• icon-facebook
  • icon-twitter
  • icon-google
  • icon-linkedin

เปราะหอม สรรพคุณและประโยชน์ของว่านเปราะหอม 34 ข้อ ! (ว่านหอม)

icon-calendar 18 พ.ย. 2013
icon-view 459 ครั้ง
เปราะหอม

advertisements

เปราะหอม

เปราะหอม ชื่อสามัญ Sand Ginger, Aromatic Ginger, Resurrection Lily เปราะหอม ชื่อวิทยาศาสตร์ Kaempferia galanga L. จัดอยู่ในวงศ์ ZINGIBERACEAE เช่นเดียวกับเปราะป่า กระชาย กระชายดำ กระชายแดง กระวาน กระวานเทศ ขมิ้น ข่า เร่ว ว่านนางคำ และว่านรากราคะ[1]

สมุนไพรเปราะหอม ยังมีชื่อท้องถิ่นอื่นๆ อีกเช่น เปราะหอมขาว, เปราะหอมแดง, หอมเปราะ (ภาคกลาง), ว่านหอม ว่านแผ่นดินเย็น ว่านตีนดิน (ภาคเหนือ), เปราะ (ภาคใต้), ว่านนกยูง ว่านหาวนอน (เชียงใหม่), ซู (แม่ฮ่องสอน) เป็นต้น[1],[3],[4]

ลักษณะของเปราะหอม

  • ต้นเปราะหอม จัดเป็นพืชล้มลุก มีอายุราวหนึ่งปี ทั้งเปราะหอมขาว และเปราะหอมแดง เป็นไม้ลงหัวจำพวกมหากาฬ มีลำต้นเป็นหัวอยู่ใต้ดิน หรือที่เรียกว่า “เหง้า” เนื้อภายในของเหง้ามีสีเหลืองอ่อน และมีสีเหลืองเข้มตามขอบนอก และมีกลิ่นหอมเฉพาะตัว มีรสเผ็ดขม เป็นพืชที่ชอบดินร่วนปนทราย มีความชุ่มชื้นพอเพียง เจริญเติบโตได้ดีในที่ร่ม เจริญเติบโตในช่วงฤดูฝน พอย่างเข้าฤดูหนาวต้นและใบจะโทรมไป และพบได้มากทางภาคเหนือ ขยายพันธุ์ด้วยวิธีการใช้เมล็ดหรือแยกหัว[1],[2],[3]

ต้นเปราะหอม

ว่านเปราะหอมเปราะ

  • ใบเปราะหอม มีใบเป็นใบเดี่ยว แทงขึ้นมาจากหัวหรือเหง้าใต้ดินประมาณ 2-3 ใบ และแผ่ราบไปตามพื้นดิน หรือวางตัวอยู่ในแนวราบเหนือพื้นดินเล็กน้อย เนื้อใบค่อนข้างหนา ลักษณะของใบเป็นรูปค่อนข้างกลมหรือเป็นรูปไข่ป้อม มีขนาดกว้างประมาณ 5-10 เซนติเมตร และยาวประมาณ 7-15 เซนติเมตร ปลายใบแหลม ส่วนโคนใบมนหรืออาจเว้าเล็กน้อย บางครั้งอาจพบว่าขอบใบมีสีแดงคล้ำๆ มีขนอ่อนๆ อยู่บริเวณท้องใบ ส่วนก้านใบมีลักษณะเป็นกาบ มีความยาวประมาณ 1-3 เซนติเมตร[1]

ใบเปราะหอม

  • ใบอ่อนเปราะหอม ลักษณะม้วนเป็นกระบอกออกมาแล้วค่อยแผ่ราบบนหน้าดิน ในหนึ่งต้น จะมีประมาณ 1-2 ใบ ลักษณะของใบมีรูปร่างทรงกลมโตและยาวประมาณ 5-10 เซนติเมตร หน้าใบหรือหลังใบมีสีเขียว ส่วนท้องใบนั้นถ้าหากเป็น “เปราะหอมขาว” จะมีท้องใบสีขาว แต่ถ้าหากเป็น “เปราะหอมแดง” ท้องใบนั้นจะมีสีแดง ใบมีกลิ่นหอม ใบจะงอกงามในช่วงหน้าฝน และจะแห้งเหี่ยวไปในช่วงหน้าแล้ง[1]

