสีขาวและมีขน (ใบมีสาร 5, 7-Dimethyl-apigenin-4-O-B-D-glycoside)[1],[2]

ใบอ้อย

  • ดอกอ้อยดำ ออกดอกเป็นช่อใหญ่ที่ปลายยอด โดยลำต้นจะออกดอกเมื่อแก่เต็มที่ ช่อดอกตั้งยาวประมาณ 40-80 เซนติเมตร ในช่อหนึ่งๆ จะมีดอกย่อยสีขาวครีมอยู่เป็นจำนวนมาก และมีขนยาว เมื่อแก่จะมีพู่ปลาย (ดอกมีสาร 5-0-Methyl apigenin)[1],[2]

ดอกอ้อย

  • ผลอ้อยดำ เป็นผลแห้ง มีขนาดเล็ก จะออกเมื่อต้นแก่จัด ส่วนเมล็ดจะปลิวตามลมได้ง่าย[1]

ส่วนของอ้อยที่ใช้เป็นยาสมุนไพร

  • ลำต้น เมื่อต้นอ้อยโตเต็มที่แล้ว ให้ตัดเอาส่วนที่อยู่เหนือดิน ตัดใบทิ้งใช้สดๆ[11]
  • ข้อต้น ให้ตัดจากต้น ใช้แบบสดๆ[11]
  • เปลือกต้น ให้นำมาปอกเปลือกจากลำต้น แล้วนำมาตากให้แห้งเผาเป็นเถ้าแล้วเก็บไว้ใช้[11]
  • น้ำอ้อย เป็นส่วนที่ได้จากการนำลำต้นที่โตเต็มที่แล้วมาปลอกเปลือกออก แล้วบีบคั้นเอาแต่น้ำมาใช้แบบสดๆ[11]
  • ชานอ้อย คือส่วนของกากที่เหลือจากการบีบน้ำอ้อย ส่วนนี้ให้นำมาตากแห้งแล้วเผาเป็นเถ้าเก็บไว้ใช้[11]

