• icon-facebook
  • icon-twitter
  • icon-google
  • icon-linkedin

ไลซีน (Lysine) ประโยชน์ของไลซีน 13 ข้อ !

icon-calendar เผยแพร่: 2/07/2013 (แก้ไขล่าสุด: 24/08/2014)
icon-view 2,629 ครั้ง
Lysine-1

advertisements

Lysine

  • ไลซีน (Lysine) คือ หนึ่งใน กรดอะมิโน ชนิดหนึ่ง ซึ่งจัดเป็น กรดอะมิโนจำเป็น ซึ่งร่างกายไม่สามารถสร้างเองได้ จำเป็นต้องได้รับจากสารอาหารอื่นๆ โดยกรดอะมิโนชนิดนี้มีความสำคัญอย่างมากในการช่วยสร้าง โปรตีน ที่สำคัญต่อร่างกาย ร่างกายจึงต้องการกรดอะมิโนนี้เพื่อช่วยในการเจริญเติบโต เสริมสร้างภูมิต้านทาน ฮอร์โมน เอนไซม์ต่างๆ รวมไปถึงการซ่อมแซมเนื่อเยื่อด้วย
  • ไลซีน พบได้ใน เนื้อสัตว์ ปลา นม ไข่ ชีส ยีสต์ ถั่วลิมา ผลิตภัณฑ์จากถั่วเหลือง รวมไปถึงอาหารที่มีโปรตีนสูงทุกชนิด
  • คนส่วนใหญ่ได้รับกรดอะมิโนชนิดนี้ที่เพียงพออยู่แล้วในอาหารที่มีโปรตีนสูง แต่สำหรับผู้เป็นมังสวิรัติอาจมีความเสี่ยงที่ร่างกายจะขาดไลซีนได้ หากร่างกายได้รับโปรตีนชนิดนี้ไม่เพียงพอ เราสามารถรับรู้ถึงสัญญาณบางอย่างของการขาดไลซีน อย่างเช่น การเป็นโรคโลหิตจาง อาการเมื่อยล้า เบื่ออาหาร คลื่นไส้ และอาจทำให้เกิดโรคนิ่วในไต

ประโยชน์ของไลซีน

  1. ไลซีนช่วยในการเจริญเติบโตของร่างกาย
  2. มีส่วนในการช่วยซ่อมแซมเนื้อเยื่อต่างๆของร่างกาย
  3. ช่วยเสริมสร้างภูมิต้านทาน ฮอร์โมน และเอนไซม์ต่างๆในร่างกาย
  4. ช่วยให้ร่างกายนำกรดไขมันไปเผาผลาญเป็นพลังงาน
  5. ช่วยเสริมสร้างสมาธิให้ดียิ่งขึ้น
  6. มีส่วนช่วยในการดูดซึมแคลเซียม
  7. ช่วยปรับสมดุลของระดับไนโตรเจน ช่วยให้หลอดเลือดแข็งแรง
  8. ช่วยป้องกันและรักษาโรคกระพรุน
  9. ช่วยรักษาและบรรเทาปัญหาด้านการสืบพันธุ์บางประการ
  10. ช่วยลดความถี่และป้องกันการเกิดโรคเริม หรือตุ่มใสที่ริมฝีปาก
  11. มีส้วนช่วยรักษาโรคงูสงัด
  12. ช่วยรักษาเด็กส่าไข้
  13. ช่วยรักษาอาการที่มีจากหัวใจขาดเลือด

advertisements

คำแนะนำเกี่ยวกับไลซีน

  • ผู้สูงอายุโดยเฉพาะอย่างยิ่งเพศขาย ร่างกายจะต้องการไลซีนมากกว่าผู้ที่อายุน้อย
  • สำหรับผู้ที่รู้สึกเหนื่อย มีอาการเบื่อ ไม่มีสมาธิ มีอาการตาแดงเพราะเส้นเลือดฝอยแตก หรือมีอาการคลื่นไส้ วิงเวียน หรือผมร่วง หรืออยู่ในภาวะโลหิตจาง มีความเป็นไปได้ว่าร่างกายของคุณอาจขาดไลซีน
  • แอลไลซีน (L-Lysine) เป็นผลิตภัณฑ์เสริมอาหารที่มีวางจำหน่ายทั้งแบบเป็นเม็ดและแคปซูลในขนาดประมาณ 500 มิลลิกรัม
  • ขนาดที่แนะนำให้รับประทานกันโดยทั่วไปประมาณ 1,000-2,000 มิลลิกรัมต่อวัน โดยรับประทานก่อนมื้ออาหารครึ่งชั่วโมง
  • สำหรับผู้ที่เป็นโรคเริม ควรรับประทานอาหารเสริมไลซีนในขนาดประมาณ 3,000-6,000 มิลลิกรัมต่อวัน ร่วมกับอาหารที่มีไลซีนสูงด้วย และในกรณีที่มีตุ่มน้ำใสหรือมีแผลพุพองที่ปากควรรับประทาน 500-1,000 มิลลิกรัมต่อวันในระหว่างมื้ออาหาร ซึ่งจะช่วยป้องกันอาการกำเริบของโรคได้ดีมาก
  • เด็กอายุต่ำกว่า 10 ขวบไม่ควรรับประทานไลซีนเสริมอาหาร นอกจากจะได้รับคำแนะนำจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ เพราะอาจทำให้เกิดผลข้างเคียงอันไม่พึงประสงค์ได้
  • หญิงตั้งครรภ์หรือหญิงให้นมบุตร ควรปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญก่อนที่จะรับประทานไลซีนเสริมอาหาร
  • สำหรับผู้ที่ใช้ยาปฏิชีวนะ ไม่ควรรับประทานไลซีนเสริมอาหาร
  • ผู้ที่มีปัญหาเรื่องตับหรือไต ไม่ควรรับประทานไลซีนเสริมอาหาร

แหล่งอ้างอิง : หนังสือวิตามินไบเบิล (ดร.เอิร์ล มินเดลล์)

เรียบเรียงข้อมูลโดย ฟรินน์.คอม

advertisements

Disclaimer : บทความที่มีเนื้อหาเกี่ยวเนื่องกับสุขภาพทั้งหมด ทางเว็บไซต์ได้รวบรวมไว้เพื่อเสริมสร้างความรู้ความเข้าใจแก่ผู้อ่านเท่านั้น จึงไม่สามารถนำไปใช้อ้างอิงหรือใช้แทนการวินิจฉัยของแพทย์ได้ หากมีการนำข้อมูลในเว็บไซต์ไปใช้ ทางเว็บไซต์จะไม่รับผิดชอบต่อความเสียหายที่อาจจะเกิดขึ้นได้ โปรดอ่านเพิ่มเติมหน้านโยบายและเงื่อนไขการใช้งานเว็บไซต์