ใบอ่อนเปราะหอม

  • ดอกเปราะหอม ออกดอกรวมเป็นช่อ มีความประมาณ 2-4 เซนติเมตร มีดอกประมาณ 4-12 ดอก โดยออกดอกตรงกลางระหว่างใบ ดอกมีสีขาวหรือสีขาวอมชมพูแต้มด้วยสีม่วง ในแต่ละดอกจะมีกลีบประดับ 2 กลีบรองรับอยู่ โดยใบและต้นนั้นจะเริ่มแห้งเมื่อออกดอก[1]

ดอกเปราะหอม

  • ผลเปราะหอม ผลเป็นผลแห้ง และแตกได้[1]

สรรพคุณเปราะหอม

  1. การศึกษาฤทธิ์ทางเภสัชวิทยาพบว่า ว่านเปราะหอม หรือ เปราะหอม มีฤทธิ์ในการต่อต้านอนุมูลอิสระ (หัว)[5]
  2. ใช้เป็นยาแก้ปวดศีรษะ มีคลายเครียด ด้วยการใช้ทั้งหัวและใบนำมาโขลก ใส่น้ำพอชุ่ม แล้วเอาไปชุบนำมาใช้คลุมหัว หรือจะใช้เฉพาะหัวนำมาตำคั้นเอาน้ำไปผสมกับแป้ง หรือว่านหูเสือ ก็จะได้แป้งดินสอพองไว้ทาขมับแก้อาการปวดศีรษะ (หัว,ใบ)[5]
  3. ใช้เป็นยาบำรุงหัวใจ บำรุงประสาท ด้วยการใช้หัวผสมลงในยาหอม (หัว)[5]
  4. หัวเปราะหอมนำมาต้มหรือชงกิน จะช่วยในการนอนหลับได้เป็นอย่างดี และยังช่วยลดความเครียดได้อีกด้วย (หัว)[5]
  5. น้ำคั้นจากใบและเหง้าใช้ป้ายคอ ช่วยบรรเทาอาการเจ็บคอได้ (ใบ,หัว)[2]
  6. น้ำคั้นจากใบและเหง้าใช้ล้างศีรษะเพื่อช่วยป้องกันการเกิดรังแค รักษาอาการหนังศีรษะแห้ง (ใบ,หัว)[2],[5]
  7. น้ำมันหอมระเหยจากหัวมีฤทธิ์ทำให้กล้ามเนื้อเรียบของลำไส้เล็กคลายตัว ช่วยบรรเทาอาการปวดท้องและช่วยขับลม แก้อาการท้องอืดได้ คนสมัยก่อนจึงนำมาทาที่ท้องเด็กคล้ายๆ กับมหาหิงคุ์ (หัว)[5]
  8. ใช้เป็นอาหารช่วยบำรุงกระเพาะอาหารและลำไส้ (ใบ)[5]
  9. ช่วยบรรเทาอาการปวด ด้วยการใช้หัวนำมาโขลกหรือทุบใส่น้ำให้พอชุ่ม นำผ้ามาชุบแล้วใช้พันบริเวณที่มีอาการปวดบวม จะช่วยลดอาการปวดได้ จากสรรพคุณจึงนิยมนำมาใช้ทำเป็นลูกประคบ หรือนำมาเคี่ยวกับน้ำมันไว้ใช้ทาแก้อาการปวดเมื่อย โดยอาจจะใช้ว่านหอมเพียงอย่างเดียว หรือจะผสมกับสมุนไพรอื่นๆ ด้วยก็ได้ (หัว)[4],[5]
  10. หัวนำมาตำใช้พอกบริเวณที่เป็นฝี จะช่วยอาการอักเสบได้ (หัว)[4]
  11. ช่วยฆ่าเชื้อราและเชื้อแบคทีเรีย (ไม่ระบุส่วนที่ใช้)[5]
  12. เปราะหอมใช้เป็นส่วนผสมในตำรับยาเขียวหอม ซึ่งมีสรรพคุณช่วยแก้ไข้ แก้อาการร้อนในกระหายน้ำ (ไม่ระบุส่วนที่ใช่)[5]
advertisements