อ้อย

สรรพคุณของอ้อยดำ

  1. ทั้งต้นใช้ร่วมกับสมุนไพรชนิดอื่นๆ ใช้รักษาโรคได้สารพัด (ทั้งต้น)[10]
  2. อ้อย สรรพคุณใช้เป็นยาอายุวัฒนะ ด้วยการใช้แก่นอ้อยดํา ผสมกับแก่นปีบ และหัวยาข้าวเย็น นำมาต้มดื่ม (แก่น)[1]
  3. ช่วยบำรุงร่างกาย รักษาอาการอาการอ่อนเพลีย รักษาอาการผอมแห้งหิวและหอบไม่มีเรี่ยวแรง (ราก,ทั้งต้น)[10]
  4. ใช้เป็นยาบำรุงกำลัง ทำให้เกิดกำลัง (ราก,ต้น,น้ําอ้อย,ตาอ้อย,ทั้งต้น)[1],[2],[5],[9],[10]
  5. ช่วยบำรุงธาตุ เจริญธาตุ ผายธาตุในร่างกาย (ต้น,ตาอ้อย,น้ำอ้อย)[1],[2],[9],[10]
  6. ช่วยบำรุงธาตุน้ำ (ต้น,ตาอ้อย,น้ำอ้อย)[1],[2],[5],[9]
  7. ช่วยบำรุงธาตุทั้งสี่ บำรุงอาโปธาตุ (ไม่ระบุส่วนที่ใช้)[9]
  8. ช่วยบำรุงโลหิต (ราก)[1],[9]
  9. ช่วยดับพิษโลหิตแดงอักเสบ (ไม่ระบุส่วนที่ใช้)[9]
  10. ช่วยรักษาเลือดลม (ราก,ทั้งต้น)[1],[10]
  11. ช่วยบำรุงหัวใจ (ต้น,น้ำอ้อย)[2],[9],[10]
  12. ช่วยรักษาอาการอ่อนเพลีย (ราก,ต้น,น้ําอ้อย)[1],[10]
  13. ช่วยทำให้เจริญอาหาร (ต้น,น้ำอ้อย,ทั้งต้น)[1],[2],[9],[10]
  14. เปลือกต้นมีรสหวานขม มีสรรพคุณช่วยแก้ตานขโมย (เปลือกต้น)[1]
  15. ช่วยแก้พิษตานซาง (ต้น,ตาอ้อย,เปลือกต้น)[1],[2],[4],[9],[10]
  16. ต้นใช้ร่วมกับสมุนไพรอื่น ช่วยรักษาอาการคลั่งเพ้อ (ต้น)[10]
  17. ช่วยแก้ไข้ แก้ไข้ตัวร้อน ด้วยการใช้ปล้องที่ลำต้นนำมาผ่าแล้วเอาเกลือทานำไปเผาไฟแล้วเคี้ยวกินเป็นยาแก้ไข้ (ต้น[1],[2],[8],[10], ราก[9])
  18. ช่วยแก้ไข้สัมประชวร (ต้น[1],[10], น้ำอ้อย[1],[9], ราก[9])
  19. ช่วยรักษาไข้จับใน (ต้น)[10]
  20. ต้นใช้ร่วมกับสมุนไพรอื่น ช่วยรักษาไข้ผ่าระดู และไข้ตัวร้อน (ต้น)[10]
  21. ตามีรสหวานขม สรรพคุณช่วยแก้ตัวร้อน (ตาอ้อย[1],[9], เปลือกต้น[4])
  22. ช่วยแก้หืด ไอ (ต้น,น้ําอ้อย,ทั้งต้น,ราก)[1],[2],[4],[5],[9]
  23. สรรพคุณอ้อยดำ ช่วยแก้ไอ แก้หวัด ด้วยการใช้อ้อยดำที่ยังไม่ปอกเปลือกขนาด 3 ข้อ นำมาเผาไฟจนร้อน (สังเกตจากการเกิดฟองที่ปุดออกทางปลายทั้งสองข้าง) แล้วปอกเปลือกออก ใช้เคี้ยวกินในขณะร้อน หรือจะจิ้มกับเกลือกินไปก็จะยิ่งดีมาก เพราะจะช่วยแก้อาการไอ ขับเสมหะ แก้เสียงแหบแห้งได้ด้วย (ต้น,ทั้งต้น)[8],[10],[13]
  24. ช่วยรักษาโรคไซนัส (ต้น)[2],[10]
  25. ช่วยแก้อาการไอเรื้อรัง หอบ มีเสมหะในผู้ป่วยหลอดลมอักเสบ ด้วยการใช้รากอ้อยประมาณ 10 กรัม นำมาต้มกับเหล้า ใช้กินครั้งเดียวหมดวันละ 2 ครั้ง เช้าและเย็น (ราก)[6],[8]
  26. ช่วยแก้อาการร้อนใน (ต้น,น้ำอ้อย)[1],[2],[4],[8],[9]
  27. ช่วยขับเสมหะ แก้เสมหะในคอ (ต้น,น้ำอ้อย,ราก)[1],[2],[4],[5],[8],[9]
  28. ช่วยแก้เสมหะเหนียว (ต้น)[2],[10]
  29. ช่วยทำให้ชุ่มชื่นในลำคอ และในอก(ต้น,น้ำอ้อย)[2],[10]
  30. การดื่มน้ำอ้อยจะช่วยแก้อาการคอแห้ง และอาการกระหายน้ำได้ (ต้น,น้ำอ้อย)[1],[2],[9],[10],[11]
  31. ช่วยแก้อาการเจ็บคอ ด้วยการใช้ปล้องที่ลำต้นนำมาผ่า แล้วเอาเกลือทานำไปเผาไฟแล้วเคี้ยวกิน (ต้น)[8]
  32. ช่วยแก้อาการสะอึก (ต้น,น้ําอ้อย)[1],[4]
  33. ช่วยแก้กำเดาและลม (ต้น,น้ำอ้อย)[1],[9],[10]
  34. ช่วยแก้อาการคลื่นไส้อาเจียน (ต้น,น้ำอ้อย)[1],[8],[10] แก้อาเจียน (เนื่องจากมีโรคอยู่ในกระเพาะ) ด้วยการใช้น้ำอ้อยสดครึ่งแก้ว ผสมกับน้ำคั้นจากขิงสด 1 ช้อนชา คนให้เข้ากัน แล้วตั้งบนไฟพออุ่น ใช้ดื่มครั้งเดียวให้หมดวันละ 2 ครั้ง เช้าและเย็น (น้ำอ้อย)[6],[8],[11]
  35. ช่วยรักษาอาการตามืดฟาง โดยใช้ผสมกับสมุนไพรอื่นๆ (ต้น,น้ำอ้อย)[1],[10]
  36. เปลือกนำมาเผาเป็นเถ้าแล้วบดให้ละเอียด ใช้โรยหรือผสมทารักษาโรคปากเป็นแผล อันเนื่องมาจากขาดธาตุอาหาร (เปลือกต้น)[10],[11]
  37. สรรพคุณของอ้อยดำ สำหรับผู้ที่มีอาการร้อนในและปากเปื่อย ให้ตัดอ้อยดำยาวเท่านิ้วชี้จำนวน 3 ท่อน นำแต่ละท่อนมาผ่า 4 ส่วนเอา 3 ส่วน แล้วนำไปแช่น้ำประมาณ 3 แก้ว หลังจากนั้นเติมข้าวสารเจ้าลงไปหยิมมือหนึ่ง แช่ทิ้งไว้ประมาณ 30 นาที แล้วนำมาดื่มครั้งละ 1 แก้ว วันละ 3 ครั้ง ติดต่อกันประมาณ 3-4 วัน (ต้น)[13]
  38. ช่วยแก้อาการเมาค้าง มึนงง อ่อนเพลีย ร่วมถึงมีอาการวิงเวียนศีรษะเพราะนอนน้อยอยากจะอาเจียน ก็ให้ดื่มน้ำอ้อยคั้นสด 1 แก้ว (ห้ามใส่น้ำแข็ง) แล้วอีกครึ่งชั่วโมงก็ให้ดื่มต่อ 1 แก้ว จะช่วยทำให้รู้สึกสดชื่นขึ้น (ต้น,น้ำอ้อย)[1],[10],[11],[13]
  39. รากใช้รักษาไส้ใหญ่แตกพิการ ทำให้วิงเวียนหน้ามืดตาลาย ทำให้หาวเรอ เสลดขึ้นคอ เจ็บหลังเจ็บเอว ทำให้ขัดอกเสียดสีข้าง ท้องขึ้น ท้องอืด ร้อนท้อง และทำให้ตกเลือดตกหนอง (ราก)[1],[10]
  40. ช่วยบำรุงกระเพาะอาหาร (ต้น,น้ําอ้อย)[1],[4],[10]
  41. ช่วยแก้อาการท้องผูก ด้วยการกินน้ำอ้อยสด 1 แก้ว (สำหรับผู้ใหญ่) ก่อนรับประทานอาหารเช้าประมาณ 1 ชั่วโมง จะช่วยเป็นยาระบายได้เป็นอย่างดี แต่ถ้าเป็นเด็กทารกก็ให้ผสมน้ำตาลทรายแดงลงในนมผงที่ชงให้เด็กกินพอหวาน เนื่องจากน้ำตาลทรายแดงมีฤทธิ์เป็นยาระบายอ่อนๆ (ต้น,น้ำอ้อย)[1],[4],[8],[10],[13]
  42. ต้นใช้ร่วมกับสมุนไพรอื่น ช่วยรักษาอาการท้องเดิน ถ่ายท้อง ท้องขึ้น (ต้น)[10]
  43. น้ำเหลืองน้ำตาล (ส่วนน้ำที่เหลือจากการตกผลึกเอาน้ำตาลทรายไปแล้ว) ใช้เป็นยาระบาย หากผสมเป็นอาหารสัตว์ในปริมาณมากเกินไป อาจทำให้สัตว์เป็นอันตรายจนอาจถึงตายได้ โดยเฉพาะม้าจะเกิดอาการเป็นพิษได้ง่ายกว่าสัตว์ชนิดอื่น[11]
  44. ต้นใช้ร่วมกับสมุนไพรอื่น ช่วยรักษาอุจจาระเป็นเสมหะโลหิต (ต้น)[10]