สรรพคุณของเปราะหอมขาว

  1. ช่วยเจริญธาตุไฟ แก้ลงท้อง (หัว)[1],[2]
  2. ช่วยแก้เด็กมีอาการนอนสะดุ้งผวา ร้องไห้ตาเหลือก ตาช้อนดูหลังคา (ดอก)[1],[2]
  3. หัวและใบนำมาใช้อังไฟให้ร้อนและสุมหัวเด็ก ช่วยแก้อาการหวัดคัดจมูก (หัว)[1],[5]
  4. ช่วยแก้เสมหะ (หัว)[1]
  5. ช่วยแก้โลหิต ซึ่งเจือด้วยลมพิษ (หัว)[1]
  6. ช่วยขับเลือดเน่าเสียของสตรี (ต้น)[1]
  7. หัวใช้รับประทานช่วยขับลมในลำไส้ (หัว)[1]

สรรพคุณของเปราะหอมแดง

  1. ช่วยเจริญธาตุไฟ แก้ลงท้อง (หัว)[1],[2]
  2. ช่วยรักษาโรคตา (ดอก)[1] แก้ตาอักเสบ ตาแฉะ (ดอก)[2]
  3. ช่วยแก้อาการไอ (หัว)[1]
  4. ช่วยแก้เสมหะ (หัว)[1]
  5. เปราะหอม สรรพคุณช่วยขับลม แก้อาการท้องขึ้น ท้องเฟ้อ (หัว,ใบ,ต้น)[1]
  6. ช่วยขับเลือดและหนองให้ตก (ต้น)[1]
  7. ช่วยแก้เกลื้อนช้าง (ใบ)[1]
  8. ช่วยแก้ลมพิษ (หัว)[1]
  9. ช่วยแก้ผดผื่นคัน (หัว)[1]
  10. ช่วยรักษาบาดแผล (หัว)[1]

ขนาดและวิธีใช้ : ทั้งเปราะหอมขาวและเปราะหอมแดง ให้ใช้หัวสดประมาณ 10-15 กรัม (หรือประมาณครึ่งถึงหนึ่งกำมือ) นำมาหั่นเป็นชิ้นเล็กๆ แล้วนำมาต้มกับน้ำ 1 ถ้วยแก้ว ใช้ดื่มวันละ 1-2 ครั้ง[1]

จากการทดสอบความเป็นพิษของสารสกัดจากเปราะหอม ได้รับการยืนยันว่ามีความปลอดภัยสูงมาก พบว่าไม่มีอาการแสดงความเป็นพิษในสัตว์ทดลอง และเมื่อตรวจสอบทางพยาธิสภาพก็ไม่พบว่ามีความผิดปกติแต่อย่างใด

เปราะหอมขาว

ประโยชน์ของเปราะหอม

  1. ประโยชน์เปราะหอม หัวและใบ สามารถนำมาใช้ปรุงเป็นอาหารได้ ใบใช้รับประทานเป็นผักแกล้มมีกลิ่นหอม หรือใช้ทำหมกปลาหรือใส่แกงปลา ส่วนหัวนำใช้ปรุงเป็นเครื่องเทศสำหรับทำแกงหรือนำมาตำใส่เครื่องแกง หรือนำมาหั่นใส่ผัดเผ็ด หรือใช้เป็นส่วนผสมของน้ำราดข้าวมันไก่ ส่วนทางภาคใต้นิยมใช้หัวใส่ในน้ำพริก หรือใช้เป็นส่วนผสมในน้ำพริกเผาเพื่อช่วยทำให้มีกลิ่นหอม[1],[2],[4],[5]
  2. เปราะหอมมีกลิ่นที่หอมสามารถช่วยในการผ่อนคลาย เหมาะสำหรับใช้เป็น Aroma Therapy[4]
  3. ต้นเปราะหอมทั้งแดงและขาว สามารถนำมาใช้ปลูกเป็นไม้ประดับได้ เนื่องจากมีดอกที่สวยงาม[4]
  4. คนไทยโบราณเชื่อว่าเปราะหอมเป็นว่านศักดิ์สิทธิ์การปลูกเปราะหอมไว้หน้าบ้าน หรือใช้เปราะหอมนำมาแช่น้ำให้ผู้ป่วยรับประทาน จะช่วยปัดเป่าภูตผีปีศาจและขจัดมารออกไปได้ และยังมีความเชื่อว่าเปราะหอมเป็นไม้มงคลที่ใช้สำหรับใส่ลงไปน้ำสำหรับสรงน้ำพระหรือน้ำขอพรจากผู้ใหญ่ และยังใช้ผสมในพระเครื่อง รวมไปถึงการนำมาใช้เป็นว่านมหาเสน่ห์สำหรับชายหนุ่ม โดยนำว่านมาปลุกเสกด้วยคาถาแล้วนำมาเขียนคิ้ว หรือใช้ทาปากเพื่อให้ได้รับความเมตตา รักใคร่เอ็นดู หรือใช้ในงานแต่งของชาวอีสาน ด้วยการนำเปราะหอมไปแช่ไว้ในขันใส่น้ำสำหรับดื่มเพื่อความเป็นสิริมงคล[4]
  5. ด้วยความหอมจาเปราะหอม จึงมีการนำมาใช้เป็นเครื่องสำอาง แป้งฝุ่น แป้งพัฟผสมรองพื้น เจลแต้มสิว สบู่เปราะหอม แชมพู ครีมนวดผม เป็นครีมกันแดด หรือใช้ทำเป็นน้ำยาบ้วนปาก[5]
  6. สำหรับเครื่องสำอางจากเปราะหอมที่ใช้ทาหน้า จะช่วยแก้สิว แก้ฝ้า ทำให้ผิวหน้าดูสดใส และช่วยรักษาผิวพรรณ[5]
  7. ใช้เป็นยาสระผม โดยใช้ว่านหอมผสมกับใบชมวง (ส้มโมง), แน่งหอม (เร่วขน), ขมิ้น, ต้มกับน้ำมวก และใช้น้ำที่ได้ไปสระผม จะช่วยบำรุงเส้นผม ทำให้ผมดกดำเงางามและมีกลิ่นหอม[5]