  45. ใช้เป็นยาขับปัสสาวะ ด้วยการใช้ลำต้นทั้งสดหรือแห้งวันละ 1 กำ ถ้าเป็นต้นสดให้ใช้ประมาณ 70-90 กรัม แต่ถ้าเป็นแห้งให้ใช้ประมาณ 30-40 กรัม นำมาหั่นเป็นชิ้นๆ ต้มกับน้ำรับประทานก่อนอาหารครั้งละ 1 ถ้วยชา (ประมาณ 75 มิลลิเมตร) วันละ 3 ครั้ง บ้างก็ระบุว่าให้ดื่มวันละ 2 ครั้ง เช้าและเย็น (ต้น,น้ําอ้อย,ตาอ้อย,ราก)[1],[2],[4],[8],[9],[10]
  46. ช่วยแก้ปัสสาวะพิการ (ต้น,น้ำอ้อย,ทั้งต้น)[2],[9],[10]
  47. ต้นใช้ร่วมกับสมุนไพรอื่น ช่วยรักษาปัสสาวะวิปลาสเป็นสีเหลือง สีแดง (ต้น)[10]
  48. ช่วยล้างทางเดินปัสสาวะ (น้ำอ้อย)[9]
  49. ช่วยขับนิ่ว รักษาโรคนิ่ว แก้โรคช้ำรั่ว แก้อาการขัดเบา ปัสสาวะขัด (ต้น,น้ำอ้อย,ทั้งต้น,ราก)[1],[2],[4],[5],[8],[9],[10]
  50. ช่วยแก้หนองใน (ต้น,น้ำอ้อย)[1],[4],[9]
  51. ช่วยแก้อาการปวดประจำเดือนของสตรี ด้วยการใช้น้ำตาลทรายแดงประมาณ 1 ช้อนโต๊ะพูนๆ ผสมกับเหล้าขาว 1-3 ช้อนแกง แล้วใช้ดื่ม อาการปวดจะดีขึ้น (น้ําอ้อย)[9],[13]
  52. ช่วยบำรุงโลหิตระดูของสตรีให้งาม (ราก,ทั้งต้น)[10]
  53. ต้นใช้ร่วมกับสมุนไพรอื่น ช่วยรักษาระดูแห้งของสตรี (ต้น)[10]
  54. ช่วยแก้ไตพิการ ด้วยการใช้ต้นสดวันละ 1 กำมือ (ประมาณ 70-90 กรัม) นำมาสับเป็นชิ้นเล็กๆ แล้วต้มกับน้ำจะได้ยารสขมหวาน นำมาแบ่งดื่มครั้งละ 1 ถ้วยชา วันละ 2 ครั้ง (ต้น,น้ำอ้อย)[1],[4],[6],[9]
  55. ช่วยขับน้ำเหลือง (ต้น,น้ําอ้อย)[2],[9]
  56. ช่วยรักษาโรคงูสวัด (ต้น)[1]
  57. ช่วยแก้พิษยางน่อง (น้ำอ้อย)[9]
  58. เปลือกต้น มีรสฝาดหวานและเอียด มีสรรพคุณช่วยแก้แผลเน่าเปื่อย แผลบวมเป็นตุ่ม แผลกดทับ ด้วยการใช้เปลือกต้นนำมาเผาเป็นเถ้าบดให้เป็นผงแล้วนำมาใช้โรยหรือผสมทาที่แผล หรือจะจะใช้เถ้าที่ได้ผสมกับน้ำมันหอมทาบริเวณที่เป็นแผลก็ได้ (เปลือกต้น)[1],[8],[10],[11]
  59. ช่วยรักษาแผลพุพอง (ต้น)[1]
  60. ชานอ้อยมีรสจืดหวาน มีสรรพคุณช่วยรักษาแผลเรื้อรัง แผลใต้ผิวหนังเรื้อรัง ด้วยการนำชานอ้อยมาเผาให้เป็นเถ้าหรือบดเป็นผง นำมาใช้โรยหรือผสมทาที่แผลแล้วเอาครีมทาปิดแผลไว้ (ชานอ้อย)[1],[4],[8],[10],[11]
  61. ช่วยแก้ฝีอักเสบบวม ด้วยการนำชานอ้อยมาเผาให้เถ้าหรือบดให้เป็นผง แล้วนำมาใช้โรยหรือผสมทา หรือใช้ผงเถ้าผสมกับน้ำหอมทาเล็กน้อย และใช้เข็มฆ่าเชื้อเจาะหนองออก แล้วเอาเถ้ามาโรยแผล และใช้เถ้าชานอ้อยผสมกับน้ำมันพืชหรือไขมันทาอีกครั้งจะได้ผลดีขึ้น (ชานอ้อย)[1],[4],[8],[10],[11]
  62. ช่วยรักษาฝีดูดหนอง เข้าใจว่าใช้น้ำอ้อยผสมกับสมุนไพรชนิดอื่นๆ (น้ำอ้อย)[10]
  63. ช่วยแก้อาการช้ำใน (ต้น,น้ําอ้อย)[2],[9]
  64. ช่วยให้มีบุตร (ราก,ทั้งต้น)[10]
advertisements

ข้อมูลทางเภสัชวิทยาของอ้อย

  1. กรมวิจัยทางการแพทย์ กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ รายงานว่าอ้อยดำมีฤทธิ์ในการขับปัสสาวะในหนูขาว และไม่มีพิษเฉียบพลันแต่อย่างใด[2],[4]
  2. ชาวเกาะนิวกินีที่รับประทานอ้อยและมันสำปะหลังเป็นประจำ จะมีระดับคอเลสเตอรอลในเลือดต่ำกว่าในกลุ่มคนที่รับประทานอาหารแบบยุโรปร่วมด้วย[11]
  3. น้ำคั้นสดจากต้นอ้อยมีฤทธิ์ในการยับยั้งมะเร็ง โดยขนาดที่ได้ผลในการฆ่าเซลล์มะเร็ง 50% คือขนาดความเข้มข้นที่ 1/16 ส่วน ส่วนสารสกัดจากชานอ้อยและน้ำอ้อยมีฤทธิ์ยับยั้งการเจริญของเนื้องอก โดยมีผลต่อ Ehrlich carcinoma และ Sarcoma 180 ในหนูถีบจักร เมื่อทำการฉีดสารนี้เข้าทางช่องท้องในขนาด 100 มก./กก.นน.ตัว[10],[11]
  4. ไม่มีฤทธิ์ทำให้เกิดมะเร็ง เมื่อทดลองฉีดสารสกัดด้วยน้ำเข้าใต้ผิวหนังของหนู ในขนาดตัวละ 25 มก./กก. ทุกอาทิตย์เป็นระยะเวลา 77 อาทิตย์ แล้วไม้พบว่าหนูเป็นมะเร็งแต่อย่างใด[10],[11]
  5. มีฤทธิ์กระตุ้นการสร้างภูมิต้านทาน เมื่อฉีดสารสกัดจากต้นแห้งด้วยน้ำเข้าทางช่องท้องของหนูถีบจักร ในขนาด 25 มก./กก. พบว่ามีผลทำให้น้ำหนักของม้ามเพิ่มขึ้น และต่อต้านฤทธิ์กดการสร้างภูมิต้านทานของ Prednisolone และ Cyclophosphamide ได้[10],[11]
  6. ช่วยยืดอายุสัตว์ทดลองที่ถูกรังสี ช่วยลดพิษต่อตับของคาร์บอนเตทตระคลอไรด์ แต่ไม่ได้ผลในการทำ Skin graft และเมื่อให้ในขนาด 200 มก./กก. ผ่านทางสายยางเข้าทางช่องท้อง พบว่ามีผลยืดอายุของสัตว์ทดลองที่ถูกรังสีเช่นเดียวกัน[10],[11]
  7. ความเป็นพิษต่อเซลล์ ได้มีผู้ทดลองใช้น้ำอ้อยกับเซลล์ Macrophage แล้วพบว่ามีความเป็นพิษต่อเซลล์ที่ลดลง[10],[11]
  8. มีฤทธิ์ต้านการฝังตัวของตัวอ่อนที่ผนังมดลูก ทำให้แท้ง แก้อาการปวด ขับปัสสาวะ ทำให้หัวใจเต้นช้าลง มีฤทธิ์ลดระดับคอเลสเตอรอล ลดไขมันในเลือด ทำให้น้ำหนักลด มีฤทธิ์ลดความดันโลหิต ลดระดับไตรกลีเซอร์ไรด์ในเลือด ลดระดับน้ำตาลในเลือด ต้านอินซูลิน เพิ่มอินซูลิน ต้านเชื้อชา เชื้อแบคทีเรีย กระตุ้นการทำงานของยีสต์ ไม่ทำให้เกิดมะเร็ง ทำให้แพ้ มีฤทธิ์ต้านพิษต่อตับกระตุ้นภูมิคุ้มกัน ช่วยลดอาการยึดติดของข้อ มีผลต่อระบบเมตาบอลิสมและการเจริญเติบโตของหนูขาว เพิ่มการเจริญเติบโของพืช เพิ่มระดับคอเลสเตอรอล และ ? – lipoprotein ในเลือด เพิ่ม Phospholipids และ Glycoprotein ในตับ เป็นพิษต่อเซลล์ Macrophage ยับยั้ง Glutamate-oxalate-transminase และ Glutamate-pyruvate-transminase[9]