ว่านหอม

References
  1. สำนักงานโครงการอนุรักษ์พันธุกรรมพืชอันเนื่องมาจากพระราชดำริ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี.  “เปราะหอมขาว, เปราะหอมแดง“.  [ออนไลน์].  เข้าถึงได้จาก: www.rspg.or.th.  [18 พ.ย. 2013].
  2. รายการสาระความรู้ทางการเกษตร ฝ่ายวิจัยและบริการวิชาการ คณะทรัพยากรธรรมชาติ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตหาดใหญ่.  “เรื่อง เปราะหอม“.  บทความวิทยุรายการสาระความรู้ทางการเกษตร ประจำวันจันทร์ที่ 25 กันยายน 2549.  [ออนไลน์].  เข้าถึงได้จาก: natres.psu.ac.th.  [18 พ.ย. 2013].
  3. ว่านและสมุนไพรไทย คณะทรัพยากรธรรมชาติ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสาน วิทยาเขตสกลนคร.  “ว่านเปราะหอม“.  [ออนไลน์].  เข้าถึงได้จาก: natres.skc.rmuti.ac.th.  [18 พ.ย. 2013].
  4. RUM มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์.  “เปราะหอม…มหัศจรรย์สมุนไพรไทย“.  [ออนไลน์].  เข้าถึงได้จาก: www.rum.psu.ac.th.  [18 พ.ย. 2013].
  5. อภัยภูเบศร.  [ออนไลน์].  เข้าถึงได้จาก: www.abhaiherb.com.  [18 พ.ย. 2013].

ภาพประกอบ : www.flickr.com (by CANTIQ UNIQUE, Abdire, Ahmad Fuad Morad, Funkychips, vijayasankar, Kero37, Bernadette Hawkins and Russell Reinhardt)

เรียบเรียงข้อมูลโดย ฟรินน์ดอทคอม

advertisements

  • http://frynn.com/ Greenerald Health

    ปรับปรุงเนื้อหาครั้งที่ 2 (22/11/56)
    - เพิ่มรายชื่อสมุนไพรที่จัดอยู่ในวงศ์เดียวกัน

Disclaimer : บทความที่มีเนื้อหาเกี่ยวเนื่องกับสุขภาพทั้งหมด ทางเว็บไซต์ได้รวบรวมไว้เพื่อเสริมสร้างความรู้ความเข้าใจแก่ผู้อ่านเท่านั้น จึงไม่สามารถนำไปใช้อ้างอิงหรือใช้แทนการวินิจฉัยของแพทย์ได้ หากมีการนำข้อมูลในเว็บไซต์ไปใช้ ทางเว็บไซต์จะไม่รับผิดชอบต่อความเสียหายที่อาจจะเกิดขึ้นได้ โปรดอ่านเพิ่มเติมหน้านโยบายและเงื่อนไขการใช้งานเว็บไซต์