ชาวไร่อ้อย

ประโยชน์ของอ้อย

  1. ลำต้นใช้กินสดเป็นผลไม้ ทำเป็นอ้อยควั่น หรือบีบเอาน้ำอ้อยใช้ดื่มโดยตรงหรือทำเป็นไอศกรีม ช่วยแก้กระหายน้ำ ด้วยการใช้ลำต้นมาปอกเปลือกออก นำมาเคี้ยวเนื้อที่ลำต้นเพื่อกินน้ำหวาน แล้วคายกากทิ้ง หรือคั้นทำเป็นน้ำอ้อยก็ได้[3],[8],[12]
  2. ช่อดอกอ่อนที่ยังไม่บาน สามารถนำมาใช้รับประทานดิบ นำมานึ่งหรือย่างรับประทานเป็นผักจิ้มได้[10]
  3. ลำต้นที่ปล้องเมื่อบีบคั้นมาได้จะมีรสหวาน สามารถนำมาเคี่ยวทำเป็นน้ำตาลอ้อยได้[5] โดยน้ำอ้อยที่เคี่ยวจนตกผลึก จะได้น้ำตาลทราย ที่ใช้สำหรับทำขนมหวานหรือปรุงรสอาหาร ทำน้ำเชื่อมกลบรสยา และช่วยเก็บถนอมอาหารได้[11]
  4. กากน้ำตาลที่แยกออกจากน้ำตาลในระหว่างการผลิต สามารถนำไปหมักทำเป็นเหล้ารัม (Rum) ได้[3]
  5. ใบ ยอด และส่วนของลำต้นที่ยังอ่อนอยู่ใช้เป็นอาหารสัตว์ เช่น วัวและควายได้โดยตรง แต่ถ้าจะให้ดีกว่านั้นให้นำมาหมักก่อนให้สัตว์กิน (ใช้ยอดสดประมาณ 100 กิโลกรัม, กากน้ำตาล 5 กิโลกรัม, แอมโมเนียมซัลเฟต 1 กิโลกรัม, น้ำ 1 กิโลกรัม)[12]
  6. ประโยชน์โดยตรงของอ้อยก็คือการนำเอาไปผลิตเป็นน้ำตาลทราย ลำต้นมีปริมาณซูโครสอยู่ประมาณ 17-35% จึงสามารถนำมาใช้ผลิตทำเป็นน้ำตาลได้[3] ซึ่งได้แก่ น้ำตาลทรายดิบ น้ำตาลทรายขาว น้ำตาลทรายขาวบริสุทธิ์ น้ำตาลทรายแดง น้ำตาลกรวด น้ำปี๊บ[12]
  7. ใบอ้อยแห้งสามารถนำมาใช้เป็นวัตถุสำหรับคลุมดินหรือบำรุงดินได้ โดยจะช่วยรักษาความชื้นและช่วยป้องกันวัชพืชได้ด้วย และในขณะเดียวกันก็จะกลายเป็นแหล่งอาหารของจุลินทรีย์ต่างๆ ซึ่งบางพวกจะช่วยตรึงไนโตรเจนจากอากาศได้ ทำให้ไนโตรเจนในดินเพิ่มมากขึ้นซึ่งเป็นผลดีแก่อ้อย[12]
  8. รากและเหง้าที่อยู่ในดิน เมื่อเน่าเปื่อยผุพังแล้วก็จะหลายเป็นปุ๋ยแก่ดินต่อไป[12]
  9. ใบอ้อยแห้ง สามารถนำมาใช้เป็นเชื้อเพลิงได้ โดยถือเป็นแหล่งของพลังงานและเชื้อเพลิงที่สำคัญ เนื่องจากใบอ้อยแห้งจะให้พลังงานค่อนข้างสูงมาก โดยพลังงานที่ได้จากใบอ้อยแห้งที่ให้ผลผลิตไร่ละ 16 ตัน สามารถทำให้รถแทรกเตอร์ขนาดกลางทำงานได้ถึง 80 ชั่วโมง[12]
  10. ชานอ้อย (ส่วนของลำต้นอ้อยที่หีบเอาน้ำอ้อยหรือน้ำตาลออกแล้ว) สามารถนำมาใช้ประโยชน์ได้หลายอย่าง ได้แก่ ใช้เป็นเชื้อเพลิงสำหรับผลิตไอน้ำและกระแสไฟฟ้า สามารถใช้แทนน้ำมันเชื้อเพลิงได้ดี ใช้เป็นเชื้อเพลิงสำหรับผลิตทำ Particle Board เพื่อนำไปทำเฟอร์นิเจอร์ หรือใช้ผลิตเป็นวัสดุก่อสร้างโดยอาศัยกาว เช่น ไม้อัดแผ่น ไม้อัดผิวเส้นใย แผ่นกันความร้อน เป็นต้น หรือใช้ผลิตเป็นเยื่อกระดาษ ใช้ทำกระดาษชนิดต่างๆ ทำพลาสติก หรือใช้ทำเป็นปุ๋ยหมัก ใช้เป็นวัตถุดิบคลุมดิน ใช้เป็นอาหารสัตว์ หรือใช้ทำเป็นวัตถุดิบสำหรับอุตสาหกรรมการผลิต Furfural, Furfuryl alcohol และ Xylitol[3],[12]
  11. กากตะกอนหรือขี้ตะกอน (สิ่งเจือปนที่เป็นของแข็งที่ไม่ละลายน้ำอยู่ในน้ำอ้อย) สามารถนำมาใช้เป็นปุ๋ยบำรุงดินได้เป็นอย่างดี และยังใช้ในอุตสาหกรรมการผลิตไข ซึ่งไขที่ได้จากอ้อยสามารถนำไปใช้ในอุตสาหกรรมหลายอย่าง เช่น ใช้ในอุตสาหกรรมการผลิตสารขัดเงา การผลิตหมึกสำหรับกระดาษคาร์บอน และการผลิตลิปสติก เป็นต้น[12]
  12. กากน้ำตาล (ของเหลวที่มีลักษณะเป็นน้ำเชื่อมสีน้ำตาล ที่ถูกแยกออกจากเกล็ดน้ำตาลโดยวิธีการปั่น) มีประโยชน์หลายอย่าง สามารถนำมาใช้ทำปุ๋ย ใช้เป็นอาหารสำหรับเลี้ยงสัตว์ ใช้ในอุตสาหกรรมยีสต์ ใช้ผลิตแอลกอฮอล์ ใช้ทำกรดน้ำส้ม ทำผงชูรส ซีอิ๊ว เหล้า เบียร์[12]
  13. ปัจจุบันมีการนำอ้อยมาใช้ผลิตเป็นเชื้อเพลิงเพื่อใช้เป็นพลังงานทดแทน[12]
  14. ผิวของต้นอ้อยมี Wax ซึ่งสามารถเอามาใช้ทำยาและทำเครื่องสำอางได้[2]
  15. อ้อยดํา หรืออ้อยแดง สามารถนำมาใช้สกัดทำเป็นสีย้อมได้ โดยจะให้สีน้ำตาล[7]
  16. ต้นอ้อยถูกนำมาใช้ในงานมงคลต่างๆ หลายงานมาตั้งแต่โบราณกาล เช่น งานหมั้นหรืองานแต่งงานโกนจุก ขึ้นบ้านใหม่ การเทศน์มหาชาติ ฯลฯ ส่วนชาวจีนก็จะใช้ต้นอ้อยในพิธีแต่งงาน ด้วยเชื่อว่าจะทำให้ชีวิตคู่มีความยั่งยืน หรือใช้ในพิการการไหว้พระจันทร์ โดยจะใช้อ้อยมาประดับทำเป็นซุ้ม เป็นต้น[5],[12]

ข้อควรระวัง ! : การรับประทานอ้อยหรือน้ำอ้อยที่ขายอยู่ทั่วไปในปริมาณมากเกินเกินไป อาจทำให้แสลงกับโรคลม อีกทั้งยังทำให้เกิดเสมหะมาก เหนียวคอ เจ็บคอ เสียงแหบแห้ง มีอาการเจ็บลิ้น รวมถึงเป็นร้อนใน ยิ่งถ้ากินเป็นประจำก็จะเสี่ยงต่อโรคเบาหวาน (อ้อยพันธุ์เกษตรที่นำมาใช้ผลิตน้ำตาลทราย)[10],[131]

ไร่อ้อย

คุณค่าทางโภชนาการของน้ำอ้อย ต่อ 28.35 กรัม

  • พลังงาน 26.56 กิโลแคลอรี่น้ำอ้อย
  • คาร์โบไฮเดรต 27.51 กรัม
  • น้ำตาล 26.98 กรัม
  • โปรตีน 0.27 กรัม
  • ธาตุแคลเซียม 11.23 มิลลิกรัม 1%
  • ธาตุเหล็ก 0.37 มิลลิกรัม 3%
  • ธาตุโพแทสเซียม 41.96 มิลลิกรัม 1%
  • ธาตุโซเดียม 17.01 มิลลิกรัม 1%

แหล่งที่มา : Nutrient Information from ESHA Research.

References
  1. ฐานข้อมูลสมุนไพร คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี.  “อ้อยดำ“.  [ออนไลน์].  เข้าถึงได้จาก: www.phargarden.com.  [2 ม.ค. 2014].
  2. สำนักงานโครงการอนุรักษ์พันธุกรรมพืชอันเนื่องมาจากพระราชดำริ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี.  “อ้อยแดง“.  [ออนไลน์].  เข้าถึงได้จาก: www.rspg.or.th.  [2 ม.ค. 2014].
  3. คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล. กรีนไฮเปอร์มาร์ท สารานุกรมผลิตผลและผลิตภัณฑ์จากพืชในซุปเปอร์มาร์เก็ต ฉบับคอมพิวเตอร์.  “อ้อย“.  [ออนไลน์].  เข้าถึงได้จาก: www.sc.mahidol.ac.th.  [2 ม.ค. 2014].
  4. งานสวนพฤกษศาตร์โรงเรียน โรงเรียนวัฒโนทัยพายัพ.  “อ้อยดำ“.  [ออนไลน์].  เข้าถึงได้จาก: www.wattano.ac.th.  [2 ม.ค. 2014].
  5. ศูนย์ข้อมูลกลางทางวัฒนธรรม กระทรวงวัฒนธรรม.  “สมุนไพรพื้นบ้านอ้อย“.  [ออนไลน์].  เข้าถึงได้จาก: www.m-culture.in.th.  [2 ม.ค. 2014].
  6. สมุนไพร ภูมิปัญญาไทย เทศบาลเมืองทุ่งสง.  “อ้อยแดง“.  [ออนไลน์].  เข้าถึงได้จาก: www.tungsong.com.  [2 ม.ค. 2014].
  7. สำนักงานโครงการอนุรักษ์พันธุกรรมพืชอันเนื่องมาจากพระราชดำริ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี.  พืชให้สี. “อ้อยแดง“.  [ออนไลน์].  เข้าถึงได้จาก: www.rspg.or.th/plants_data/use/color2.htm.  [2 ม.ค. 2014].
  8. โครงการเผยแพร่ข้อมูลทรัพยากรชีวภาพและภูมิปัญญาท้องถิ่นบนพื้นที่สูง สถาบันวิจัยและพัฒนาที่สูง (องค์กรมหาชน).  “Sugar cane“.  อ้างอิงใน: หนังสือสมุนไพรใกล้ตัว เล่ม 13 : สมุนไพรแต่งสี กลิ่น รส (สมพร ภูติยานันต์).  [ออนไลน์].  เข้าถึงได้จาก: eherb.hrdi.or.th.  [2 ม.ค. 2014].
  9. สมุนไพร ในร้านยาโบราณ คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหาสารคาม.  “อ้อย“.  [ออนไลน์].  เข้าถึงได้จาก: www.pharmacy.msu.ac.th.  [2 ม.ค. 2014].
  10. Thai Herb Club.  “อ้อย“.  อ้างอิงใน: หนังสือพจนานุกรม สมุนไพรไทย (ดร.วิทย์ เที่ยงบูรณธรรม).  [ออนไลน์].  เข้าถึงได้จาก: www.thaiherbclub.com.  [2 ม.ค. 2014].
  11. สมุนไพร เพื่อสุขภาพและความงาม.  “อ้อยในฐานะเป็นสมุนไพร“.  (เพ็ญนภา ทรัพย์เจริญ).  อ้างอิงใน: หนังสือสมุนไพรอันดับที่ 01 (ชัยโย ชัยชาญทิพยุทธ และคณะ), หนังสือสมุนไพรและยาที่ควรรู้ (รศ.พร้อมจิต ศรลัมภ์ และคณะ), หนังสือก้าวไปกับสมุนไพร (ศูนย์ข้อมูลสมุนไพร คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล), หนังสือยาสมุนไพร (สำนักงานคณะกรรมการการสาธารณสุขมูลฐาน และคณะ).  [ออนไลน์].  เข้าถึงได้จาก: www.e-busitrade.com.  [2 ม.ค. 2014].
  12. ระบบฐานข้อมูลทรัพยากรชีวภาพและภูมิปัญญาท้องถิ่นของชุมชน.  “อ้อย“.  (ศิริพร บุญรักษา).  [ออนไลน์].  เข้าถึงได้จาก: www.bedo.or.th.  [2 ม.ค. 2014].
  13. มติชนสุดสัปดาห์ ปีที่ 26, ฉบับที่ 1350 (ก.ค.2549) หน้า 92.  สมุนไพรเพื่อสุขภาพ โครงการสมุนไพรเพื่อการพึ่งตนเอง มูลนิธิสุขภาพไทย.  “ดื่มน้ำอ้อยแทนน้ำเมา เพิ่มพลังเชียร์บอลโลก“.  [ออนไลน์].  เข้าถึงได้จาก: info.matichon.co.th.  [2 ม.ค. 2014].

ภาพประกอบ : www.flickr.com (by ch.deff, José5941, Sun Spiral, twacar, Paul McRae (Delta Niner), Andy Burton Natural World, olvwu | 莫方, Chris Doucette, the.angrycamel, bimboo.babul, HQcreations)

เรียบเรียงข้อมูลโดย ฟรินน์.คอม

advertisements

Disclaimer : บทความที่มีเนื้อหาเกี่ยวเนื่องกับสุขภาพทั้งหมด ทางเว็บไซต์ได้รวบรวมไว้เพื่อเสริมสร้างความรู้ความเข้าใจแก่ผู้อ่านเท่านั้น จึงไม่สามารถนำไปใช้อ้างอิงหรือใช้แทนการวินิจฉัยของแพทย์ได้ หากมีการนำข้อมูลในเว็บไซต์ไปใช้ ทางเว็บไซต์จะไม่รับผิดชอบต่อความเสียหายที่อาจจะเกิดขึ้นได้ โปรดอ่านเพิ่มเติมหน้านโยบายและเงื่อนไขการใช้งานเว็บไซต์